วิปฝ่ายค้านเปิดเวทีขยี้ฮั้ว สว.ภาค 2 อดีตผู้สมัคร สว.ดาหน้าแฉขบวนการล็อกโพย ยัดซองขาว 1 หมื่น มี 2 อดีตกุนซือ “อนุทิน” ปัจจุบันเป็น สว.ร่วมทีมฮั้ว ปลุกให้แก้ใบ สว.3 ตอนตีสอง “กุสุมาลวตี” ปูด “ทรงศักดิ์” พาไปพบ “เสี่ยหนู” ส่งซิก “เผื่อได้จอยกัน” ชงยุบพรรคภูมิใจไทย “สส.พนิดา” โวยพยานโดนคุกคามประชิดตัว “สิริพรรณ” ดักคอ กกต.ทำยึกยักยื้อเวลา คาดยอมสังเวย 66 สว.ตัดตอนคดี “สาทิตย์” ขู่ กกต.ดูยุค “3 หนา” เป็นตัวอย่าง “ไอติม” จี้แกนนำสีน้ำเงินชี้แจง จองกฐินอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่ “หนู” รับลูกกองเชียร์ยุฟ้อง “ยิ่งชีพ” เจ้าตัวไม่หวั่นท้าชนฟ้องปิดปาก “แสวง” ไม่แคร์ผลสวนกระแสสังคม “กรณ์” เร่งรัฐบาลสังคายนาระบบงบประมาณ “ปกรณ์” ลุยจ่อยุบธนาคารที่ดิน-ป.ย.ป. เลือกเอาเออร์ลี่รีไทร์ หรือย้ายไปหน่วยใหม่วิปฝ่ายค้านจัดเวทีเจาะลึกหลักฐานคดีโกงสว. ภาค 2 อดีตผู้สมัคร สว.เปิดหน้าแฉยับขบวนการล็อกโพย มีอดีตกุนซือนายอนุทิน ชาญวีรกูล สมัยเป็นรองนายกฯควบ รมว.สาธารณสุข ร่วมทีม นางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คาดยอมสังเวย 66 สว.หวังตัดตอนคดีวิปฝ่ายค้านจัดเวทีขยี้ฮั้ว สว.ภาค 2เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ก.ค. ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) จัดเวทีเจาะลึกหลักฐานคดีโกง สว.ภาค2 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเปิดงานว่า คดีฮั้ว สว.ถูกพูดถึงมา 2 ปี แต่เรื่องยังไปไม่ถึงศาล เพราะหน่วยงานตรวจสอบอาจทำหน้าที่ไม่ตรงไปตรงมา เช่น กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 4 ใน 7 คนถูกเห็นชอบโดย สว.ชุดปัจจุบัน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เกียร์ว่าง มีการเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงยุติธรรม ขอให้สังคมร่วมจับตาไม่กะพริบ หลักฐานที่เปิดเผยทำให้สังคมตาค้าง มีโพยผิดปกติ กกต.เดินริบโพยตักเตือนให้เลือกโดยสุจริต หนึ่งในผู้สมัครคือนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ก่อนมาเป็นโพยเลือก สว. มีขบวนการเตรียมการล่วงหน้า แลกเปลี่ยนคะแนนเป็นระบบ ไม่ทราบว่า กกต.จะสั่งฟ้องหรือยกฟ้องใครวันใดอดีตผู้สมัครแฉขบวนการล็อกโพยต่อมาเวลา 09.30 น. เวทีเจาะลึกหลักฐานคดีโกง สว.ภาค 2 นำพยานที่รู้เห็นกระบวนการฮั้วสว.ให้ข้อมูลต่อสาธารณะ พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม 15 จ.ภูเก็ต กล่าวว่า กระบวนการที่เจอ มีบุคคลที่เป็นผู้ประสานงานคือนายวงศกร ชนะกิจ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต พรรคภูมิใจไทย มีจัดเลี้ยงอาหาร ผู้สมัคร สว.พังงา กระบี่ และภูเก็ต บนเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ประชุมที่โรงแรมย่าน จ.ปทุมธานี มีผู้บรรยายคนเดียวคือ “โกเกียรติ” จ.สตูล ให้จดหมายเลขการเลือกรอบแรก รอบไขว้ ให้สวมเสื้อเหลืองเป็นสัญลักษณ์กลุ่ม ระหว่างประชุมผู้สมัคร สว. ชื่อ “พี่แนบ”ถามว่าทำไมไม่มีชื่อตัวเอง “โกเกียรติ” บอกว่าเป็นการสุ่มจากคอมพิวเตอร์ ทำให้ไม่พอใจ ช่วงกลางคืนทีมงานนายวงศกรถือซองขาวใส่ธนบัตรมาให้พี่แนบ บอกเป็นค่าใช้จ่ายใน กทม.จำนวน 1 หมื่นบาท แต่ตนไม่ได้ ทำให้พี่แนบไม่รับซอง และเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมไปพักที่อื่น เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาก็ตรงตามที่เขียนไว้ทั้งหมด ขบวนการนี้เรียกฮั้วหรือ ไม่ มีผู้ใหญ่มาบอกให้เอาตามโพยนี้ หากเลือกตามสูตรนี้สำเร็จลูกตนจะมีตำแหน่งในรัฐบาลเปิดอดีตกุนซือ “อนุทิน” ร่วมทีมฮั้วนายสมนึก สุชัยธนาวนิช อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม4 จ.