มีวันสำคัญของประเทศไทยเราอยู่ 2 วัน ที่ผมกราบเรียนขออนุญาตท่านผู้อ่านไว้แล้วว่าจะต้องขอเขียนถึงเป็นกรณีพิเศษในทุกครั้งที่วันดังกล่าวเวียนมาบรรจบ ได้แก่ วันที่ 5 ธันวาคม และวันที่ 12 สิงหาคมของแต่ละปี5 ธันวาคม ก็คือวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของปวงชนชาวไทยส่วน 12 สิงหาคม ก็คือวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9เนื้อหาสาระที่ผมเขียนในทั้ง 2 วัน จะเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่ทั้ง 2 พระองค์ทรงดำเนินการในปีนั้นๆ หรือที่ทรงดำเนินการติดต่อกันมาเป็นเวลายาวนานก่อนหน้านั้น รวมทั้งสิ้นเกือบ 6,000 โครงการเขียนด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและด้วยความ จงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีต่อประเทศไทยและปวงชนชาวไทยทั้งมวลต่อมาเมื่อทางราชการกำหนดให้วันคล้ายวันพระราชสมภพทั้ง 2 วันดังกล่าวนั้น เป็น “วันพ่อแห่งชาติ” และ “วันแม่แห่งชาติ” ควบคู่ไปด้วย...ผมก็จะเขียนเพิ่มเติมในคอลัมน์ ชักชวนท่านผู้อ่านให้ความสำคัญแก่ “พ่อ” และ “แม่” ของเรา ซึ่งเป็นเสาหลักของ สถาบันครอบครัว ควบคู่ไปด้วยเช่นกันในฐานะที่ สถาบันครอบครัว คือรากฐานของสังคมไทย เปรียบประดุจ “เสาเข็ม” ที่ปักเรียงรายค้ำจุนประเทศไทยของเราไว้ทั้ง ประเทศ...หากรากฐานนั้นมีความแข็งแกร่งมีความมั่นคงก็จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการค้ำจุนให้ สถาบันชาติ ของเราโดยส่วนรวมมีความมั่นคงแข็งแกร่งตามไปด้วยตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 65 ปี ที่เรามี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับแรก พ.ศ.2504-2509 มาจนถึงบัดนี้ทั้ง 3 สถาบันหลักอันได้แก่ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วถึงความเข้มแข็งของประเทศไทยเราสามารถผ่านมาได้ทั้ง “สงครามจริง” เจ็บจริงตายจริง ในช่วงลัทธิคอมมิวนิสต์ระบาดสู่อินโดจีนและ “สงครามเศรษฐกิจ” หรือความผันผวนทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่หลายต่อหลายครั้ง เพราะความเข้มแข็งของทั้ง 3 สถาบันหลักจริงอยู่เราอาจยังไปถึงฝันคือการเป็นประเทศพัฒนาแล้วขั้นต้น หรือการเป็นประเทศที่มีรายได้สูงขั้นต้น เพราะติดกับดักของการเป็นประเทศรายได้ปานกลางอยู่นานมากและอาจจะนานต่อไปแต่โดยส่วนตัวแล้วผมก็ยังเชื่อเสมอว่าถ้าเรารู้รักสามัคคีกันอย่างจริงจังจับมือกันให้แน่นอย่างจริงจัง รวมทั้งช่วยกันขจัดอุปสรรคสำคัญที่ยังมีอยู่โดยเฉพาะความชั่วร้ายต่างๆ เช่น การคอร์รัปชัน โกงกิน การไม่เคารพกฎหมายและลดการเอารัดเอาเปรียบกันและกันฯลฯผมว่าเราน่าจะไปถึงเป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงขั้นต้นได้ในที่สุดสำหรับ วันแม่แห่งชาติ ปีนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนขอร้องท่านผู้อ่านเพียง 2 ข้อเหมือนเดิมครับข้อแรก รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้วและจะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ระหว่าง 14-16 ธันวาคมขอเวลาสักช่วงหนึ่งของวันนี้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระองค์ท่านหรือไปเยี่ยมชมนิทรรศการตลอดจนการออกร้านจัดงานรำลึกถึงโครงการต่างๆที่ทรงริเริ่มไว้ตามสถานที่ที่มีการจัดงานทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนข้อสอง รำลึกถึงพระคุณของ แม่บังเกิดเกล้า ของเราทุกคนเพื่อสร้างความอบอุ่นและความแข็งแกร่งของสถาบันครอบครัว...สำหรับท่านที่คุณแม่ล่วงลับไปแล้วอย่าลืมทำบุญตักบาตรแผ่บุญกุศลไปถึงท่านนะครับ...ส่วนท่านที่คุณแม่ยังอยู่...ถ้าไปกราบหรือไปกอดท่านได้ก็ไปเลย ถ้าไปไม่ได้ ก็ใช้ “วิดีโอคอล” กราบและกอดท่านผ่านระบบสื่อสารทันสมัยนี่แหละ ผมเชื่อว่าท่านรอคุณอยู่สุขสันต์ “วันแม่แห่งชาติ 2569” นะครับ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม