ชื่อของ ทอม แอนดรูวส์ หรือ โธมัส ไฮโธมัส ไฮแรม แอนดรูวส์ นักการเมืองและนักสิทธิมนุษยชนชาวอเมริกัน ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ เริ่มจะขัดหูคนไทย ที่มีการรายงานถึงสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาในลักษณะที่ทำให่้ประเทศไทยเสียหาย เช่น อ้างว่า ชาวกัมพูชากว่า 650,000 คน ต้องเป็นผู้พลัดถิ่น หลังเกิดเหตุ สงครามชายแดนระหว่างทั้งสองประเทศ ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการปิดด่าน และการที่แรงงานกว่า 9 แสนคน ต้องเดินทางออกจากประเทศไทยและเผชิญภาวะว่างงานในกัมพูชาทางการไทยโดยรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้โต้แย้งรายงานดังกล่าวว่าไม่ใช่เป็นรายงานอย่าง เป็นทางการของสหประชาชาติ และยังไม่มีการตรวจสอบข้อมูลต่างๆจากฝ่ายไทยก่อน“หลังจากนี้ไทยจะทำหนังสือชี้แจงความกังวล และข้อห่วงใย ถึงประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสำนักข้าหลวงใหญ่ สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่นครเจนีวา เพื่อเตือนให้กำชับการทำหน้าที่ของผู้เสนอรายงานพิเศษ ให้มีความเป็นกลางและระมัดระวังในการแถลงข่าวต่อสาธารณะด้วย”ดูตามท้องเรื่องแล้ว กัมพูชา พยายามจะใช้แผนยั่วยุให้เราไป ติดกับดัก ในเวทีโลก อยู่ตลอดเวลา แล้วเราก็เดินตามกับดักที่วางไว้ เสียด้วย การยกเลิก MOU 44 เป็นกรณีศึกษา MOU 43 ก็คาราคาซังในคณะกรรมการระดับภูมิภาค สรุปว่าไม่มีอะไรที่เป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทย นอกจากจะท้ารบกันไปวันๆ ที่น่าเห็นใจมากที่สุดคือ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนระหว่างทั้งสองประเทศทำ รั้วกั้นก็แล้ว หรือติดตั้งกล้องวงจรปิด ทหารไทยก็ยังเหยียบกับระเบิดสังหารเสียขาอยู่ดีในภาพรวมแล้ว ภูมิภาคอาเซียน ไทยกลายเป็นจุดอ่อน จากผู้เจรจา ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกลายเป็นคู่ขัดแย้ง เป็นพิื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดสงครามระหว่างประเทศ ต่อไปสถานการณ์ก็ไม่ต่างจากยูเครน-รัสเซียเท่าไหร่นักต่างจากมหาอำนาจ จีนกับสหรัฐฯ การชิงอำนาจบนผลประโยชน์ ของทั้งสองประเทศ กลายเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและ ความมั่นคงให้กับทั้งสองประเทศ บีบให้ต้องเลือกข้างจีนหรือ สหรัฐฯ การวางตัวเป็นกลาง หรือพันธมิตรในอดีต ไม่มีประโยชน์ใดๆ ขึ้นอยู่กับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์จากปัจจุบันและอนาคตการเข้ามาแทรกแซงของสหรัฐฯกับจีนในภูมิภาคนี้ เป็นสงครามภูมิรัฐศาสตร์ หรือการที่จีน รัสเซีย พยายามจะเข้าไป แทรกแซง สงครามช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่าน กับสหรัฐฯ หรือการที่สหรัฐฯเข้าไปแทรกแซงสงครามยูเครน-รัสเซีย ล้วนแต่ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ทั้งสิ้นจีนพยายามที่จะสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในกวางตุ้ง เหลียวหนิง เจ้อเจียง และซานตง จำนวน 8 เครื่องปฏิกรณ์ มูลค่า 8 แสนล้านบาท เพื่อเป็นผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของโลก สามารถที่จะเดินเครื่องได้ 24 ชั่วโมง รองรับความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว จีนยืนหนึ่งในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เอาชนะอเมริกาได้สำเร็จปั้นโลกในอนาคตให้หันมาพึ่งพาไฟฟ้าทดแทนน้ำมัน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม