อยู่ในห้วงภูมิตกเลยเก็บทรงไม่ค่อยอยู่ อารมณ์ขึ้นๆลงๆของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เผชิญแรงกดดันทางการเมืองต่อเนื่อง ต้องคอยปฏิเสธข่าวลือรอยร้าวในพรรคภูมิใจไทยถึงจะแจกแจงปากเปียกปากแฉะ บอกกล่าวอย่างใจเย็น หรือเปลี่ยนโหมดว้ากสื่อ ใช้ลูกดุดัน แต่ไม่มีใครปักใจเชื่อว่าไม่มีร่องรอยขัดแย้งในบ้านใหญ่สีน้ำเงินแม้กระทั่งช็อตอวดรูปหวานชื่น นำเหล่าคู่กรณี “นายกฯหนู”–“ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ–“โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม โอบไหล่กอดคอ เคลียร์ทางสร้างความกระจ่าง แต่กลับถูกนำไปขยายผล ตีความไปต่างๆนานา เล่นละครกลบเกลื่อนซ่อนรอยบาดหมาง สับสนหนักขึ้นกว่าเดิมรอยร้าว 2 น. 1 พ. ไปไกลจนคนปักใจเชื่อ ปมขัดแย้งไม่สามารถหักล้างได้แค่ภาพถ่าย หรือคำพูด เพราะเชื่อในสิ่งที่เห็นมากกว่าจัดฉากตามร่องรอยระหองระแหง ก่อตัวมาตั้งแต่คราวที่ “นายกฯหนู” ดึงสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่อยู่ในสังกัดของนายพิพัฒน์กลับมาดูแลเองหรือโครงการแลนด์บริดจ์ที่อยู่ภายใต้การผลักดันของ “โกเกี๊ยะ” ก็ถูกสั่งแขวน เบรกหัวทิ่มให้ชะลอออกไปก่อน“โกเกี๊ยะ”โดนริบอำนาจ ยึดขุมทองเมกะโปรเจกต์ ทั้งอีอีซี และแลนด์บริดจ์ ลดบทบาท การเป็นผู้ทรงอิทธิพลในพรรคซึ่งๆหน้า สะท้อนรอยแตกแยกทีมบิ๊กเนมหรือกรณีมหาโกงสอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่นที่ “นายกฯหนู” ออกลูกขึงขัง จ้องล้างบางบิ๊กข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นที่ร่วมขบวนทุจริต ไม่แคร์จะเป็นทีมสายบุรีรัมย์ หรือเครือข่ายบ้านใหญ่ “โกเกี๊ยะ” หรือไม่ล่าสุดประกาศรีเซ็ตใหญ่กระทรวงมหาดไทย เตรียมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง 65 ตำแหน่ง ตั้งแต่ตำแหน่งรองอธิบดี อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ช่วงเดือน ส.ค.นี้สบจังหวะอาศัยการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี สลายขั้วอำนาจเดิม ปูทางขั้วอำนาจใหม่ แนวโน้มสายสิงห์แดง สิงห์ดำ สายบุรีรัมย์ สายบ้านใหญ่โซนด้ามขวาน ถูกล้างบางกระจุยกระจาย เกมขยับหมากแต่งตั้งโยกย้ายระดับบิ๊กลอต ส่งสัญญาณเด็ดปีกข้าราชการเฉดสีน้ำเงิน จัดระเบียบอำนาจกระทรวงมหาดไทยใหม่ ชี้ให้เห็นการเป็นผู้กุมอำนาจรัฐตัวจริงโชว์พลังอำนาจการควบคุมการบริหารงานเพียงผู้เดียว ไม่ตกอยู่ใต้ร่มเงามุ้งการเมืองใด ส่งสัญญาณไปยังมุ้งการเมืองในค่ายภูมิใจไทย อำนาจการสั่งการเบ็ดเสร็จถูกรวมศูนย์อยู่ที่นายกรัฐมนตรีนำไปใช้ต่อรองดุลอำนาจ เปลี่ยนบทบาทจากการถูกมองเป็นนอมินี ไปสู่การเป็นผู้นำสูงสุดพิสูจน์ให้เห็นการมีอำนาจเต็ม ลบภาพจำการเป็นลูกไล่ ถูกครูใหญ่เตะก้นในอดีต เพื่อใช้เซฟตัวเอง กันข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ในฐานะผู้นำประเทศที่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายโดยตรงตอกย้ำหน้าฉากให้เห็นถือไพ่สูงสุด เหนือกว่า “ครูใหญ่–โกเกี๊ยะ” แต่ในทางหลังฉากก็ยังจำเป็นต้องบริหารความขัดแย้ง หาทางจัดสรรผลประโยชน์การเมืองให้ลงตัวทุกกลุ่มไม่มีฝ่ายไหนเสี่ยงทุบหม้อข้าวตัวเอง ในขณะที่ค่ายสีน้ำเงินกำลังกุมความได้เปรียบสูงสุดทางการเมือง ต่างคนต่างรู้ดี หากปล่อยให้พรรคแตกก็กอดคอตายหมู่แม้ความขัดแย้ง 2 น. 1 พ.จะสะสมมากขึ้น ความไว้เนื้อเชื่อใจจะถดถอย แต่ก็ต้องจำทนตบๆจูบๆ กลืนเลือดร่วมกัน แบ่งดุลอำนาจ ค้ำยันพึ่งพากันต่อไปฝั่ง “นายกฯหนู” ต้องพึ่งขุมกำลัง สส.อีสานและสายใต้ ทีมบ้านใหญ่ เอากระแส-กระสุนค้ำยันอำนาจนายกฯขณะที่ “เนวิน–พิพัฒน์” ก็ต้องอาศัยอำนาจ “นายกฯหนู” เดินเครื่องบิ๊กโปรเจกต์ จัดสรรงบประมาณลงพื้นที่ฐานเสียง และเป็นกันชน ลดแรงกระแทกจากคดีที่ถูกตรวจสอบต่างๆตามโครงสร้างอำนาจแบบพึ่งพาอาศัยกันของระบอบสีน้ำเงิน คอยเป็นเกราะให้กันและกันยิ่งช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ค่ายภูมิใจไทยถูกรุกไล่หนักคดีฮั้ว สว. โดนฝ่ายค้านและกลุ่มไอลอว์ไล่ทุบมันมือเปิดโปงข้อมูลเกมฮั้ว สว. โยงไปถึงตัวนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย จ้องขยายผลไปถึงขั้นยุบพรรค ถอนรากถอนโคน พังกระดานระบบสีน้ำเงินภัยความมั่นคงในพรรค บีบ 2 น. 1 พ. ต้องเร่งสลัดความขัดแย้งส่วนตัว หันมาช่วยกันต่อสู้ แก้วิกฤติเฉพาะหน้าที่มีความอยู่รอดของพรรคเป็นเดิมพันโหมดบังคับให้พักรบศึกในบ้าน มาร่วมมือปะทะศึกนอกบ้านสถานการณ์ถึงจะแตกแยก แต่ยังไม่ถึงเวลาแตกหัก!!!ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม