น่านยังไม่คลายวิกฤติมวลน้ำไหลบ่าทะลักท่วมตัวเมืองทั้งย่านเศรษฐกิจการค้าและโบราณสถานวัดภูมินทร์จมบาดาล หวั่นจิตรกรรมฝาผนัง “ปู่ม่านย่าม่าน กระซิบรักบันลือโลก” พังเสียหาย “ยศชนัน” ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ต่อเนื่องวันที่สอง นำคณะลงเรือลุยฝ่ากระแสน้ำส่งถุงยังชีพอาหารน้ำดื่มถึงมือชาวบ้าน กำชับดูแลผู้ประสบภัยเต็มที่พร้อมสั่งจัดหาปั๊มน้ำเพิ่มเติมด่วน แม่ฮ่องสอนดินสไลด์ต้นไม้เสาไฟหักโค่นขวางถนนหลายจุด ระทึกโคลนถล่มทับบ้านชาวบ้านเจ็บ 5 ราย สุโขทัยสัญญาณแจ้งเตือนภัยดังลั่นเช้ามืด น้ำป่าซัด 3 อำเภออ่วมหนัก ฝนเทนครพนมจมตัวเมืองเร่งระบายลงน้ำโขง อุตุฯเตือนฝนยังถล่มหนักภาคเหนือ-อีสานต่อเนื่อง 25 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัย หลายจังหวัดภาคเหนือยังคงเผชิญสถานการณ์ฝนตกหนัก โดยเฉพาะ จ.น่าน เกิดน้ำป่าซัดถล่มในหลายอำเภอ วิกฤติหนักสุดที่ อ.ปัว กระแสน้ำไหลเชี่ยวถาโถมใส่พื้นที่ชุมชนทั้งบ้านเรือน รถยนต์ ถนนหนทางพังพินาศเสียหายย่อยยับ มีผู้สังเวยชีวิตแล้ว 2 ศพ นายกฯสั่งการข้ามประเทศให้ทุกภาคส่วนบูรณาการกำลังลงพื้นที่เร่งช่วยผู้ประสบภัย ขณะที่ทางจังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติตั้งศูนย์พักพิงดูแลชาวบ้านและจัดเตรียมอุปกรณ์กู้ภัยพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินตลอดเวลามวลน้ำไหลบ่าเข้าท่วมเมืองน่านสถานการณ์น้ำท่วม จ.น่าน ยังไม่คลายวิกฤติ เมื่อช่วงวันที่ 20 ส.ค. หลังมวลน้ำไหลบ่าจาก อ.ปัว เข้าสู่พื้นที่ อ.เมืองน่าน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นทะลักเข้าท่วมพื้นที่ย่านเศรษฐกิจการค้าใจกลางเมืองน่าน แม้เจ้าหน้าที่จะนำกระสอบทรายบิ๊กแบ็กมาวางกั้นพร้อมตั้งเครื่องสูบน้ำระบายออก แต่น้ำยังผุดขึ้นมาตามท่อระบายน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบริเวณที่ราบลุ่มรวมถึงเขตพื้นที่ชุมชนกลางเมืองน่าน ระดับน้ำสูงเฉลี่ยประมาณ 30-60 ซม. ถนนหลายสายไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่สภาพอากาศท้องฟ้ายังมืดครึ้มมีฝนตกปรอยๆลงมาตลอดเวลาห่วงจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ที่วัดภูมินทร์ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน โบราณสถานสำคัญที่มีจิตรกรรมฝาผนังล้านนาอันทรงคุณค่า “ปู่ม่านย่าม่าน กระซิบรักบันลือโลก” สถานการณ์น่าเป็นห่วง มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 70-80 ซม. พระสงฆ์และสามเณรในวัดมีประมาณ 25 รูปได้รับความเดือดร้อน ต้องพายเรือลุยน้ำออกสำรวจพื้นที่รอบวัด โดยเฉพาะบริเวณฐานพระอุโบสถที่มีจิตรกรรมฝาผนังปู่ม่านย่าม่าน เบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายต่อตัวจิตรกรรมและองค์พระอุโบสถอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือฐานรากของพระอุโบสถ หากมีน้ำท่วมขังเป็นเวลาหลายวันอาจส่งผลต่อโครงสร้างและเสี่ยงต่อการทรุดตัวในระยะต่อไป ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนรวมถึงทีมกู้ภัยจากหลายจังหวัดทยอยเข้าพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด“ยศชนัน” นำคณะลงเรือลุยน้ำช่วงเช้าวันเดียวกัน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผวจ.น่าน นำคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจผู้ประสบภัย ณ ศูนย์พักคอย เทศบาลเมืองน่าน กำชับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องอาหาร น้ำดื่มสะอาด และเครื่องนอนให้เพียงพอ รวมถึงให้จัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น จากนั้นลงพื้นที่ชุมชนภูมินทร์-ท่าลี่ และชุมชนบ้านพวงพยอม ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน เยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านพร้อมมอบน้ำดื่มและถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อน ก่อนจะเดินทางต่อไปยังชุมชนเทศบาลตำบลกลางเวียง อ.เวียงสา เพื่อแจกถุงยังชีพและประเมินสถานการณ์ ต้องลงเรือเดินทางฝ่ากระแสน้ำเข้าไปโซนบ้านเรือนประชาชนที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1.5 เมตร หลายหลังยังมีผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง โดยชุมชนแห่งนี้ถือเป็นจุดรับน้ำจุดสุดท้ายก่อนที่มวลน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ เน้นย้ำให้เตรียมความพร้อมระดมสรรพกำลังเข้าเร่งเยียวยา ฟื้นฟู และซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วนที่สุดค้างคืนที่ 2 ปักหลักบัญชาการจากนั้นคณะรองนายกฯเดินทางต่อไปยังสะพานกรมโยธาธิการ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำน่านเชื่อมระหว่าง ต.เวียงสา และ ต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำน่านหนุนสูงขึ้นและไหลทะลักตัดผ่านตัวสะพาน ประชาชนไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรไปมาได้ ขณะเดียวกันมวลน้ำยังได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนโดยรอบ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องเร่งระดมกระสอบทรายมาวางเรียงเป็นแนวกั้นน้ำอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้การลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนของคณะนายยศชนัน ได้ตัดสินใจปักหลักพักค้างคืนในพื้นที่ จ.น่าน ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ยืนยันที่จะอยู่บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่และพร้อมสั่งการประสานความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉินจนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลายสั่งหาเครื่องปั๊มน้ำให้ชาวบ้านที่ศูนย์ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน อบต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย นายยศชนันกล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบปัญหาเร่งด่วนคือเรื่องระบบน้ำประปา เนื่องจากกระแสน้ำพัดเครื่องปั๊มน้ำที่ชาวบ้านใช้ผลิตน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคได้รับความเสียหาย บางส่วนถูกกระแสน้ำพัดสูญหายไปทั้งหมด กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลเรื่องอาหารการกินของประชาชนอย่างเต็มที่ และเร่งช่วยเหลือด้านระบบไฟฟ้า ซ่อมแซมระบบน้ำประปา บรรเทาความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด แบ่งนโยบายเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1.ระยะสั้น จัดหาน้ำดื่มและน้ำสะอาดให้เพียงพอกับความต้องการประชาชนในพื้นที่ 2.ระยะกลาง จัดหาเครื่องปั๊มน้ำเพิ่มเติม ประสานงานกระทรวงศึกษาธิการ จัดส่งทีมนักศึกษาอาชีวะลงพื้นที่ช่วยซ่อมแซมเครื่องปั๊มน้ำที่ได้รับความเสียหาย 3.ระยะยาว หารือกับกรมบัญชีกลางถึงหลักเกณฑ์อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือเพิ่มเติม จัดหาเครื่องปั๊มน้ำเครื่องใหม่มามอบให้กับผู้ประสบภัยทดแทนที่สูญหายรมว.กลาโหมลงพื้นที่ให้กำลังใจพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ที่วัดพระธาตุเบ็งสกัด อ.ปัว จ.น่าน มี พล.ต.บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผบ.มทบ.38 พร้อมหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ รับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงานรูปแบบ Board Walk จากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำรถครัวพระราชทานและเจ้าหน้าที่ประจำรถผลิตน้ำประปาสนามเคลื่อนที่ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 จากนั้นลงพื้นที่หมู่ 5 บ้านแก้ม ต.วรนคร อ.ปัว เยี่ยมให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัยและกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่มอบถุงยังชีพ 500 ชุด อาหารกล่องและน้ำดื่ม ขณะเดียวกันโรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่ให้บริการตรวจรักษาและดูแลสุขภาพประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยด้วยมท.3 ลุยน้ำท่วมแจกถุงยังชีพนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลงเรือท้องแบนเข้าพื้นที่น้ำท่วมหมู่บ้านแก้มราษฎร์พัฒนา และบ้านแก้ม ต.วรนคร อ.ปัว จ.น่าน มอบถุงยังชีพ อาหารกล่องจากครัวพระราชทาน และน้ำดื่ม เดินลุยน้ำเข้าไปรับฟังปัญหาจากประชาชนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่บูรณาการกำลังเข้าช่วยเหลือ โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และประชาชนที่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่น้ำท่วมอย่างปลอดภัย นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า แม้กำลังหลักจะขยับเข้าปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ อ.เมืองน่าน และ อ.เวียงสา แต่ทีมยังปักหลักอยู่ที่ อ.ปัว เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านอาหารอย่างต่อเนื่อง กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด เร่งช่วยเหลือประชาชนให้ทั่วถึงและทันท่วงที ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรกแม่ฮ่องสอนดินสไลด์หลายจุดจ.แม่ฮ่องสอน ฝนตกหนักตลอดทั้งคืนส่งผลให้เกิดดินสไลด์ ต้นไม้ล้มขวางถนน และเสาไฟหักโค่นหลายจุด ที่ได้รับความเสียหายหนัก อาทิ ทางหลวงหมายเลข 108 สายแม่สะเรียง-ฮอด ช่วง กม.ที่ 166-168 บ้านแม่ลายเหนือ ต.ป่าโป่ง อ.สบเมย ต้นไม้ล้มขวางทางและเสาไฟฟ้าหักโค่น 4 ต้น ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ทางหลวงแผ่นดินสาย 108 ช่วงบ้านห้วยงู ต.ป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง ก้อนหินขนาดใหญ่ตกลงมาพร้อมดินสไลด์และต้นไม้ใหญ่ล้มกีดขวางถนน ทางหลวงหมายเลข 108 ช่วงบ้านห้วยโป่ง-บ้านแม่จ๋า ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ต้นไม้ล้มขวางถนน 1 ช่องจราจร 3 จุด ทางหลวงชนบท มส.3007 ช่วงบ้านประตูเมือง-บ้านสวนอ้อย ต.แม่เงา อ.ขุนยวม เกิดเหตุดินสไลด์ต้นไม้โค่นล้มปิดทับเส้นทางจราจร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เร่งระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าแก้ไขจุดเสี่ยงต่างๆ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนผู้ใช้เส้นทางเพิ่มความระมัดระวังถนนตัดขาด–ครูติดในโรงเรียนต่อมาช่วงก่อนเที่ยงเกิดดินภูเขาสไลด์ลงมาปิดทับเส้นทางเพิ่มอีก บนทางหลวงหมาย 108ช่วง กม.ที่ 170-171 พื้นที่ ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ทำให้มีรถติดอยู่ทั้งสองฝั่งถนนยาวเหยียด ส่วนทางหลวงหมายเลข 105 สายแม่สะเรียง-ท่าสองยาง เสาไฟฟ้าโค่นล้มหลายต้นและมีไฟลุกไหม้หลายจุด ขณะเดียวกันเกิดดินสไลด์ปิดทับเส้นทางเข้าสู่โรงเรียนบ้านห้วยปางผาง ต.แม่เงาะ อ.แม่สะเรียง จนทางโรงเรียนต้องประกาศปิดการเรียนการสอน มีคณะครูและบุคลากรของ โรงเรียนจำนวนหนึ่งยังอาศัยอยู่ในโรงเรียนไม่สามารถออกมาได้เนื่องจากเส้นทางถูกตัดขาด แต่ทุกคนปลอดภัยดีและเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ด้าน อ.ขุนยวม หลายหมู่บ้านถูกน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม โดยเฉพาะบ้านร่มเย็น ต.แม่กิ๊ น้ำจากลำห้วยเอ่อทะลักท่วมสะพานกลางหมู่บ้าน กระแสน้ำดำขุ่นไหลเชี่ยวกราก ชาวบ้านเตรียมอพยพและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดระทึกดินถล่มทับบ้านเจ็บ 5 คนทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วพร้อมรถยนต์ตรวจการณ์ ร่วมกับ อบต.แม่คะตวน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มทับบ้านเรือนประชาชนที่บ้านคอนผึ้ง หมู่ 5 ต.แม่คะตวน เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวปลูกอยู่บริเวณเชิงเขา ถูกน้ำป่าไหลหลากชั้นดินสไลด์ตัวพังทลายลงมาทับบ้านพังทั้งหลัง พบร่างนางเบี๊ยะก่าง ผไทพิทักวงค์ เจ้าของบ้าน พร้อมญาติๆรวม 5 คนถูกกองดินโคลนเศษไม้ของตัวบ้านที่พังถล่มลงมาทับได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ นพค.36 พร้อมหน่วยงานในพื้นที่เข้าควบคุมสถานการณ์ ให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ ก่อนเคลื่อนย้ายนำส่ง รพ.สบเมย ให้แพทย์รักษาพยาบาลต่อไปสัญญาณเตือนน้ำป่าถล่มเช้ามืดจ.สุโขทัย ฝนตกหนักตลอดทั้งคืนจนเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย เมื่อช่วงเช้ามืด สัญญาณเตือนภัยประจำตำบลแจ้งเตือนเมื่อเวลา 03.00 น. ต่อมาระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast Service ส่งข้อความผ่านมือถือแจ้งเตือนฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีนคร และ อ.สวรรคโลก จากนั้นเวลา 05.00 น. ระดับน้ำในลำห้วยที่ไหลลงจากภูเขาเริ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนราษฎร ต.บ้านตึก อย่างรวดเร็ว มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 หมู่บ้าน 320 ครัวเรือน ในช่วงเช้า นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นอภ.ศรีสัชนาลัย นำกำลัง อส.และผู้นำท้องถิ่นท้องที่ ร่วมกับหน่วยกู้ภัย นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลืออพยพชาวบ้านกลุ่มเปราะบาง และสัตว์เลี้ยงต่างๆไปยังที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วนสุโขทัยอ่วมจมบาดาล 3 อำเภอจากปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักทั้งคืนยันเช้าในพื้นที่ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังใน ต.ท่าชัย ต.แม่สิน ต.บ้านแก่ง ต.ดงคู่ และ ต.ศรี สัชนาลัย รวม 6 ตำบล 23 หมู่บ้าน 373 ครัวเรือน ส่วน อ.สวรรคโลก ได้รับผลกระทบที่ ต.คลองยาง ต.ป่ากุมเกาะ ต.ในเมือง และ ต.ย่านยาว รวม 4 ตำบล 12 หมู่บ้าน 412 หลังคาเรือน และ อ.ศรีนคร ได้รับผลกระทบที่ ต.คลองมะพลับ ต.น้ำขุม ต.หนองบัว รวม 3 ตำบล 8 หมู่บ้าน 69 หลังคาเรือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเข้าพื้นที่ให้การช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วนอุตรดิตถ์เตือนภัยเมืองลับแลจ.อุตรดิตถ์ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ส่งผลให้ระดับน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือนภัยในพื้นที่ อ.ลับแล หลังพบปริมาณฝนสะสมทำให้ระดับน้ำในลำห้วยแม่พูลและลำห้วยแม่พร่องเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะบริเวณที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมพื้นที่ ต.แม่พูล, ทต.หัวดง, ต.ฝ่ายหลวง, ทต.ศรีพนมมาศ, ต.ชัยจุมพล, ต.ทุ่งยั้ง, ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง เร่งยกข้าวของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายยานพาหนะ จัดเก็บเอกสารสำคัญและทรัพย์สินมีค่าไว้ในที่ปลอดภัยลำปางผวาน้ำป่าจากดอยหลวงจ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยน้ำตกวังแก้ว อุทยานแห่งชาติดอยหลวง แจ้งเตือนไปยังส่วนราชการและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ท้ายน้ำ ริมแม่น้ำวังและลำห้วยสาขาใน ต.วังแก้ว อ.วังเหนือ หลังมวลน้ำป่าสีแดงขุ่นไหลลงมาจากภูเขาสู่น้ำตกวังแก้วมีกระแสน้ำไหลแรงและเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ สั่งการให้เฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำใน ต.วังแก้ว ต.ทุ่งฮั้ว และ ต.วังเหนือ ให้เฝ้าระวังมวลน้ำป่าจากดอยหลวง เนื่องจากฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำ อ.เมืองปาน และ อ.วังเหนือ น้ำป่าไหลบ่าลงตามลำห้วยและน้ำตกวังแก้ว ซึ่งมีความสูงถึง 111 ชั้น และอาจจะเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน ขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในที่สูงนครพนมระดมสูบน้ำลงแม่โขงด้าน จ.นครพนม ฝนตกต่อเนื่องทั้งคืนส่งผลให้มีน้ำท่วมขังถนนสายหลักบางจุด โดยเฉพาะถนนขาเข้าเมืองหน้าสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย บ้านดอนโมง ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม ระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซม. รวมถึงเส้นทางขาเข้าจาก อ.ธาตุพนม บริเวณหน้าเรือนจำ น้ำท่วมขังเป็นทางยาวกว่า 300 เมตร รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรลำบาก ต้องเลี่ยงการจราจรชั่วคราว นอกจากนี้ยังมีถนนในตัวเมืองหน้า รพ.นครพนม เกิดน้ำท่วมขังเพราะระบายลงแม่น้ำโขงไม่ทัน นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนม ระดมเจ้าหน้าที่ ปภ.ลงพื้นที่ติดตั้งเสริมเครื่องสูบน้ำในจุดน้ำท่วมขัง รวมถึงเสริมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ตลอดแนวริมน้ำโขง เร่งสูบน้ำจากตัวเมืองลงน้ำโขงเต็มกำลัง ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชม.ระดับน้ำเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติอุตุฯเตือนฝนถล่มเหนือ-อีสานกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 21 ส.ค.69) ฉบับที่ 11 ระบุว่า ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้25 จังหวัดรับมือพื้นที่เสี่ยงภัยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบวันที่ 21 ส.ค. พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักมาก (สีแดง) ภาคเหนือ : อุตรดิตถ์, พิษณุโลก และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : เลย, หนองคาย, หนองบัวลำภู และอุดรธานี พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก (สีส้ม) ภาคเหนือ : แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, น่าน, แพร่, สุโขทัย, กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : บึงกาฬ, สกลนคร, นครพนม และขอนแก่น ภาคกลาง : อุทัยธานี, กาญจนบุรี และราชบุรี ภาคตะวันออก : จันทบุรี และตราดห่วงน่านดินอิ่มตัวหวั่นถล่มซ้ำที่ทำเนียบรัฐบาล นายเสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต รองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวมน้ำในพื้นที่ จ.น่าน ว่า ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเสี่ยงในพื้นที่ตอนบนที่จะเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก เพราะตอนนี้พื้นดินอิ่มตัวมาก ไม่สามารถรับน้ำไหว ส่วนการเตือนภัยจากส่วนกลาง หรือ cell Broadcast มีเสียงสะท้อนว่าเตือนแล้วจะให้ประชาชนไปที่ไหน ไม่มีการแจ้งพื้นที่พักพิง ตรงนี้เป็นเรื่องที่ท้องถิ่นต้องแจ้งเตือนประชาชนว่าควรไปศูนย์พักพิงจุดไหน ส่วนกลางไม่สามารถบอกได้ เพราะดูแลทั่วประเทศ 76 จังหวัด ทั้งที่ส่วนกลางส่ง Cell Broadcast ไปตั้งแต่ 04.00-06.00 น. แต่ยังมีผู้เสียชีวิต นั่นหมายความว่ามีช่องว่างอะไรที่ไปไม่ถึงประชาชนหรือไม่“เพื่อนพึ่ง (ภาฯ)” ส่งทีมล่วงหน้า นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เผยว่า มูลนิธิฯได้ส่งทีมล่วงหน้าไปเตรียมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ จ.น่าน ก่อนเกิดอุทกภัย มีทั้งรถยกสูง รถกระบะ รถพยาบาล เรือสำหรับภารกิจกู้ภัย/ช่วยเหลือประชาชน รวมถึงอุปกรณ์สำคัญ อาทิ เรือท้องแบน เจ็ตสกี เครื่องปั่นไฟ อุปกรณ์ส่องสว่าง โดรนความพร้อมกู้ภัย PPE บอร์ดเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและอุปกรณ์สื่อสาร เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้น ทีมอาสาสมัครได้กระจายออกช่วยเหลือตามอำเภอต่างๆถึงพื้นที่ให้การช่วยเหลือและอพยพประชาชน รวมทั้งสัตว์เลี้ยงมาอยู่ในที่ปลอดภัย นอกจากนี้ได้เตรียมอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานและถุงยังชีพไปแจกจ่ายผู้ประสบภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้วยวอร์รูม พม.ช่วยกลุ่มเปราะบางนายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผยว่า สถานการณ์น้ำท่วม จ.น่าน ขณะนี้ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้ตั้ง War Room พม. มีศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชม. นอกจากนี้กำชับ พมจ.น่าน เร่งจัดทำบัญชีกลุ่มเปราะบาง “รายคน-รายบ้าน” ในพื้นที่เสี่ยงทันที โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง คนพิการ เด็กเล็กและครอบครัวที่มีเด็ก หญิงตั้งครรภ์ ครอบครัวยากจน หรือไม่มีเครือข่ายช่วยเหลือ ต้องรู้ว่าอยู่ที่ไหน ติดต่อได้หรือไม่ อพยพแล้วหรือยัง สำหรับพื้นที่ที่คาดว่ามวลน้ำจะเคลื่อนผ่าน ขอให้โทร.หรือเข้าถึงกลุ่มเปราะบางล่วงหน้า หากมีความเสี่ยงให้เร่งประสานการอพยพทันที อย่ารอให้น้ำเข้าบ้านแล้วจึงเข้ามาช่วยเหลือ ส่วนการเตรียมมาตรการช่วยเหลือหลังน้ำลด ให้ทุกกรมเตรียมพิจารณาเงินสงเคราะห์และสิทธิสวัสดิการที่มีตามระเบียบอย่างเต็มที่ พร้อมมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และหน่วยงานด้านที่อยู่อาศัยเตรียมแผน “ฟื้นบ้าน-ฟื้นคน” หลังน้ำลดทันทีประกาศปิดโรงเรียนแล้ว 30 แห่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.น่าน ว่า มีสถานศึกษาหลายแห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม มีสถานศึกษาที่จำเป็นต้องประกาศปิดการเรียนการสอนแล้ว 30 แห่ง เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา กำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ให้ประเมินสถานการณ์เป็นระยะ หากพื้นที่ใดมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยให้พิจารณาปรับรูปแบบหรือระยะเวลาการจัดการเรียนการสอนตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรเป็นสำคัญ ส่วนการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ระดมกำลังจัดตั้งศูนย์อาชีวะอาสาเพื่อช่วยเหลือประชาชน หรือ Fix it Center ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนในพื้นที่ประสบภัยเร่งด่วนแล้วเช่นกัน.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่