ฮั้วเคลียร์ใจ แชร์อำนาจกันจบ ก็ตั้งหลักได้ เครือข่ายอำนาจรัฐบาลภูมิใจไทย หลังจากจัดสรรปันส่วนโควตาเก้าอี้จัดบิ๊กๆข้าราชการกันลงตัว รวมแบบผลัดกันหยิบ พี่มั่ง-น้องมั่ง “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ และ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” แท็กทีมหรูหราพลังของ 2 น.วันนี้ ในบ้านเมืองนี้ จะทำอะไรก็ได้ เพราะหลังจากที่ยันเกมบุก ฝ่ายค้าน ฝ่ายต้านไม่เป็นขบวน ตอนนี้จัดทัพจัดแถวบู๊สู้กันคึกคักไม่ใช่แค่รอตั้งรับ แต่เตรียมเปิดเกมรุก เริ่มเห็นทิศทางจากคิวประชุมสภาฯพิจารณาร่าง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อประคองเศรษฐกิจ และเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เป็นรายการที่เห็นภาพทัพ “หนู-เน” ปึ้กโหวตผ่านกฎหมายใหญ่ฉลุย เสียงไม่มีกระฉอกตกหล่นแม้แต่ค่ายกล้าธรรมที่ว่าเฮี้ยวๆ ก็ยังแค่ “งดออกเสียง” เหนียมๆกั๊กๆเพราะไม่อยาก“กัดก้อนเกลือกิน” เนิ่นนานขณะที่ภาพรวม พ.ร.ก.เงินกู้ กองที่ 2 ที่แยกมา 2 แสนล้านบาท เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ยังไม่เห็นทิศทาง แผนงาน ยุทธศาสตร์ชัด แถมยังต้องรอคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการของกระทรวงการคลัง และที่เปิดๆก็ถูกดักคอสส.พรรคประชาชนชำแหละ ดูเบื้องต้นโครงการส่วนใหญ่เข้าทำนอง แย่งเสนอเพื่อรอ “ซื้อของ”ลูบปาก น้ำลายสอ รอ “เปลี่ยนผ่านพลังงาน” กันเป็นแถวอย่างไรก็ดี รายการนี้ 2 น. “หนู-เน” อ่านเกมก็รู้จุดอ่อนคนการเมืองดี บริหารจัดการแรงเขย่า คุมเสียงรัฐบาลอยู่หมัด หนำซ้ำ จากที่ตั้งรับ เริ่มเห็นธงสะบัดมาแต่ไกล จากเขากระโดง บุรีรัมย์ ถึงลูกทัพเครือข่ายเสมือนมีสัญญาณ “ไอ้เสือบุก” ปลุกความฮึกเหิมลูกค่ายดาหน้าออกมาสู้ฝ่ายต่อต้านกันยกแผง ทั้งปมฮั้ว สว. ขุนทัพภูมิใจไทย ไล่ตั้งแต่ที่อยู่ในข่ายถูกตั้งข้อหา ทั้งนายกฯ บรรดารัฐมนตรี ลูกค่ายเครือข่าย รวมทั้ง สว.สายแข็ง ก่อนนี้ดาหน้าปฏิเสธเอี่ยวแก๊งโกงกันอึกๆอักๆวันนี้เริ่มขึงขังท้าชนเต็มเสียง แถมออกลูกบู๊ในแนวเดียวกัน สไตล์เดียวกันหมดคือชี้นิ้ว ถ้าข้าชั่ว-เอ็งก็เลว ขู่เอาคืนคนเปิดข้อมูลโกงฮั้ว สว.ฮึกเหิมพร้อมใส่สุดลุยไฟขณะที่รายการอื่นๆ ก็เดินทัพขยับแบบเดียวกัน แต่เพราะแตะตรงไหนก็มีข่าวฉาว ปมโกงตรงนั้น ตอนนี้เครือข่ายอำนาจสีน้ำเงิน ถึงต้องแบ่งทีมกันดับไฟโกง เอไอพาสปอร์ต กระแสต้านก็เพลามือไปบ้างขณะที่ปมโกงสอบท้องถิ่น วิชาตัวเบาของ “นายกฯอนุทิน” ก็ลอยตัวได้อย่างสุดยอด ทั้งที่นั่งเก้าอี้ มท.1 ต่อเนื่อง ตรงจุดเกิดเหตุแห่งการ “โกง” โบ้ยแต่ว่า “หนูไม่เกี่ยว” ให้กองแช่งหงุดหงิดขอแค่แฟนๆขวาสุดโต่ง ยังเทใจไม่ลืมหูลืมตา เลิฟพี่ห้อย-รักพี่โหน เคลิ้มคล้อยตามทุกอย่างก็พอไม่เท่านั้น ยังมีขุนพลหน้าใหม่ในทีม กมธ.สภาฯ สีน้ำเงินจ๋า แต่ทีท่าตรวจสอบขึงขัง จนคนงงกันเป็นแถว แต่สุดท้ายบอกสีชัด ที่ตามบี้มีเป้าหมายที่ “นายหน้ารายย่อย” ในพื้นที่ เข้าเค้าแค่เกมสกัดคู่แข่งเลือกตั้งจากค่ายเพื่อไทยใช้วิกฤติเป็นโอกาส ตามที่ติวเตอร์ใหญ่สอนสั่งเกมรุกระบอบสีน้ำเงิน ไม่ได้มีแค่นั้น ล่าสุดแว่วข่าวว่า ผู้มากบารมีสีน้ำเงินสายตายาวไกล แลเล็งไปหลายองค์กรหน่วยงาน ที่จะจัดคนเข้าไปช่วยปัดกวาดซักล้าง และคอนโทรลงานแม้แต่หน่วยงานดูแลเรื่องหวยรัฐ “กองสลาก” ก็ไม่เว้นหรือกระทั่งสถาบันวิชาการคลังสมองของรัฐสภา อย่างสถาบันพระปกเกล้า ในการดูแลของรัฐสภา “ครูน้อย ศิษย์ครูใหญ่” อย่าง “ประธานโสภณ ซารัมย์” ประธานรัฐสภา จ้องมองเขม็งไปที่สถาบันแห่งนี้ประจวบเหมาะกับผู้บริหาร ระดับ “บิ๊กสถาบันฯ” กำลังปั่นป่วน เพราะพลาดท่าจนปรากฏข่าวฉาวพาดพิงกล่าวหา ในปมร้อนเงินๆทองๆ ราคาค่างวด “เก้าอี้โควตา” เรียนหลักสูตรใหญ่ “ปปร.” ของสถาบันฯถึงขั้นมีการแจ้งความเอาไว้ ถึงแม้ว่าล่าสุดหลังจากเคลียร์เรื่องเงินๆทองๆกันจบ มีการถอนการแจ้งความ แต่ในด้านคดีอาญา ก็มีคนชี้ว่าต้องตีความข้อกฎหมาย“ความผิดสำเร็จแล้ว” หรือไม่แต่ที่แน่ๆ อุณหภูมิไม่ลดดีกรี เมื่อพลาดท่าเสียที เก้าอี้“บิ๊ก ส. พระปกเกล้า” ยังมีแรงเขย่าขย่ม“ครูน้อย-ครูใหญ่” จ่อฉวยลูกซ้ำ ตามเวนคืนเก้าอี้แน่.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม