ญาติ “นายกเด” ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ ที่จุดเกิดเหตุ พร้อมนำรถวอลโว่มาจอดเปิดกระจกฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าเป็นตำแหน่งที่ถูกยิง ด้านเจ้าหน้าที่เรือนจำ จังหวัดนนทบุรีรับตัว “ฉลอง เรี่ยวแรง” เข้าห้องกักโรค 5 วัน ซักถามประวัติโรคประจำตัวและประเมินสภาพจิต ผลไม่มีความเครียดในคดี เจ้าตัวนอนกลางวัน มีปัญหา การหลับช่วงกลางคืน ต้องกินยานอนหลับ ไม่มีอภิสิทธิ์ ถึงแม้เป็นอดีต สส. และเคยเป็นผู้คุมเรือนจำมาก่อนภายหลังตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ส่งตัวนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ผู้ต้องหาก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย หรือนายกเด เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.นนทบุรี) เสียชีวิต และลูกน้องเป็นคนขับรถบาดเจ็บ 1 คน ฝากขังต่อศาลพร้อมคัดค้านการประกันตัว ศาลเห็นพ้องไม่พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว เจ้าหน้าที่คุมตัวเข้าเรือนจำจังหวัดนนทบุรี หลังนายฉลองบุกเข้าห้องทำงานนายกเดอ้างเพื่อทวงเงิน 11 ล้านบาท กลับบ่ายเบี่ยงผลักอกเดินหนี โมโหเดินตามหลังชักปืน 9 มม.กระหน่ำยิงแล้วหลบหนี ต่อมาถูกจับกุมอ้างป่วยเป็นโรคเลือดหนืดรักษาตัวมานานเงินหมด ช่วงไปทวงเงินไม่มีเจตนายิงหวังเพียงเจรจา เห็นคนขับรถหยิบปืนจึงก่อเหตุยิงก่อน ขณะที่ญาติและคนสนิทของนายกเดเชื่อว่าเงิน 11 ล้านบาทไม่ใช่ปมเหตุความขัดแย้งความคืบหน้าเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ส.ค. ครอบครัวของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกอบจ.นนทบุรี นิมนต์พระ 1 รูปจากวัดสพานสูงมาประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณบริเวณจุดเกิดเหตุหลังอาคารสำนักงาน อบจ.นนทบุรี เพื่ออัญเชิญดวงวิญญาณกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา มีบรรดาเพื่อน ญาติพี่น้องและคนใกล้ชิดรวมถึงข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆจำนวนหลายราย เดินทางมาร่วมพิธีและร่วมไว้อาลัยด้วยความโศกเศร้า ขณะเดียวกันญาตินำรถวอลโว่ XC 90 สีดำ ทะเบียน กษ 88 นนทบุรี มาจอดบริเวณจุดเกิดเหตุในลักษณะใกล้เคียงกับช่วงเกิดเหตุ เปิดกระจกฝั่งซ้ายบริเวณประตูผู้โดยสารด้านหน้าค้างไว้ประมาณครึ่งบาน เป็นตำแหน่งที่ พ.ต.อ.ธงชัย นั่งและถูกยิง ส่วนบริเวณประตูฝั่งคนขับแง้มประตูไว้ประมาณครึ่งหนึ่งเพื่อจำลองเหตุการณ์ เนื่องจากหลังเกิดเหตุคนขับรถได้รับบาดเจ็บและเปิดประตูวิ่งหนีออกจากรถเพื่อเอาชีวิตรอดสำหรับพิธีเชิญดวงวิญญาณครั้งนี้ ครอบครัวนำดอกไม้ ธูปเทียน ผ้าไตร สายสิญจน์ และเสื้อผ้าของผู้เสียชีวิตมาประกอบพิธี นอกจากนี้ยังนำเหรียญเงินใส่พาน พร้อมใช้มีดขุดและงัดดินบริเวณจุดเกิดเหตุจำนวนหนึ่ง นำมาใส่พานเพื่อประกอบพิธีตามความเชื่อ ก่อนนำสิ่งของกลับไปประกอบพิธีต่อที่บ้านและสถานที่จัดงานศพต่อไปด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการคุมขังนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ก่อเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี ว่าการฝากขังนายฉลองที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรี เป็นขั้นตอนระเบียบการควบคุมของเรือนจำ ไม่มีอะไรพิเศษ เมื่อถามว่าต้องดูแลเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะเป็นนักการเมือง พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะผู้คุมก็มีระบบการดูแลของเขาอยู่แล้ว ภายในเรือนจำไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะระบบภายในต้องดูแลผู้ต้องขังอยู่แล้ว เป็นระบบที่ทำมานานแล้วขณะที่แหล่งข่าวกระทรวงยุติธรรมแจ้งว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 ส.ค. เจ้าหน้าที่รับตัวนายฉลองเข้าเรือนจำ ตรวจสอบเอกสารและยืนยันตัวบุคคลตามขั้นตอนเสร็จสิ้นเรียบร้อย ก่อนนำตัวนายฉลองเข้าห้องกักโรคโควิด-19 เป็นระยะเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.-16 ส.ค. ในคืนวันแรกพบว่านายฉลองปรับตัวและรับประทานอาหารของเรือนจำได้ตามปกติ ไม่มีสิทธิพิเศษมาตรฐานเดียวกับผู้ต้องขังทั่วไป อาหารมื้อเย็นของเรือนจำเมื่อวันที่ 11 ส.ค.เป็นเมนูแกงป่าไก่หน่อไม้สด ข้าวสวย และไข่ไก่ต้ม การจัดอาหาร เครื่องใช้ และการดูแลเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับผู้ต้องขังทั่วไป ไม่มีสิทธิพิเศษและไม่มีการปฏิบัติที่แตกต่าง ในกระบวนการแรกรับและการดูแลสุขภาพผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกรายจะผ่านขั้นตอนแรกรับ ได้แก่ ตรวจสอบหมายศาล ยืนยันตัวบุคคล พิมพ์ลายนิ้วมือ และตรวจสุขภาพเจ้าหน้าที่ตรวจสุขภาพของนายฉลองและซักถามประวัติโรคประจำตัว รวมถึงยาที่รับประทานเป็นประจำ ผลเบื้องต้นพบว่านายฉลองมีระดับความดันโลหิตสูงเล็กน้อย และมียาประจำตัวติดตัวมา เจ้าหน้าที่นำเข้าสู่กระบวนการดูแลโดยบุคลากรทางการแพทย์ตามความเหมาะสม ทั้งยังประเมินสภาพจิตใจเบื้องต้น จากผลการประเมินพบว่านายฉลองไม่มีความกังวลเรื่องคดี มีความกังวลเรื่องการนอนหลับเล็กน้อย เพราะเดิมเจ้าตัวเป็นคนนอนกลางวัน ทำให้ในช่วงกลางคืนหลับยากเล็กน้อย มีหลับๆ ตื่นๆในช่วงกลางดึก เป็นเหตุให้ต้องรับประทานยานอนหลับสำหรับอาหารมื้อเช้าวันที่ 12 ส.ค.คือเมนูต้มจับฉ่ายหมู ข้าวสวย นายฉลองสามารถรับประทานได้ตามปกติ ส่วนเรื่องความปลอดภัยและการจำแนกผู้ต้องขังนั้น การจัดพื้นที่ควบคุมและจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง ทางเรือนจำจะพิจารณาจากคดีประวัติ พฤติกรรม สุขภาพ ความเสี่ยง และปัจจัยด้านความปลอดภัย ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ กรณีที่นายฉลองเคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์ในตำแหน่งผู้คุมมาก่อน ข้อมูลดังกล่าวจะนำมาประกอบการประเมินตามขั้นตอน ไม่ได้ทำให้ได้รับสิทธิพิเศษหรือการปฏิบัติที่แตกต่างจากหลักเกณฑ์ส่วนการเยี่ยมญาติและการพบทนายความจะดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ คำนึงถึงทั้งสิทธิของผู้ต้องขังและความปลอดภัยของส่วนรวม ทั้งนี้เมื่อนายฉลองครบกำหนดแยกกักโรค 5 วัน ญาติและครอบครัวที่มีคุณสมบัติตามที่ผู้ต้องขังระบุรายชื่อไว้ สามารถติดต่อขอเยี่ยมได้ตามระเบียบ ส่วนทนายความสามารถติดต่อเข้าพบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ภายหลังพ้นระยะการแยกกักโรคแล้วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่