สุดท้าย “บทเรียน” ก็คงลอยไปกับสายน้ำเช่นเคย เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ ดินโคลนถล่มเมืองน่าน ผลกระทบหลายอำเภอ จากนี้ก็เป็นฤดูเยียวยาดูแลช่วยเหลือชาวบ้าน รวมอีกหลายจังหวัดภาคเหนือต้องเฝ้าระวัง ท่ามกลางกระแสดราม่า มีผู้เชี่ยวชาญหน้าฟีดหน้าจอโซเชียลฯออกมาวิเคราะห์ระบุสาเหตุ “น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม” กันยกใหญ่สาเหตุเภทภัย แน่นอนอันดับแรกๆปฏิเสธไม่ได้ก็คือมาจากเรื่องธรรมชาติ ฝนตกชุก พระพิรุณถล่มหนัก นอกจากนั้นก็เรื่องของการตัดไม้ทำลายป่า ภูเขาหัวโล้น ไม่มีต้นไม้ซับน้ำชะลอน้ำ ปัญหาผังเมืองปล่อยปลูกสร้างบ้านเรือน ถนนหนทางกีดขวางทางน้ำ ฯลฯตำรารับมือ หลักสูตรแก้น้ำ เรียนรู้ซ้ำๆหลายรอบแล้วจะสาเหตุไหนสาเหตุใดก็ตาม หน้าที่โดยตรงคือรัฐบาล “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” จะบริหารจัดการเท่าที่เห็นนอกจากสั่งการ มอบหมายรองนายกฯ ไปบัญชาการสถานการณ์ ปักหลักในพื้นที่หน้างาน พร้อมรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี ข้าราชการน้อยใหญ่ แต่แค่ “ไวต่อสถานการณ์” แก้เหตุเฉพาะหน้าคงไม่พออีกเรื่องสำคัญ ต้องหยิบบทเรียนมาแก้ไขแบบ “ปฏิบัติจริง” เสียทีพิมพ์เขียวโครงการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบทั่วประเทศ ที่เคยศึกษาไว้เป็นตั้งๆ ทั้งฟลัดเวย์ มอเตอร์เวย์น้ำ ขุดเจ้าพระยาสายใหม่ ทำเขื่อน สร้างฝาย กำแพงกั้นน้ำ ผุดเส้นทางเบี่ยงเส้นทางน้ำไม่ให้ทะลักเข้าเมือง ฯลฯ วันนี้ต้องระดับผู้นำอำนาจล้น ผู้ใหญ่อุปถัมภ์ “นายกฯอนุทิน” ใช้จังหวะนี้คงไม่เกินมือ โชว์ผลงานเต็มๆสักเรื่องเพราะเอาเข้าจริง ระยะเวลาของรัฐบาล บวกรวมจากห้วงนั่งเก้าอี้เฉพาะกิจ รวมก็ครึ่งค่อนปีไปแล้ว ถึงแม้มี “งานออก” จัดมาตรการอัดฉีดงบฯ 2-3 โครงการ ประคองปมปากท้องเฉพาะหน้า และมีที่รอติดเครื่องเดินหน้า “ปั๊มเศรษฐกิจ” อีกเพียบนอกนั้นภาพที่เห็นล้วน “งานงอก” ข่าวลบกลบข่าวดีไปหมดชนิดแตะตรงไหนก็ส่อโกงตรงนั้นถึงแม้จะไม่เกี่ยวกับ “นายกฯอนุทิน” โดยตรง แต่หลายเรื่องที่จริงก็อยู่ในหน้าที่รับผิดชอบทั้งโกงสอบท้องถิ่นก็ยุค มท.1 ที่ชื่อ “อนุทิน” นั่งเก้าอี้มาต่อเนื่อง เรื่องฮั้ว สว. เป็นชนักที่นายกฯก็ถูกโยงใยพาดพิง พ่วงกับอีกหลายรัฐมนตรีในเครือข่ายพรรคการเมืองที่มีหัวหน้าชื่อ “อนุทิน”โบ้ยเป็นเรื่องเก่า เรื่อง สว. รัฐบาลไม่เกี่ยว คงฟังไม่ขึ้นหรือแม้แต่คิวร้อนๆ ทั้งไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน โครงการเอไอพาสปอร์ต ของเล่นฝึกงาน “ลูกเทพ” ถึงโครงการดีแต่ส่อไม่คุ้ม แถมข่าวแก๊งโลภรุ่นใหม่ส่อล็อกคิว ไปจนกระทั่งโครงการต่างๆอีอีซีเริ่มถูกโวยว่าเอื้อทุนต่างชาติ คนในพื้นที่ภาคตะวันออกที่รู้ข้อมูลเริ่มโวย ล่าสุดพื้นที่ปราจีนบุรี ชาวบ้านเหลืออดผลกระทบโรงงาน ทำเสี่ยงป่วยไข้ตายผ่อนส่งยังไม่รวมขุมทรัพย์พลังงานที่ทยอยชงหวานๆกันไว้ พร้อมข่าวเครือข่ายรอแชร์แบ่งปัน ฯลฯทั้งหมดในโหมดบริหารประเทศ คนเป็นนายกฯจะโยนลูกไม่รับรู้ วันนี้ผู้คนเริ่มทันมุกซ้ำๆแน่นอน ยิ่งใกล้ถึงช่วงที่ต้องโดนสแกนเช็กละเอียด คิวอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังจากเปิดสมัยประชุมสภาฯ 25 ส.ค.นี้ เป็นต้นไป ในจังหวะที่ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะค่ายสีส้ม พรรคประชาชนเข็ดหลาบกับคำลวง “สุดทางฮั้ว” เริ่มส่งสัญญาณเลิกเลือกปฏิบัติทุบ “2 น.ผู้มีอำนาจ”พากันเช็ดเขียงลับมีดรอเชือดแล้วจึงถึงเวลาที่ “นายกฯอนุทิน” นอกจากโชว์บทผู้นำ กำชับรัฐมนตรี สส. กรรมาธิการให้เร่งทำงาน ขู่วัดผลเคพีไอด้วยเอพีไอ “อนุทินพีไอ” ก่อนยกเครื่องอำนาจ “ปรับ ครม.”นับจากนี้ก็ถึงเวลาพอสมควร ลิเกจบจากช่วงออกแขก ร่ายรำโหมโรง ถ้าไม่เร่งเครื่องการงาน ไม่จัดการปมโกง โยนลูกออกจากตัวอยู่ร่ำไปถึงที่สุด “อนุทิน” จะใช้ลีลาเด้งเชือกจากมุมลำบากรำป้อชิ่งหนีจากความรับผิดชอบกันได้ยาก.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม