รัฐบาลขึงขังลุยสางทุจริตโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น “โฆษกรัฐบาล” ชี้ ปปง.เร่งแกะรอยเส้นทางการเงินและกลุ่มเป้าหมายกว่า 200 ราย “ปกรณ์” ตั้งแท่นผลสรุปสอบข้อเท็จจริงถึงนายกฯ สั่งการเอาผิด กสถ.ประกาศขึ้นบัญชี ขรก.ท้องถิ่นใหม่ เด็กเส้นเครือข่ายนักการเมืองหลุดระนาว “ปชป.” ลับมีดรอเชือดรัฐบาลลากขึ้นเขียงซักฟอก “สาทิตย์” ล็อกเป้าใหญ่ “ดีอี-มท.-ศธ.” ชี้หลายเรื่องฉาวส่อทุจริตเตรียมการกันไว้ก่อนหน้า แต่เพิ่งมาปรากฏผล “แนน” ไม่หวั่นยันรัฐบาลตอบได้หมด มั่นใจเสถียรภาพพรรคร่วมฯแน่นปึ้ก ไม่มีอะไรต้องกังวล “ไอติม” ตีปี๊บฉายต่อโกง สว.ภาค 4 เปิดโปงใบสั่ง เส้นเงิน สายสัมพันธ์ขบวนการจัดตั้ง “พนิดา” อุบไต๋ เจาะลึกหลักฐานฮั้ว พยานกลุ่มใหม่ ภาพเส้นเงินชัด ไม่มีทางไร้คนผิดรัฐบาลยืนยันเร่งเดินหน้าสางปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทำความจริงให้ปรากฏ คืนความถูกต้องและเป็นธรรมแก่ผู้เสียโอกาส พร้อมติดตามตรวจสอบเส้นเงินเกี่ยวโยงผู้ที่เกี่ยวข้อง ปปง.อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและกลุ่มเป้าหมายกว่า 200 รายรัฐบาลย้ำสาวเอาผิดยกก๊วนโกงสอบเมื่อวันที่ 8 ส.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ของรัฐบาลว่า ยืนยันการดำเนินการสอบสวนหาตัวผู้ร่วมกระทำการ เพื่อทำความจริง ให้ปรากฏ คืนความถูกต้องและเป็นธรรมแก่ผู้เสียโอกาส นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่ว่าจะเป็นใคร หากเกี่ยวข้องกับการทุจริตต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด มีการจัดการ 3 ส่วน คือ 1.กระทรวงมหาดไทยถอดถอนชื่อผู้สอบที่เกี่ยวกับการทุจริต 5,295 ราย 2.ดำเนินคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหาจำนวน 13 ราย มีทั้งกลุ่มหนึ่งที่มีอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว อยู่ในกลุ่มนี้ กลุ่มที่สอง มี 11 ราย เมื่อพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาครบถ้วน สามารถสรุปสำนวนส่งให้ ป.ป.ช.ไต่สวนตามขั้นตอนได้ภายในวันที่12 ส.ค.นี้ ในส่วนของเส้นเงิน ปปง.อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและกลุ่มเป้าหมายกว่า 200 ราย แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องได้ เนื่องจากอาจขัดต่อกฎหมายผลสอบถึงฟันแพ่ง–อาญา—วินัยน.ส.รัชดากล่าวว่า 3.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นประจำปี 68 ได้สรุปผลการทุจริตการสอบท้องถิ่นแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือการเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกฯมีข้อสั่งการต่อ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการทั้งทางแพ่ง อาญา วินัย และจริยธรรม การดำเนินการทั้ง 3 ส่วนไม่เพียงเอาผิดผู้ทุจริต แต่ยังเป็นการคืนความเป็นธรรมแก่ผู้สอบแข่งขันโดยสุจริต และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการสอบเข้ารับราชการทุกระดับ ให้คนที่มีความสามารถมีโอกาสเข้ารับราชการอย่างเป็นธรรม รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคตกสถ.ประกาศขึ้นบัญชี ขรก.ท้องถิ่นใหม่ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า หลังจากคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ลงนามยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 68 หลังพบมีคะแนนผิดปกติ 5,925 คน ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ส.ค. นายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ.ได้ลงนามประกาศ กสถ.เรื่องยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้บุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นบางส่วน ยกเว้นกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 และขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น 68 ยกเว้นกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 พร้อมประกาศ กสถ.ยกเลิกบัญชี ผู้สอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น 68 เฉพาะกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และ เขต 2 บางส่วนและขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ เฉพาะกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก “ท้องถิ่นไทย” กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ประกาศช่องทาง การเข้าตรวจสอบรายชื่อการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นแล้วเด็กเส้นเครือนักการเมืองร่วงระนาวผู้สื่อข่าวรายงานว่า การขึ้นบัญชีใหม่ของผู้สอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นครั้งนี้ เป็นชื่อทดแทนผู้ที่พบว่ามีคะแนนผิดปกติ และจะถูกเพิกถอนจำนวน 5,925 ราย ที่พบว่ามีคนสนิทนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงหลุดจากบัญชีจำนวนมาก อาทิ นามสกุลเดียวกับอดีตเลขานุการ รมว.คมนาคม ที่เคยปรากฏชื่อเป็นผู้สอบแข่งขันในพื้นที่ภาคใต้ เขต 1 สอบได้ในลำดับที่ 2 ไม่ได้มีชื่อตามที่มีประกาศใหม่ด้วย“แนน” ไม่หวั่นซักฟอก รบ.ตอบได้หมดน.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีสภาฯจะเปิดสมัยประชุมสามัญปลายเดือน ส.ค. รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้างว่า คาดว่าในสมัยประชุมหน้า จะมีทั้งการพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ และคาดว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในส่วนของรัฐบาลเตรียมพร้อมพิจารณาร่างต่างๆ เพราะจะเสนอกฎหมายหลายฉบับเข้าสภาฯเพื่อให้การบริหารประเทศเดินหน้า เช่นกฎหมายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล เอไอ และเรื่องเกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์ โดย สส.ของพรรคร่วมรัฐบาลพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่ากรณีหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้เตรียมตัวอย่างไรไว้บ้าง น.ส.แนน บุญย์ธิดา ตอบว่าคงเป็นตามช่วงเวลาที่เขาต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจมองว่าอย่างไรเทอมนี้เขาต้องยื่น แต่เราไม่ถึงขั้นเก็งข้อสอบอะไร เพราะมั่นใจสามารถชี้แจงได้เสถียรภาพ รบ.ปึ้กไม่มีอะไรต้องกังวลเมื่อถามอีกว่าหากพรรคฝ่ายค้าน ยื่นเปิดอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นการฮั้ว สว. น.ส.แนน บุญย์ธิดากล่าวว่า ต้องดูว่าประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับรัฐบาลอย่างไร ในมุมไหน ต้องถามว่าเกี่ยวอะไรอย่างไร เพราะทุกครั้งเป็นการกล่าวหาไม่มีหลักฐานอะไรที่เกี่ยวข้องเลย ฝ่ายค้านต้องพิจารณาว่าสมควรยื่นเรื่องดังกล่าวหรือไม่ แต่ สส.ฝ่ายรัฐบาลต้องดูว่า หากยื่นมาเข้ากับญัตติหรือไม่ แต่ถึงอย่างไรเราไม่กังวลเพราะมั่นใจตอบได้ทุกคำถามและมั่นใจเสถียรภาพรัฐบาลปัจจุบันนี้นายกฯรับปากแม่ค้าพยายามลุยต่อเมื่อเวลา 14.35 น.ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-16 ส.ค. มีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมด้วย นายกฯได้เดินเยี่ยมชมบูธต่างๆ พร้อมร่วมอุดหนุน อาทิ ไอศกรีมกะทิสด ทุเรียนหลินลับแล ชาข้าวกล้อง อวยพรร้านค้าต่างๆให้ขายดี ช่วงหนึ่งนายกฯแวะชมบูธเครื่องประดับ ชมสร้อยคอทองคำขาวเพชรล้อมพลอยทับทิม ให้ภริยาลองใส่ แต่ไม่ได้ซื้อ และระหว่างเยี่ยมชมนายกฯยังหยุดดูยูทูบเบอร์คนจีนที่กำลังไลฟ์ขายสินค้าโอทอปผ้ามัดย้อมด้วยความสนใจ ก่อนเดินเข้าไปทักทายผู้ชมในไลฟ์เป็นภาษาจีน บรรยากาศในงานคึกคักมีประชาชนจำนวนมากมาจับจ่ายซื้อสินค้าโอทอป และเข้ามาขอนายกฯถ่ายภาพด้วย มีแม่ค้าหลายร้านกล่าวกับนายกฯ ชื่นชมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60:40 นายกฯถามกลับว่าดีหรือไม่ แม่ค้าบอกว่าสุดยอดมากเลย จะมีต่ออีกหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าเดี๋ยวจะพยายาม ทั้งนี้นายกฯให้สัมภาษณ์เชิญชวนประชาชนได้ซื้อของจับจ่ายงานโอทอปศิลปาชีพ“วิสุทธิ์” หนุนสู้ในสภาฯ ปชช. ได้ประโยชน์นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีสภาฯจะเปิดสมัยประชุมสามัญปลายเดือน ส.ค. รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง เพราะฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นหน้าที่ ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล เขาทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอย่างถูกต้อง เป็นฝ่ายค้านไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจได้อย่างไร มีอะไรค้างคาใจมีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับการกระทำไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลก็เอามาอภิปรายในสภาฯ ให้กำลังใจฝ่ายค้านในการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ในส่วนของฝ่ายรัฐบาลมีหน้าที่ในการชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน แล้วประชาชนจะติดตามการอภิปราย และเป็นผู้ตัดสินว่าข้อมูลของฝ่ายค้านกับคำชี้แจงของฝ่ายรัฐบาล อันไหนน่าเชื่อถือมากกว่ากัน ถือเป็นการตรวจสอบถ่วงดุลในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือประชาชน และในฐานะนักการเมืองแม้เป็น สส.ฝ่ายรัฐบาล ต้องฟังข้อมูลของทั้งสองฝ่ายประกอบการตัดสินใจจะโหวตอย่างไรปชป.รอถก ปชน.ลาก รบ.ขึ้นเขียงนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังเปิดสมัยประชุมสภาฯที่จะถึงนี้ว่า พรรค ปชป.ได้เก็บพฤติกรรมและข้อมูลโดยติดตามในหลายกรณี ที่ส่อให้เห็นว่ามีความพยายามจะทำให้การส่อทุจริต ให้เป็นการกระทำที่ถูกกฎหมาย มีความน่าสนใจเป็นพิเศษในความผิดปกตินี้ เพราะมีความพยายามจะตัดตอนเพื่อไม่ให้ถึงผู้บงการ หรือฝ่ายการเมือง แม้รัฐบาลนี้จะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินเพียงแค่ 4 เดือน แต่พฤติการณ์ส่อทุจริตหลายเรื่องบางปมฉาวเตรียมการมาก่อนผลเพิ่งโผล่“พฤติการณ์ที่ว่าส่อทุจริตที่เกิดขึ้นในหลายเรื่อง ส่อให้เห็นว่าการเตรียมการกันมาก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่บางเรื่องบางกรณี ผลของมันเพิ่งจะปรากฏ หรือเกิดผลในรัฐบาลชุดนี้จะด้วยเหตุใดก็ตาม แต่ละอย่างเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่อในการทุจริตทั้งการ ใช้งบฯ หรือการแสวงหาผลประโยชน์ในการซื้อขายตำแหน่งในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอย่างที่ทราบกัน ยังมีพฤติกรรมความพยายามซุกขยะไว้ใต้พรมอีก ผมจะไม่ขอลงลึกในประเด็น เพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่มีการประชุมหารือในเรื่องนี้ จึงควรต้องรอให้มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการกันก่อน หลังการเปิดสมัยประชุมสภาฯสมัยหน้าที่จะถึง ในระหว่างนี้พรรค ปชป. คงเก็บข้อมูล ขอสังเกตความผิดปกติในการตัดตอนที่ว่าไปพลางก่อน”นายสาทิตย์กล่าวจองกฐินเป้าใหญ่ “ดีอี-มท.-ศธ.”เมื่อถามว่า มีกระทรวงใดบ้างที่พรรคเห็นถึงความผิดปกติทั้งในการใช้งบฯ และการบริหารที่มีความผิดพลาด และจองกฐินเพื่อขอเปิดซักฟอก นายสาทิตย์กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่ามีหลายกระทรวง ที่เราติดตามหรือจับตามานาน เช่น กระทรวงดีอีมีแน่นอน หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ที่ถือว่าเป็นตำบลกระสุนตกในรัฐบาลชุดนี้ เพราะถือว่าเป็นกระทรวงที่กุมเงื่อนตายของรัฐบาลนี้หลายกรณี เนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดูแลกระทรวงนี้มาก่อนที่จะเป็นนายกฯ หรือพรรคแกนนำตั้งรัฐบาล ส่วนรายละเอียดต่างๆต้องขอคุยกันในพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน“ไอติม” เรียกแขกฉายต่อโกง สว.ภาค 4วันเดียวกัน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.โพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนเข้าร่วม รับฟังการแถลงข่าว โดยมีข้อความว่า ในวันพรุ่งนี้ (9 ส.ค.) พรรคฝ่ายค้านจะมีงานแถลงข่าวเจาะลึกหลักฐาน คดีโกง สว.