ก่อนเดินทางไปเยือน ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 17-22 ส.ค. ของ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล อย่าง เป็นทางการ นายกฯอนุทิน ได้ตอบคำถามสื่อในหลายประเด็นที่เป็นประเด็นดราม่าสดๆร้อนๆคือ การถูกด่านตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติดในพื้นที่ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เรียกตรวจ อันที่จริง ตั้งใจจะให้ภาพเป็นข่าวหรือเป็นกระแสหรือเป็นอีเวนต์ อะไรก็แล้วแต่ ความจริงก็คือความจริง คงไม่มีใครเชื่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกล้าตรวจค้นรถนายกฯ และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า รถติดตามนายกฯจะไม่มีอาวุธปืน และด่านตรวจก็คงรู้ว่าเป็นรถขบวนนายกฯ คนสำคัญขนาดนั้นต้องวิทยุแจ้งตำรวจรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางอยู่แล้วและที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่ได้มีผลต่อการปราบปรามอาวุธปืนและยาเสพติด ใดๆทั้งสิ้น สรุปว่าเป็นการจัดฉากปกติของนายกฯอนุทินแค่นั้นจบ ภาพและข่าวทำนองนี้มีให้เห็นบ่อยๆ ที่ถือเป็นเรื่องปกติของนายกฯอนุทินอยู่แล้วที่จะมีช่างภาพตามติดในทุกช่วงเวลาเพื่อทำเป็นคอนเทนต์ลงในสื่อออนไลน์ ของนายกฯเอง เสร็จแล้วสื่อต่างๆก็จะนำไปกระจายข่าวอีกที จะเรียกว่าเป็นจุดขายของนายกฯอนุทินก็ได้สำหรับประเด็น การฮั้วเลือก สว. ที่ นายกฯอนุทิน อ้างว่า รัฐบาลชุดนี้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในปี 2569 แต่ สว.เลือกกันปี 2567 เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดนี้ การอภิปรายของ ฝ่ายค้านในสภา อะไรที่เกี่ยวข้องกับผลงานรัฐบาลเราก็ตอบ อะไร ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ตอบ เพราะเป็นการทำลายความเชื่อมั่นจากพวก ที่แพ้เลือกตั้ง จริงๆแล้วแพ้เลือกตั้งก็ต้องยอมรับกติกานายกฯอนุทินตอบคำถามกรณีมีข่าวว่า ไทยกำลังถูกสหรัฐฯบีบให้เลือกข้าง ว่า รมช.กลาโหมสหรัฐฯ แวะมาทำเนียบยืนยันสนับสนุนด้านความมั่นคงทางทหาร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจา ทางการค้า คุยกันด้วยความชื่นมื่น “ผมเรียกเขาท่านรัฐมนตรี เขาเรียก Mr.Prime Minister ผมบอกว่า Call me หนู”สไตล์ผู้นำของนายกฯอนุทิน ถูกวิพากษ์วิจารณ์ยับก็ยังไม่เท่ากับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของผู้นำประเทศในสายตาของสาธารณชน เช่น กรณีคดีฮั้ว สว. ที่เข้มข้นชัดเจนขึ้นทุกที ด้วยพยานและหลักฐาน ไม่ใช่การเบี่ยงเบนประเด็นว่ารัฐบาลชุดนี้ เข้ามาบริหารประเทศในปี 2569 ก่อนการเลือก สว. ซึ่งในที่นี้ไม่ได้ หมายถึงรัฐบาลแต่หมายถึงพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย กับข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับด้านจริยธรรมทางการเมืองผลของคดีเป็นบทตรวจสอบกฎกติกากระบวนการยุติธรรมของประเทศ แต่ผลของการฮั้ว สว.เป็นบทตรวจสอบระบอบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศ สุจริต เที่ยงธรรมหรือไม่ถ้าการเมืองการปกครองยังตะแบงไปแบบนี้เรื่อยๆผลกระทบ ที่จะตามมาจาก ความไม่สะเด็ดน้ำทางการเมือง ที่เกิดจากความ บกพร่องขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ และบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่กลียุค กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม