รัฐบาลจัดใหญ่ พิธีทำบุญตักบาตรทางเรือ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569 และรวมพลังศรัทธาของประชาชนหลั่งไหลร่วมทำบุญตักบาตรทางน้ำกับพระสงฆ์ 225 รูป ที่ล่องเรือมาทางคลอง 3 เส้นทาง ขณะที่ในวันที่ 28 ก.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ กำหนดการพระราชพิธีศุภมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ.2569 โดยเสด็จฯพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพระราชพิธีฯ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กทม. เมื่อวันที่ 26 ก.ค. เวลา 07.10 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรทางเรือ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ภายใต้กิจกรรม “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” โครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบายระหว่างวันที่ 24-31 ก.ค. ที่สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ และพื้นที่คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการ และคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาค เอกชน ภาคประชาสังคม กรุงเทพมหานคร ตลอดจนประชาชนเข้าร่วมพิธีตักบาตรอย่างคึกคักผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพิธีทำบุญตักบาตรทางเรือครั้งนี้นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ ในรอบกว่า 240 ปี ที่รวมพลังศรัทธาของประชาชนหลั่งไหลมาร่วมทำบุญตักบาตรทางน้ำกับพระสงฆ์รวม 225 รูป โดยพระสงฆ์ได้ล่องเรือมาตามเส้นทางสายคลองละ 75 รูป จาก 3 เส้นทาง ได้แก่ คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ คลองแสนแสบ และคลองเปรมประชากร สะท้อนความผูกพันระหว่างวิถีชีวิตริมสายน้ำ พระพุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย ทั้งยังเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของชุมชนริมคลองให้คงอยู่ พร้อมกันนี้ ผู้ร่วมงานยังได้รับน้ำพระพุทธมนต์ประทานจากสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ และพระเถราจารย์จากวัดริมคลอง 40 วัด ตลอดสายน้ำเดียวกันมามอบให้ประชาชนที่มาร่วมงาน จำนวน 10,000 ขวด เพื่อเป็นสิริมงคลด้วยอนึ่ง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 74 พรรษา 28 ก.ค.2569 พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดพระราชพิธีในวันที่ 28-29 ก.ค. 2569 ณ พระบรม มหาราชวัง โดยในช่วงเย็นวันที่ 28 ก.ค. พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง และเมื่อเสด็จฯถึงชานหน้าพระอุโบสถ บรรพชิตจีนและญวน จำนวน 20 รูป ถวายพระพรชัยมงคล แล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนพระมหามงคล เทียนเท่าพระองค์ และทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการหน้าธรรมาสน์ศิลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนที่โต๊ะหน้าอาสน์สงฆ์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ 5 รูป ทรงจุดเทียนที่แท่นมณฑลบูชาเทวดานพเคราะห์ โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์ เสด็จลงชานหน้าพระอุโบสถ พระราชทานราชสังคหวัตถุแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุฝ่ายหน้า-ฝ่ายในภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี ณ พระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาสมณศักดิ์สมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงประเคนสุพรรณบัฏ พัดยศ ผ้าไตร และเครื่องประกอบสมณศักดิ์แด่สมเด็จพระราชาคณะ ที่ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา โดยมีพระสงฆ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา และเจ้าพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร และดุริยางค์ ตามโบราณราชประเพณี พระสงฆ์ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระราชาคณะประธานสงฆ์ ถวายอดิเรกต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนพระมหามงคล เทียนเท่าพระองค์และธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปเทวดานพเคราะห์องค์อภิบาล และองค์แทรกพระชนมพรรษา แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารรัชกาลที่ 9 ที่ประดิษฐานพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 75 รูปเจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาระหว่างพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณทางพระทวารเทวราชมเหศวร ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระสยามเทวาธิราชแล้ว เสด็จลงพระที่นั่งอมรินทร วินิจฉัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จฯไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตวันเดียวกัน สำนักพระราชวังจัดสถานที่สำหรับประชาชนลงพระนามและลงนามถวายพระพรภายในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น.นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชน เข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร ระหว่างเวลา 08.00-12.00 น. และเวลา 12.00 น. กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ จะยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัดขณะที่ในส่วนราชการ หน่วยงานรัฐและเอกชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯอย่างพร้อมเพรียง ทั้งพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศในช่วงค่ำวันเดียวกันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่