ครอบครัวสองพี่น้องชาวรัสเซียเหยื่อฆ่าฝังดินแก๊ง “ไอ้ป๋อง” เดนคุกอำมหิต ทำพิธีไว้อาลัยหลุมศพแม่ร่ำไห้นำกาแฟของโปรดมาให้ลูกสองคนเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมขอบคุณคนไทยที่ช่วยเหลือให้กำลังใจจนก้าวผ่านความสูญเสียครั้งใหญ่ ด้านตำรวจนำเครื่องสแกนเรดาร์สำรวจใต้พื้นดินหาเหยื่อที่คาดว่าอาจถูกฝังเพิ่มเติมแต่ไม่พบ ผบช.ภ.2 ยันหากพบตำรวจคนไหนเป็นแบ็ก นำยาบ้าของกลางให้ผู้ต้องหาไปปล่อยฟันไม่เลี้ยงประชาชนยังให้ความสนใจเหตุฆาตกรรมอำพรางสยองขวัญ 5 ศพ หลังตำรวจรวบนายฑณา หรือป๋อง เกิดทอง อายุ 43 ปี เดนคุกที่โหดเหี้ยมเกินมนุษย์พร้อมสมุนรวม 4 คนในคดีร่วมกันฆ่าฝังดินยกครัวพ่อแม่ลูกและสองพี่น้องชาวรัสเซียในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขณะที่ “ผู้กองคม” นายตำรวจสืบสวน สภ.ห้วยใหญ่ และ “ดาบษร” อดีตตำรวจที่เกษียณราชการไปแล้วและถูกพาดพิงเป็นลูกพี่ของหัวโจกแก๊งฆาตกรทมิฬ อีกทั้งเป็นคนเอายาบ้าให้นายฑณาไปปล่อยได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องความคืบหน้าช่วงเช้าวันที่ 6 ส.ค. ที่ สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผวจ.ชลบุรี พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง และ พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ ร่วมกับชุดสืบสวนคลี่คลายคดีประชุมวางแผนในการค้นหาร่างเหยื่อที่คาดว่าอาจถูกนายฑณากับพวกฆ่าฝังในพื้นที่ดังกล่าว โดยจะนำเครื่องสำรวจหยั่งลึกใต้ดินด้วยสัญญาณเรดาร์ (Ground Penetrating Radar : GPR)มาร่วมภารกิจค้นหาวัตถุต้องสงสัยเพิ่มเติมในพื้นที่เกิดเหตุฆ่าฝัง 5 ศพพล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 เปิดเผยว่า สาเหตุที่นำเครื่องสแกนมาตรวจสอบพื้นที่ครั้งนี้เนื่องจากก่อนหน้านี้นายป๋องและนายธง ผู้ต้องหา 2 คนให้การสับสนและชี้จุดเกิดเหตุสลับไปมา 3-4 จุด ถึงแม้ตำรวจจะขุดเจอ 3 ศพแรกไปแล้ว แต่ต้องขยายผลหรือปูพรมเพิ่ม หลังมีกระแสข่าวว่าอาจมีเหยื่อเพิ่มอีก 2 เคส และผู้ต้องหาสำคัญทั้ง 2 คนปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น ตำรวจต้องทำงานเชิงรุกเพื่อเคลียร์ประเด็นสงสัย แต่หากสแกนแล้วไม่พบสิ่งต้องสงสัย การสืบสวนจะมุ่งไปตามพยานหลักฐานอื่นผบช.ภ.2 กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการตรวจสอบตำรวจที่ถูกพาดพิงว่าเป็นลูกพี่ของนายป๋องให้นำยาเสพติดของกลางไปจำหน่ายต่อและให้ความช่วยเหลือเรื่องคดีต่างๆ เรื่องนี้ ผบ.ตร.มีคำสั่งชัดเจนและยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย แต่หากมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าข้าราชการตำรวจนายใดกระทำผิดจริงหรือเกี่ยวข้องกับการนำของกลางไปเป็นสายเดินยาหรือขายยาจะไม่เลี้ยงไว้และดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด วันนี้ยังไม่มีการนำพยานมาชี้ตัวเพิ่มเติม ทั้งนี้ ขอให้เชื่อมั่นว่าจะไม่มีการให้ความช่วยเหลือลูกน้องที่กระทำผิดอย่างแน่นอนต่อมา พล.ต.ท.ฉัตรชัยพร้อมคณะร่วมกับครอบครัว น.ส.ซารีนา นาซีโมวา แม่ น.ส.ไดอานา นาซีโมวา อายุ 22 ปี และนายโรมัน นาซีโมวา อายุ 17 ปี ทำพิธีไว้อาลัยให้กับเหยื่อสองพี่น้องบนเนินเขามาบฟักทอง ริมถนนมอเตอร์เวย์ (กรุงเทพฯ-มาบตาพุด) กม.