กระแสข่าวรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล กับมรสุมวิกฤตินิติสงคราม คดีฮั้วเลือก สว. โกงสอบท้องถิ่น บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ที่ดินเขากระโดง จ่อคอหอยเข้ามาทุกที ขึ้นอยู่กับ ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ปรับ ครม. ลาออก ยุบสภา ตามครรลอง ของระบอบประชาธิปไตยมีประตูอยู่แค่นี้ ถ้าไม่เข่้าตามตรอกออกตามประตู ก็ต้องหาทาง ฉีกรัฐธรรมนูญ แล้วไปเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ แต่ก็อย่าลืมว่ารัฐบาลมีอำนาจ นิรโทษกรรม ตาม พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุขอยู่ในมือ ในกรณีไปต่อไม่ไหว รัฐบาลสีน้ำเงินใช้วิธีที่ได้เปรียบที่สุดก็คือ การยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แต่การจะยุบสภาก็ต้องมีสาเหตุ จู่ๆจะยุบสภาเอาดื้อๆ คงตลกน่าดู หรือถ้าฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว รัฐบาลก็จะยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ได้อีก ถ้าจะยุบจริงๆก็ต้อง ยุบก่อนที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่ถ้ารัฐบาลเดินหน้าให้ คดีฮั้ว สว.เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ หากพบเหตุอันสงสัยว่า การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ให้ส่งเรื่อง ให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย ถึงรัฐธรรมนูญจะไม่กำหนดเวลาเอาไว้ แต่กฎหมายบังคับให้ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาโดยเร็ว หมายความว่า ถ้ามีเบาะแสว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้น กกต.มีหน้าที่รวบรวม พยานหลักฐานส่งให้ศาลเป็นผู้พิจารณาว่าทุจริตหรือไม่ทุจริต กกต.ไม่มีอำนาจตัดสินใดๆทั้งสิ้นถือเป็นพนักงานสอบสวนเท่านั้น ความสำคัญคือการตีความ คำว่า โดยไว หรือโดยเร็ว ซึ่งไม่ได้จำกัด เวลาว่าจะต้องภายใน 30 วัน 60 วัน หรือ 90 วัน ถ้า กกต.จะอ้าง เหตุว่าต้องหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็ยืดไปได้เรื่อยๆ แม้ระเบียบ กกต.เองจะกำหนดว่าจะต้องพิจารณาพยานหลักฐานภายใน 90 วัน หลังได้รับคำร้องทุจริตแต่ก็สามารถที่จะขอขยายเวลาได้อย่างไรก็ตาม ไม่ว่า กกต.จะพยายามซื้อเวลาคดีนี้ไปนานแค่ไหน ในที่สุด กกต.ก็ต้องตกเป็นจำเลยของสังคมและกฎหมายอยู่ดี โดยเฉพาะการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มีคนจองกฐินเอาไว้บานตะไท ถ้ามีความเชื่อว่า ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ไม่มีอะไรจะไปหักล้างทำลายได้ ก็ต้องนึกถึงคำโบราณงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ในอดีตเคยมีอดีต กกต.ต้องติกคุกในทำนองนี้มาแล้วและถ้าคดีนี้ไม่มีข้อยุติที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ จะเป็น บาดแผลของการเมืองการปกครอง และระบอบประชาธิปไตย ในประเทศไทย ต่อไป เนื่องด้วยพยานหลักฐานที่หลุดออกมาจาก ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต.ถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างละเอียดยิบและมีการเปิดเผยชื่อตัวบุคคลและนักการเมืองที่เกี่ยวข้องเป็นรูปแบบของทฤษฎีสมคบคิดชัดแจ๋วขนาดนี้ถ้าฝ่ายตรวจสอบอ้างว่าไม่มีข้อมูลเพียงพอ หรือ กกต.จะปัดตก ไม่ส่งฟ้องก็ต้องไปเจอกันในศาลแน่นอนเผอิญมีกระแสข่าวการรวมตัวครั้งใหม่ของแดง เขียว น้ำเงิน แล้วเปลี่ยนตัวนายกฯมาจากสีแดง เพื่อรับมือกับวิกฤติการเมืองที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และลดกระแสการเมืองระบอบสีน้ำเงินยังบอกไม่ได้ว่าเป็นข่าวจริงข่าวปลอมสมบัติผลัดกันชมดีกว่าตกอยู่ในมือสีส้มจริงมะ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม