“รอมฎอน” ร้องนายกฯตั้งคณะกรรมการไต่สวนทหารยิงวัยรุ่นเจ็บที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส คู่ขนานไปกับพนักงานสอบสวน ส่วนหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสปฏิเสธเหตุทหารยศจ่าอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ยิงชาวบ้านเจ็บ หลังโจรใต้ก่อเหตุป่วนใน จ.นราธิวาส สั่งจัดกำลังพลนายทหารสัญญาบัตรนำ ฮ.ขึ้นบินลาดตระเวน ไม่มีใครติดอาวุธ ส่วนรอยกระสุนจุดเกิดเหตุเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จับกุมชาย 1 คนที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ทำหน้าที่ขโมยกล้องวงจรปิดตามเสาไฟ เร่งสอบสวนขยายผล ศอ.บต.เก็บข้อมูลเสนอ ครม.เยียวยาความเสียหายทรัพย์สินของรัฐและเอกชนียวยาความเสียหายทรัพย์สินของรัฐและเอกชนจากเหตุการณ์โจรใต้ป่วนเมืองนราธิวาส 13 อำเภอ 40 จุด เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค. ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 คน 1 ในนั้นคือนายซอและ ดือเลาะ อายุ 21 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ สอบถามยืนยันว่า ถูกเจ้าหน้าที่ยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ที่บินลาดตระเวนในพื้นที่ ต. ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส จากนั้นเจ้าหน้าที่หาข้อเท็จจริงประสานผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นเพื่อนอีก 3 คนของนายซอและที่เดินทางกลับมาจากการตั้งแคมป์ รวมทั้งนายนูเซ็ง ลาเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ร่วมเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบร่องรอยของวิถีกระสุนบนผิวถนนยางมะตอย พร้อมทั้งชี้จุดที่ถูกยิงมาจากด้านหน้าแถวบริเวณยอดกอไผ่ความคืบหน้าเมื่อเช้าวันที่ 26 ส.ค.หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกเอกสารชี้แจงระบุว่าตามที่สื่อมวลชนหลายสำนักนำเสนอข่าวระบุว่ามีนายทหารยศ “จ่า” ใช้ปืน M16 A2 ยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นจากอากาศยานในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส โดยอ้างอิงร่องรอยบนพื้นถนนลาดยางนั้น หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง และขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้ 1.ภารกิจทางอากาศเป็นการลาดตระเวนและตรวจการณ์เท่านั้นในคืนวันที่ 22 ส.ค.69 เกิดเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วทั้ง จ.นราธิวาส หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสจัดอากาศยาน (เฮลิคอปเตอร์) ขึ้นบินปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและตรวจการณ์ทางอากาศ เพื่อสนับสนุนและประสานการปฏิบัติกับกำลังภาคพื้นดินเท่านั้น โดยไม่มีการนำอาวุธขึ้นไปบนอากาศยานเพื่อปฏิบัติ การยิงแต่อย่างใด2.กำลังพลบนอากาศยานไม่มีนายทหารยศ “จ่า” ปฏิบัติหน้าที่ใดบนอากาศยานในภารกิจคืนดังกล่าว มีกำลังพลขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนอากาศยานจำนวน 4 นาย ไม่มีใครนำอาวุธประจำกายขึ้นไปด้วยตามคำสั่งของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสระบุไว้ว่า ห้ามนำอาวุธประจำกายขึ้นบนอากาศยานโดยเด็ดขาด โดยมีนักบิน นักบินผู้ช่วย และฝ่ายอำนวยการ ทั้ง 3 นายเป็นนายทหารสัญญาบัตร ทั้งนี้ นายทหารสัญญาบัตร (ฝ่ายอำนวยการ) 1 นาย ทำหน้าที่ตรวจการณ์ทางอากาศและรายงานประสานงานกับหน่วยภาคพื้นดิน สำหรับนายทหารประทวน (ช่างเครื่อง) 1 นาย ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของอากาศยานตามภารกิจปกติ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสขอยืนยันว่าไม่มีนายทหารยศ “จ่า”บนอากาศยานทำการยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อ.จะแนะ ตามที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอน3.ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภาพถ่ายร่องรอยบนพื้นถนน สำหรับภาพร่องรอยบนพื้นถนนลาดยางที่ปรากฏในสื่อต่างๆ เป็นภาพที่ถ่ายก่อนที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเป็นทางการ การเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุของบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องก่อนการตรวจพิสูจน์ อาจส่งผลให้เกิดความยุ่งเหยิง และกระทบต่อพยานหลักฐานในทางคดีตามกฎหมาย หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและประชาชนในการรับฟังข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวัง และยึดถือข้อเท็จจริงที่ผ่านการตรวจสอบอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมที่รัฐสภา นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่มีข้อสงสัยว่ามีการใช้ปืนยิงวัยรุ่น 4 คนจากเฮลิคอปเตอร์ ที่ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ลงพื้นที่และเรียกร้องให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ฉก.นราธิวาส) เข้ามาตรวจสอบ เพราะทราบจากพื้นที่และผู้นําในพื้นที่ว่ามีเหตุการณ์ยิงและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ยืนยันว่าข้อเท็จจริงมี 2 มุม เริ่มจากผู้ที่ได้รับบาดเจ็บยืนยันว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ขณะที่หน่วยงานราชการ ทั้งหน่วย ฉก.นราธิวาส และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ยืนยันว่าไม่มีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์แต่อย่างใด อยากเรียกร้องนายกรัฐมนตรีให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง คู่ขนานไปกับการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน หากความจริงในครั้งนี้ไม่ยุติหรือคลี่คลาย และได้รับความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย เกรงว่าประเด็นความจริงหลายชุดจะเหมือนกับหลายเหตุการณ์ที่ทุกคนต่างเล่าเรื่องกันไป ทําให้เกิดความบาดหมางหวาดระแวงในอนาคต แม้นายกฯจะกําชับแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ตรวจสอบเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวมองว่าบุคคลทั้งหมดเป็นผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย อยากให้ฝ่ายการเมืองให้คํามั่นว่าการตรวจสอบครั้งนี้มีความโปร่งใสและความเชื่อมั่นมากพอเมื่อถามว่าหลังลงพื้นที่ความเป็นไปได้ที่กระสุนจะมาจากภูเขาหรือป่า นายรอมฎอนกล่าวว่า มีความเป็นไปได้เพราะด้านข้างเป็นแม่น้ำอีกฝั่งเป็นเนินสูง แต่ว่ามีความมืดและยากมาก รวมถึงความพยายามในการสร้างพยานหลักฐานและสร้างสถานการณ์ที่ตนมองว่าเป็นไปได้ แต่น้อยมาก เพราะรอยกระสุนกระจัดกระจายเหมือนโดนกราดยิง และเห็นรอยเลือดอยู่ใกล้ๆ จากคําบอกเล่าของทีมงานผู้ใหญ่บ้าน ผู้ถูกยิงพยายามคลานหนี ขณะที่ ผกก. สภ.จะแนะ บอกว่าพบหัวกระสุนจากรถ จยย. ตนมองว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจว่าพยานหลักฐานมีความชัดมากขึ้น เมื่อถามว่าผู้เชี่ยวชาญมองว่าการยิงจากเฮลิคอปเตอร์เป็นไปได้ยาก เพราะต้องยิงต่ำและมีความแม่นยำ นายรอมฎอนกล่าวว่า อาจมีข้อโต้แย้งอื่น หรือสมมติฐานใหม่ จึงอยากให้ลงพื้นที่และผ่านการรวบรวมที่โปร่งใส ท้ายที่สุดเราต้องการความจริงและกลไกที่เป็นอิสระมากพอ แต่สิ่งที่เป็นไปได้ยากมากคือการยิงตัวเอง ส่วนตัวเชื่อว่าถูกยิงจากมุมนั้นแน่ๆ แต่จะมาจากเฮลิคอปเตอร์หรือไม่ ก็ต้องเผื่อใจไว้ว่าไม่ 100% ตนรู้ข้อมูลมาแค่บางส่วน ไม่ได้เห็นภาพ รับรู้ผ่านโทรศัพท์ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ แต่ข้อมูลที่ยืนยันจากข้าราชการ ทําให้เชื่อในระดับหนึ่งส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบจุดเกิดเหตุทั้ง 13 อำเภอ 40 จุดในพื้นที่ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเจ้าหน้าที่อีโอดี และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพร้อมกำลัง 3 ฝ่าย ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทั้งหมดแล้ว จับกุมนายอูบัยดี ประสมสินทร ผู้ก่อเหตุขโมยกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บนเสาไฟฟ้า บ้านปาเร๊ะรูโป๊ะ หมู่ 9 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เป็น 1 ใน 3 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง ให้การรับสารภาพจนเจ้าหน้าที่นำไปสู่การตรวจยึดกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ตัว พร้อมทั้งควบคุมตัวสอบสวนขยายผลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง อีก 2 จุดหรือไม่มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บนเสาไฟฟ้าตามจุดต่างๆในพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อติดตามพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุ คาดว่ากล้องวงจรปิดสามารถบันทึกพฤติกรรมไว้ได้ในช่วงก่อนก่อเหตุและในช่วงพากันหลบหนีว่า คนไหนมุ่งมาจากทิศทางใดและหลบหนีไปในทิศทางใด เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในครั้งที่ผ่านมา จะทำให้การแกะรอยกลุ่มคนร้ายให้แคบลงด้าน น.อ.จักรพงษ์ อภิมหาธรรม รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการบูรณาการการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทีมงานเยียวยาศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) ลงพื้นที่ 5 จุดใน อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์เยี่ยมผู้ได้รับผลกระทบ และสำรวจความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค.ที่ผ่านมาน.อ.จักรพงษ์เปิดเผยว่า กระบวนการช่วยเหลือเยียวยาแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กรณีทรัพย์สินของหน่วยงานราชการ จังหวัดและอำเภอ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รวบรวมข้อมูลความเสียหายทั้งหมด เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีสัญจรระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย. เพื่อขอความเห็นชอบในหลักการสำหรับการช่วยเหลือทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ส่วนทรัพย์สินของภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ประจำอำเภอชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือเยียวยา พร้อมรวบรวมเอกสารเข้าสู่คณะกรรมการระดับอำเภอ จะพิจารณาภายใน 2 วัน โดยกรณีใดที่สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้ก่อน จะเร่งพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว จากนั้นเสนอเข้าสู่คณะกรรมการระดับจังหวัด เพื่อพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอนต่อไปนอกจากนี้ยังมีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์ไฟใต้ยังลุกโชน เมื่อเวลา 20.50 น. วันที่ 25 ส.ค. พ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส รับแจ้งมีเหตุผู้หญิงถูกยิงได้รับบาดเจ็บหน้าบ้านพักเลขที่ 23/1 หมู่ 3 ต.ลำภู ไปตรวจสอบญาตินำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ทราบชื่อ น.ส.ซูไฮลา สารีแม อายุ 28 ปี ถูกยิงด้วยปืนลูกซองกระสุนเข้าที่ลำตัวหลายรู สอบถามญาติทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ซูไฮลา นั่งอยู่ที่บริเวณแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน คนร้าย 2 คนขี่รถ จยย.ซ้อนท้ายกันมาวิ่งมาหน้าบ้าน คนนั่งซ้อนท้ายชักปืนยิงแล้วหลบหนี คาดปมเหตุความขัดแย้งส่วนตัวหรือสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่อีกรายเวลา 20.00 น. วันที่ 25 ส.ค. พ.ต.อ.สมบัติ ซุ้นหั้ว ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณทุ่งพรุน้ำดำ หมู่ 1 ต.น้ำดำ ไปตรวจสอบคนเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.ทุ่งยางแดง ทราบชื่อนายฮาซัน ตาเละ อายุ 21 ปี ถูกยิงที่ลำตัว 1 นัด สอบสวนทราบว่า นายฮาซันขี่รถ จยย.ออกจากบ้านไปทำธุระเมื่อถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายขี่รถ จยย.ประกบยิงแล้วหลบหนี สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือโจรใต้ก่อเหตุในพื้นที่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่