ที่ 139 หมู่ 11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง มีพระครูเกษมกิตติโสภณ (พระอาจารย์จ่อย) เจ้าคณะตำบลพลูตาหลวงและเจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นำพระสงฆ์ 4 รูปมาสวดบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต มีคนไทยและชาวต่างชาตินำดอกไม้สีขาวทั้งดอกคาร์เนชั่น ดอกลิลลี่ และดอกกุหลาบมาวางจุดพบร่าง ขณะที่ น.ส.ซารีนานำแก้วกาแฟของโปรดมาให้ลูกสองคน ก่อนทรุดเข่าร่ำไห้เป็นภาพเศร้าสลดใจให้กับผู้ร่วมงานน.ส.ซารีนาแม่สองพี่น้องชาวรัสเซียกล่าวว่า ขอบคุณประชาชนชาวไทย ตำรวจ หน่วยงานภาครัฐทุกหน่ายและอาสาสมัครทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือดูแลครอบครัวตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา รู้สึกซาบซึ้งน้ำใจคนไทย ทำให้ครอบครัวมีกำลังใจในการก้าวผ่านความสูญเสียครั้งใหญ่ ขณะที่ชาวรัสเซียที่อาศัยในประเทศไทยเผยว่า รู้สึกสะเทือนใจ อยากให้ดวงวิญญาณสองพี่น้องไปสู่สวรรค์และขอให้กำลังใจแม่ให้สู้ต่อไป อย่างไรก็ตาม คนรัสเซียที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องระมัดระวังตัวเองให้มากกว่านี้ขณะที่ญาติเหยื่อพ่อแม่ลูกที่ถูกฆ่ายกครัว 3 ศพ เปิดเผยหลังร่วมพิธีไว้อาลัยสองพี่น้องรัสเซียว่ามาร่วมแสดงความอาลัยต่อความสูญเสียของพี่น้องชาวรัสเซียและให้กำลังใจครอบครัว เพราะเข้าใจดีถึงความเจ็บปวดของผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุมันรุนแรงเกินกว่าจะรับได้ ในฐานะที่ต้องสูญเสียคนรักเหมือนกันไม่อยากให้มีใครต้องถูกทำร้ายแบบนี้อีก ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ อยากให้ผู้เสียชีวิตทั้งสองครอบครัวได้รับความเป็นธรรม ขอให้ตำรวจรวบรวมหลักฐานอย่างรัดกุม เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคนให้ได้รับโทษถึงที่สุด โดยไม่เปิดช่องให้ผู้กระทำผิดออกมาก่อเหตุซ้ำหลังเสร็จสิ้นพิธีไว้อาลัย พล.ต.ท.ฉัตรชัยนำเจ้าหน้าที่ใช้เครื่อง GPR ลงสำรวจจุดต้องสงสัยจุดฝังเหยื่อ 5 ศพ ทั้งนี้ รศ.สาโรจน์ พูลเทพ อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และนายบริสุทธิ์ บริพนธ์ นักวิจัยชำนาญการ คณะโบราณคดี เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากตำรวจให้ร่วมตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัย จึงนำเครื่อง GPR เป็นเครื่องสแกนที่ใช้หลักการเรดาร์และคลื่นตรวจดูว่าด้านล่างพื้นดินและผิวดินมีอะไรบ้าง มีโพรงหรือไม่ ระยะความลึกของเครื่องอยู่ที่ 3-5 เมตร ปกติเครื่องนี้ใช้ตรวจสอบโบราณวัตถุและโบราณสถาน ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ใช้ตรวจสอบหาโครงกระดูกที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมพล.ต.ท.ฉัตรชัยเปิดเผยภายหลังสแกนพื้นที่เป้าหมายเพื่อค้นหาศพเพิ่มเติมว่า ผลการตรวจค้นจุดต้องสงสัย 7 จุดไม่พบศพหรือสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด เครื่องสแกนตรวจพบสัญญาณต้องสงสัย เมื่อลงมือขุดดูกลับพบว่าเป็นเพียงก้อนหิน เจ้าหน้าที่ขยายการตรวจสอบไปยังพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อให้แน่ใจ และยืนยันว่าไม่พบศพ ส่วนแนวทางการค้นหาหลังจากนี้ยังไม่มีแผนค้นหาเพิ่มเติม เว้นแต่จะได้รับเบาะแสหรือพยานหลักฐานใหม่ที่ชี้ไปยังจุดต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และย้อนตรวจสอบข้อมูลในอดีต ยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุดการสืบสวนแต่อย่างใดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่