“บัญชีม้า” คือบัญชีธนาคาร บัตร ATM/เดบิต หรือบัญชี e-Wallet ที่ถูกเปิดขึ้นแล้วนำไปให้คนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่คือแก๊งมิจฉาชีพ ใช้รับหรือโอนเงิน ที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เพื่อตัดเส้นทางการสืบสวน โดยเจ้าของบัญชีตัวจริงมักไม่ใช่คนที่ใช้เงิน แต่กลายเป็น “ตัวหลอก” ที่ตำรวจตามไปเจอเป็นคนแรกจุดที่ทำให้เรื่องนี้อันตรายกว่าที่คิดคือ คนส่วนใหญ่ที่กลายเป็นบัญชีม้าไม่ได้ตั้งใจเป็นอาชญากร บางคนแค่อยากได้เงินง่ายๆ บางคนถูกหลอกว่าเป็น “งาน” ถูกกฎหมายและหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำผิด จนกระทั่งตำรวจมาเคาะประตูบ้านแล้วถึงได้รู้ว่าตัวเองได้ทำผิดเข้าให้แล้วเส้นทางสู่การเป็นบัญชีม้ามีหลากหลายเรื่องเล่า ยกตัวอย่างมิจฉาชีพ “จ้าง” ให้เปิดบัญชีเองด้วยความสมัครใจ โดยจะทำการประกาศรับสมัครผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น “รับเปิดบัญชี ได้เงินง่าย 500-2,000 บาท ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องตรวจสอบ” แฝงมากับโฆษณา “งานออนไลน์” ที่อ้างว่าต้องใช้บัญชีส่วนตัวรับ-โอนเงินให้บริษัท ใช้คนใกล้ตัว เพื่อน ญาติ มาชักชวนกันเป็นทอดๆ ทำให้เหยื่อรู้สึกไว้ใจเพราะ “คนรู้จักชวน” ซึ่งเป้าหมายหลักคือคนหางาน นักศึกษา คนตกงาน ที่มองหาโอกาสนอกจากนั้นบัญชีม้ายังอาจมาในรูปแบบของการหลอกด้วย “รายได้เสริม” พุ่งเป้าเหยื่อที่เป็นวัยรุ่น, นักศึกษา ที่อยากมีรายได้เสริมและผู้สูงอายุหรือคนรายได้น้อย ที่อยากหาเงินเพิ่ม วิธีนี้เหยื่อมักถูกขโมยตัวตนไปเปิดบัญชี โดยเจ้าตัวไม่รู้ ขโมยข้อมูลส่วนตัว ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน 13 หลัก, เบอร์โทร, เพื่อไปเปิดบัญชีออนไลน์แทนเหยื่อ วิธีนี้อันตรายยิ่ง เพราะเหยื่อจะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมีบัญชีม้า จนกว่าจะถูกอายัดบัญชีหรือตำรวจติดต่อมาเท่านั้นข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (AFNC) ว่า ธปท. ได้ยกระดับมาตรการจาก “จัดการรายบัญชี” เป็น “จัดการรายบุคคล” หมายความว่า ถ้าชื่อถูกขึ้นบัญชีเป็นบัญชีม้า บัญชีธนาคารในชื่อบุคคลดังกล่าวทุกธนาคารและทุกรูปแบบจะถูกระงับทันที ไม่ใช่แค่บัญชีที่มีปัญหา รวมทั้งถูกปิดกั้นช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด รวมถึงการเปิดบัญชีใหม่ก็ทำไม่ได้ นอกจากคดีอาญาแล้ว ยังอาจถูกฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย จากผู้เสียหายที่เงินไหลผ่านบัญชีม้าดังกล่าว ทำให้มีประวัติอาชญากรรม กระทบการสมัครงาน กู้เงินขอวีซ่า และการทำธุรกรรมในอนาคตกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งสัญญาณเตือนควรฉุกคิดก่อนเปิดบัญชีให้ใคร ประกอบด้วย 1.อย่าหลงเชื่อว่าจะมีคนเสนอเงินแลกกับการ “เปิดบัญชีเปล่าๆ” ให้ใช้ 2.งานออนไลน์ที่ขอให้ใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวรับ-โอนเงินแทนบริษัท ซึ่งงานถูกกฎหมายจะไม่มีนโยบายแบบนี้ 3.ถูกขอให้ส่งมอบสมุดบัญชี, บัตร ATM, รหัส Mobile Banking ให้คนอื่นถือครอง 4.คนชวนเป็นคนรู้จักหรือเพื่อนที่ชวนต่อกันเป็นทอดๆโดยบอกว่า “ไม่ผิดกฎหมาย” 5.ค่าตอบแทนดูสูงเกินจริงเมื่อเทียบกับสิ่งที่ต้องทำแค่เปิดบัญชีแต่ถ้าเผลอเปิดบัญชีม้าไปแล้วหรือสงสัยว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อ สิ่งที่ต้องทำประกอบด้วย 1.ให้รีบติดต่อธนาคารทันที เพื่อขอปิดบัญชีหรือแจ้งระงับ ก่อนเงินผิดกฎหมายจะไหลผ่านมากขึ้น 2.แจ้งความผ่านเว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th พร้อมหลักฐานสลิปหรือแชตที่คุยกับมิจฉาชีพ 3.เก็บหลักฐานทุกอย่างที่แสดงว่าถูกหลอกหรือถูกชักชวน เพื่อเก็บไว้ใช้ต่อสู้คดีการเป็นบัญชีม้ามีโทษตามกฎหมายภายใต้ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (แก้ไขเพิ่มเติม) กำหนดโทษไว้ว่าการเปิดบัญชี/บัตร/e-Wallet ให้คนอื่นใช้ โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะใช้ก่ออาชญากรรม ต้องโทษจำคุก 2-5ปี ปรับ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, เป็นธุระจัดหา โฆษณา ชักชวนให้ซื้อขาย- เช่าบัญชีหรือซิมม้า จำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับสูงสุด 500,000 บาท, นิติบุคคล/สถาบันการเงินที่ฝ่าฝืน มีโทษปรับสูงสุด 500,000 บาท ผู้แทนนิติบุคคลติดคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฉบับที่ 2 พ.ศ.2568) และหากเข้าข่ายฟอกเงิน (ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ต้องโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาทและที่สำคัญเป็นคดีอาญาที่ไม่ใช่แค่ตักเตือน แต่หมายถึงการมีประวัติติดตัวตลอดชีวิต แม้จะอ้างว่า “ไม่รู้” ก็ยังต้องพิสูจน์ในชั้นศาล และหลายกรณีที่ “ควรรู้” (เช่น รับค่าจ้างเปิดบัญชีทั้งที่ผิดปกติ) ก็เข้าข่ายผิดได้เช่นกัน.ไทยรัฐไซเบอร์เน็ตคลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม