“ป้าดา” และทายาทวืดหน้าแตก หลัง พศ.ไม่ให้เอกสารการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ออกมาโต้ฉุนขาด เคยติดต่อ ผอ.พศ.รับปากจะให้เอกสารแล้วไม่ให้ผิดหวังมาก เจ้าหน้าที่อ้างเอกสารเป็นความลับพร้อมเดินต่อให้สุดทาง ขณะที่ พศ.ยันขึ้นทะเบียนเป็นวัดถูกต้องตามขั้นตอน มีประกาศในราชกิจจานุ เบกษาเรื่องการตั้งวัด สามารถตรวจสอบทางเว็บไซต์ แนะนำให้ทายาทยื่นอุทธรณ์ไปที่สำนักนายกรัฐมนตรีมหากาพย์คดีข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ยังเป็นที่สนใจของสังคมอย่างมาก หลังเกิดเหตุกลุ่มของ น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา นำท่อคอนกรีตมาปิดทางเข้า-ออกวัด เพื่ออ้างสิทธิ์ในที่ดินจนนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายในหลายข้อหา ป้าดาและทายาทยังไม่ลดละหาหลักฐานโต้แย้งโฉนดที่ดินวัดความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 ส.ค. น.ส.ชมมณี หรือป้าดา น้อยจันทร์ พร้อมด้วยนางบัวไข ป้าบัวไข สรสมุทร ผู้จัดการมรดก และนางบัวเรียน พิมพ์ศรี ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางมาที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เพื่อขอตรวจสอบเอกสารหลักฐานการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม อ.เมืองขอนแก่น ว่ามีการขออนุญาตจัดตั้งวัดตามกฎระเบียบของสำนักพุทธฯ และ พ.ร.บ.สงฆ์ หรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้ประสานนายธีรเดช จันทรัตน์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เนื่องจากไม่พบรายชื่อวัดป่าอดุลยารามในทำเนียบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติภายหลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ น.ส.ชมมณี หรือป้าดา น้อยจันทร์ เปิดเผยว่า รู้สึกผิดหวังเพราะสิ่งที่ต้องการทราบ ทาง พศ.ไม่สามารถตอบได้ว่าการจัดตั้งวัดถูกต้องและไม่สามารถนำเอกสารมาชี้แจง ให้เหตุผลว่าทุกอย่างเป็นความลับ และแนะนำให้ทายาทยื่นอุทธรณ์ไปที่สำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ทาง ผอ.พศ.เคยบอกในรายการโหนกระแสว่ามาขอดูได้เลย หากวันนี้มีเอกสารชัดเจนตามที่ขอว่า ที่ดินผืนดังกล่าวเป็นวัดอย่างถูกต้อง ทายาทก็ไม่ติดใจอะไร หลังจากนี้จะเดินหน้าตามหาความจริงและไปให้สุดทางนางบัวเรียน พิมพ์ศรี ทายาทนายเฮียง เปิดเผยว่า ทายาททุกคนต้องการให้ตรวจสอบที่ดินผืนดังกล่าวว่าจัดตั้งวัดถูกต้องหรือไม่ เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมาดำเนินการยื่นเอกสารสอบถามการจัดตั้งวัด แต่ไม่มีความชัดเจน คำตอบที่ได้จาก พศ.ทำให้ตนผิดหวังมาก หลังจากนี้ทายาทจะต้องกลับไปปรึกษากับทนายความว่าจะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อไปที่สำนักนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่ ทั้งนี้ ทุกคนรู้ว่ากรรมการวัดทุกรุ่นต้องการที่ดินผืนดังกล่าวเพราะทำเลดีสำหรับวัด ส่วนที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาบอกว่าที่ดินนี้เป็นของวัดถูกต้องแล้ว มองว่ายังไม่ถูกต้อง และยังติดใจ เพราะที่ผ่านมาทายาทไม่เคยรับรู้ มีแต่เอกสารลับๆ พร้อมตั้งคำถามว่า แอบทำกันทำไมขณะที่ ผศ.ปารีณา ศรีวนิชย์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและพัฒนาวิชาการพระพุทธศาสนา (พศ.) ชี้แจงกรณีการเปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับวัดป่าอดุลยารามว่า พศ.ในฐานะหน่วยงานราชการมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการให้ประชาชนตามที่กฎหมายกำหนด ยืนยันว่าเอกสารที่มอบให้เป็นเอกสารที่สามารถเปิดเผยได้ ประกอบด้วย สำเนาหนังสืออนุญาตให้สร้างวัดออกโดยกรมการศาสนา รวมถึงมติมหาเถรสมาคม (มส.) ที่เห็นชอบให้ตั้งวัด หลังจากดำเนินการก่อสร้างและมีเสนาสนะครบถ้วนตามกระบวนการ นอกจากนี้ ยังมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรื่องการตั้งวัดป่าอดุลยาราม เอกสารการขึ้นทะเบียนวัดในระบบฐานข้อมูลของ พศ. รวมถึงประกาศโดยเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เกี่ยวกับเขตปกครองคณะสงฆ์ของวัดป่าอดุลยารามระบุว่า กระบวนการก่อนที่จะมีการอนุญาตให้สร้างวัดและตั้งวัดนั้น ต้องผ่านการพิจารณาหลายขั้นตอน ทั้งฝ่ายราชการและฝ่ายคณะสงฆ์ ตั้งแต่ระดับอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัด ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ มส.ผศ.ปารีณากล่าวอีกว่า เอกสารดังกล่าวสะท้อนว่าการดำเนินการเกี่ยวกับวัดป่าอดุลยารามผ่านกระบวนการตามขั้นตอน ส่วนกรณีเอกสารอื่นๆ ที่ไม่ได้เปิดเผยนั้น เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ มาตรา 15 ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานของรัฐอาจไม่เปิดเผยข้อมูลบางประเภท โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นความเห็นหรือคำแนะนำภายในของหน่วยงานในการดำเนินการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สำหรับกรณีหนังสือถวายฎีกาที่มีการพูดถึงนั้น เข้าใจว่าอาจหมายถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา พศ.เห็นว่าเป็นข้อมูลในลักษณะความเห็นหรือคำแนะนำภายในไม่สามารถเปิดเผยได้ ย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าเอกสารดังกล่าวเป็นความลับ แต่เป็นข้อมูลที่กฎหมายกำหนดข้อจำกัดในการเปิดเผย “ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนวัดป่าอดุลยารามไว้ในระบบ และประชาชนสามารถเข้าตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ มองว่าสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลด้าน Open Data และหากวัดไม่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกระบวนการ คงไม่มีการขึ้นทะเบียนวัดไว้ในระบบดังกล่าว” ผศ.ปารีณากล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่