ภาค 4 โดยจะเน้นเรื่องใบสั่งเส้นเงินและสายสัมพันธ์ ทั้งนี้มีผู้ร่วมอภิปราย อาทิ พยานบุคคล นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ นายพริษฐ์ น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรค ปชน.จ่อเเฉเส้นเงินโยงบุคคลใหม่ไม่เคยเปิดน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรค ปชน. กล่าวถึงการจัดกิจกรรมเจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.ครั้งที่ 4 โดยวิปฝ่ายค้านในวันที่ 9 ส.ค.ว่า ไฮไลต์คือภาพของเส้นเงินที่ชัดเจนขึ้น จะมีพยานจากกลุ่มจังหวัดที่แตกต่างไปจากเดิมเพิ่มขึ้นมายืนยัน ถึงการปรากฏเส้นเงินและการจัดตั้งเป็นขบวนการโกงเลือก สว.และเส้นเงินจะโยงไปถึงบุคคลใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดเผย เป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับพรรคการเมือง ยังมีข้อมูลเรื่องการเสนอผลประโยชน์ต่างตอบแทน ที่ผิดกฎหมายอย่างแน่นอน ต้องตั้งคำถามกับหน่วยงานว่าท่านมีข้อมูลเหล่านี้อยู่ในมือหรือไม่ จะยังมองว่าไม่มีหลักฐานอันพึงเชื่อได้ว่าการเลือก สว.เป็นไปอย่างสุจริตยุติธรรมหรือไม่ เพราะพยานได้ไปให้ปากคำ และเรื่องต่างๆอยู่ในสำนวนอยู่แล้ว เราถึงยังไม่ไว้วางใจ กกต.เขามีข้อมูลจำนวนมาก แต่คณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ของ กกต. ยังเป่าให้ไม่มีความผิดได้ จึงกังวลว่า กกต.ชุดใหญ่ จะเห็นชอบตามคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ทั้งที่ เราเห็นเอกสารหลักฐานข้อมูลทั้งหมด ยังไงก็ไม่มีทางที่ไม่มีใครมีความผิดแน่นอนปชน.ซัดรัฐบาลฟอกขาวเผด็จการขณะที่นายสรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทยต้อนรับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาว่า มี 3 ข้อบกพร่อง คือ 1.นโยบายนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานทางประวัติศาสตร์ที่ว่ากองทัพพม่า คือตัวแทนของชนชาติพม่า 2.รัฐบาลไทยกำลังฟอกตัวเผด็จการ ภายใต้การกำกับทิศทางของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ยอมเปิดประตูรับรอง พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในฐานะผู้นำรัฐบาลพลเรือน ถือเป็นต้นทุนมหาศาลที่ไทยต้องแลกมาด้วยจุดยืนร่วมของอาเซียนและระเบียบโลก หากไทยยอมโอนอ่อนเพื่อเป็นสะพานเชื่อม แต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมกลับคืนมา เดิมพันนี้จะกลายเป็นความสูญสิ้นทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่รัฐสภาเมียนมาเคยมีมติปฏิเสธ ฉันทามติ 5 ข้อ (5PC) ของอาเซียน อย่างเป็นทางการ และการเดิมพันกับเนปิดอว์ฝ่าย เดียว เสี่ยงที่จะทำให้ไทยเสียโอกาสในการสร้างสะพานเชื่อมกับฝ่ายอื่นๆ เช่น รัฐบาลเอกภาพชาติ (NUG) หรือกองกำลังชนกลุ่มน้อย (EAOs) ที่กุมพื้นที่จริงหวั่นเจรจากระดาษเปล่าจี้ทบทวนท่าทีนายสรศักดิ์กล่าวว่า 3.สิ่งที่รัฐบาลไทยได้รับกลับมาจากการเจรจามีเพียงกระดาษเปล่า ตัวอย่างที่ชัดเจนคือความล้มเหลว ในการจัดการวิกฤติสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย โดยฝั่งเมียนมาได้ลบสาระสำคัญอย่างการเก็บตัวอย่างน้ำร่วมกัน (Joint Sampling) ออกจากร่างข้อตกลง (TOR) ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาความมั่นคงวิกฤติ ทั้งศูนย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ และการพนันออนไลน์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เช่น เมียวดีหรือชเวโก๊กโก่ ตลอดจนต้นตอสารพิษจากการทำเหมืองแร่ในรัฐฉาน ต่างตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มทุนจีน และกองกำลังท้องถิ่น เช่น กองกำลังทหารว้าแดง (UWSA) หรือ BGF เนปิดอว์ยอมรับเองว่าอยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลกลาง พรรค ปชน.จี้ให้รัฐบาลทบทวนท่าทีและนโยบายต่างประเทศต่อเมียนมาอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นการเดิมพันครั้งนี้จะกลายเป็นความสูญสิ้นทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ของประเทศไทยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่