เสียงเครื่องยนต์ที่ประสานกันบนแทร็กไม่ได้ทำหน้าที่เพียงปลุกอะดรีนาลีนของผู้ขับขี่ หากยังบอกเล่าถึงการรวมพลังครั้งสำคัญของกลุ่มบริษัท เอเอเอส หรือ AAS Group ที่นำแบรนด์ยนตรกรรมระดับโลกทั้ง 8 แบรนด์ในเครือมาพบกันเป็นครั้งแรกในงาน AAS Track Experience 2026 ระหว่างวันที่ 8–11 ก.ค ที่ผ่านมา ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ภายใต้แนวคิด “AAS Group -Every Driving Passion” เวทีที่ทำให้คำว่า “ทุกแพสชันแห่งการขับขี่” กลายเป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้จริง ตั้งแต่รถยนต์สมรรถนะสูง รถจักรยานยนต์พรีเมียม ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่“กมลินี อินทรภูวศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) กลุ่มบริษัท เอเอเอส กล่าวว่า AAS Group ไม่ได้มองการครอบครองรถเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์กับลูกค้า แต่เชื่อว่าความประทับใจเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงเวลาของการเดินทาง และ AAS Track Experience 2026 คือภาพสะท้อนของแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน เมื่อทุกแบรนด์ภายใต้เครือเดียวกันมารวมตัวบนสนามมาตรฐานเดียวกัน เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสบุคลิก สมรรถนะ และเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์แบบไม่มีอะไรมาคั่นกลาง ตั้งแต่ Porsche ที่โดดเด่นด้วยความแม่นยำในการควบคุม Bentley ที่ถ่ายทอดความหรูหราผสานพละกำลัง Harley– Davidson กับเสน่ห์ของการเดินทางบนสองล้อ ไปจนถึง Ducati สมาชิกใหม่ของ AAS Group ที่เติมสีสันให้ระบบนิเวศด้านยนตรกรรมขององค์กรสมบูรณ์ยิ่งขึ้นขณะเดียวกัน รถยนต์ไฟฟ้าภายใต้ Infinite Automobile ในเครือ AAS Group ทั้ง Avatr, Deepal, Lumin และ Nevo ก็สะท้อนทิศทางใหม่ของการเดินทางที่กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในอนาคตเสน่ห์ของงานไม่ได้อยู่ที่การได้เห็นรถรุ่นเด่นจอดเรียงราย แต่คือโอกาสที่ผู้เข้าร่วมจะได้ก้าวขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัยและสัมผัสศักยภาพของรถแต่ละคันด้วยตัวเอง ผ่านกิจกรรม Experience Stations ที่ออกแบบให้เรียนรู้สมรรถนะในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ภายใต้การดูแลของทีม Professional Instructor ที่คอยถ่ายทอดเทคนิคการขับขี่อย่างใกล้ชิด ผู้เข้าร่วมฝั่งรถยนต์ได้ทดสอบการบังคับควบคุม การทรงตัว และการตอบสนองของรถผ่านสถานี Handling ขณะที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ฝึกฝนทักษะในกิจกรรม Ri ding Experience เพื่อเพิ่มทั้งความมั่นใจ ความปลอดภัย และความเข้าใจในศักยภาพของรถแต่ละรุ่นอย่างแท้จริง ภายในงานยังเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนรักยนตรกรรมได้อย่างครบถ้วน ทั้งโซนจัดแสดงรถไฮไลต์ สินค้าและของที่ระลึกจาก Ducati, Harley-Davidson และ Porsche รวมถึง Porsche Car Configurator ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจออกแบบรถปอร์เช่ในฝันได้ในแบบเฉพาะตัว ทุกองค์ประกอบล้วนสะท้อนว่า การเป็นเจ้าของยนตรกรรมระดับพรีเมียมไม่ได้จบลงแค่การขับขี่ แต่ยังต่อยอดไปสู่ไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตนของผู้ครอบครองทั้งยังได้รับการเติมเต็มจากเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำที่ร่วมสร้างประสบการณ์ตลอดทั้งงาน ตั้งแต่เชื้อเพลิงสมรรถนะสูง ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ น้ำมันเครื่อง ฟิล์มและโซลูชันยานยนต์ ประกันภัย บริการสินเชื่อ ไปจนถึงโซนกาแฟ เครื่องดื่ม และนวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูร่างกายหลังการขับขี่ ทุกความร่วมมือช่วยต่อเติมภาพของงานให้สมบูรณ์แบบ และตอกย้ำมาตรฐานการดูแลลูกค้าในแบบที่ AAS Group ยึดถือมาตลอด เบื้องหลังความสำเร็จของงานครั้งนี้คือแนวคิด One Team-One AAS-One Direction ที่หลอมรวมทุกแบรนด์ให้ก้าวไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าความคาดหวังของลูกค้าการรวมพลังของยนตร กรรมทั้ง 8 แบรนด์จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำรถหลายรุ่นมาจัดแสดงในสถานที่เดียวกัน หากแต่เป็นการประกาศศักยภาพของ AAS Group ในฐานะผู้นำธุรกิจยานยนต์ระดับพรีเมียมของประเทศไทย ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทุกเทคโนโลยี และทุกแพสชันแห่งการขับขี่ ภายใต้ระบบนิเวศด้านยานยนต์ที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “โชว์รูมหัวเขียว” เพิ่มเติม