สุโขทัย กล่าวว่า ได้รับการประสานโดยบุคคล 2 คน คนแรกปัจจุบันเป็น สว. ก่อนหน้านี้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษานายอนุทิน ชาญวีรกูล สมัยเป็นรองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข และเป็นประธานขับเคลื่อนกัญชาทางการแพทย์ คนที่ 2 คือที่ปรึกษานายอนุทิน เมื่อครั้งเป็น รมว.มหาดไทย โดยเลขาฯของคนแรกติดต่อให้ไปพบที่ร้านกาแฟ หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่ามีคน 10 คนที่พร้อมเลือกไปด้วยกัน ไปถึงพบว่ามีผู้มาร่วม 7 คน มี นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.ด้วย หารือถึงกระบวนการลงคะแนนที่กังวลว่าคนในกลุ่มอาจโกงได้ ทำให้ นพ.เปรมศักดิ์บอกให้พิจารณาจากชื่อต้น ให้เขียนชื่อต้น จากนั้นคนที่เหลือก็จะเป็นไปตามนั้น วันต่อมานัดหารือกัน โดยต้องลงทะเบียน 600 บาท เป็นค่าอาหารกล่อง ค่าสถานที่ และแนะนำตัวทีละกลุ่ม ระหว่างหารือมีคนที่ 1 โทร.มาตามให้ไปที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงไปตามนัดหมาย พร้อมพี่ชายที่เป็นผู้สมัคร สว.กลุ่มอุตสาหกรรม จ.สุโขทัย มีคนมาพูดคุยกับตนบอกว่าพรรครับเป็นสว.สาธารณสุข แต่ให้เซ็นใบลาออกไว้โดยไม่ลงวันที่ บอกว่าไม่ต้องตกใจ จะควบคุมการยกมือตามนโยบายพรรคเท่านั้นประชุมทำโพยสัญญาได้เป็นแน่นายสมนึกกล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือต้องประชุมทำโพย ในโพยอาจไม่ได้เลือกเลขตัวเอง แต่สัญญาว่าได้ สว.แน่นอน จากนั้นเข้าสู่กระบวนการทำโพย มีคนหนุ่ม 5-6 คนสอนทำโพย พร้อมกับคนที่ผ่านจาก จ.สุโขทัยเกือบ 30 คน รอบแรกตนมีชื่ออยู่ แต่โพยรอบสองถูกแก้ให้เอาหัวหน้าอนามัยมาแทน ทราบในเวลาต่อมาว่าคนที่มาแทนเป็นลูกน้องของผู้ประสานคนแรก ปลุกไปแก้ใบ สว.3 ตอนตีสอง“กุสุมาลวตี” ยื่นยุบพรรค ภท.แล้วนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง กล่าวว่า กระบวนการที่ทำให้การเลือก สว.ไม่เป็นไปตามกฎหมาย มีแกนนำพรรคและรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้อง มีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อประสานงานในกระบวนการ ในวันที่ 20 มิ.ย.2567 มาที่สภาเจอกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายทรงศักดิ์ถามว่ามาทำไม บอกว่ามีน้องสาวผู้ใหญ่ท่านหนึ่งลง สว. กลุ่ม 14 เลยมาขอคะแนน นายทรงศักดิ์ถามว่าหาเสียง สว.ทีละคนหรือ ของพวกเขามีเป็นพัน จากนั้นพาไปเจอนายอนุทิน แจ้งว่าตนได้อันดับ 1 มาจาก จ.มหาสารคาม ก็ได้แค่สวัสดีไม่ได้พูดอะไร นายอนุทินถามว่าได้โหวตเตอร์เท่าไหร่ พอบอกไปนายอนุทินตอบกลับว่าเผื่อได้จอยกัน และให้เบอร์นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไว้ ได้โทร.ไปหานางสุขสมรวยก็บอกว่าหัวหน้าบอกแล้ว นางสุขสมรวยถามว่าจะเป็นตัวจริงหรือเป็นโหวตเตอร์ เมื่อตอบไปว่าจะเป็นตัวจริง นางสุขสมรวยบอกว่า สว.กลุ่ม 14 ตัวจริงเต็มแล้ว ทั้งที่ยังไม่ถึงวันเลือก ทั้งนี้การสอบสวนของดีเอสไอมีหลักฐานเชื่อว่าหากส่งศาลจะมีผู้ติดคุก เพราะมีเส้นทางการเงิน และยื่นยุบพรรคภูมิใจไทยไปแล้ว“พนิดา”โวยพยานโดนขู่ประชิดตัวน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน กล่าวบนเวทีว่า ขอขอบคุณพยานที่มาร่วมเวที เพราะทราบว่ามีกระบวนการข่มขู่พยาน ทำให้พยานกลัว มีการคุกคามประชิดตัวเข้าหาในพื้นที่ ขอบคุณคนที่กล้าปรากฏตัวบนเวทีเพื่อยืนยัน และนำข้อมูลมาเปิดเผยดักคอ กกต.อย่าทำยึกยักยื้อเวลาขณะที่นางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การได้มาของ สว. เป็นการซื้ออิทธิพลเพื่อยึดกุมรัฐ คล้ายการโกงข้อสอบท้องถิ่น ที่ให้ฝ่ายปกครองอำเภอ และจังหวัด พิจารณาคุณสมบัติ กลุ่มที่พยายามทำเรื่องนี้ไม่ใช่ความบังเอิญแต่ใช้โครงข่ายอิทธิพล ยึดกุมอำนาจรัฐ ในแง่กฎหมายการพิจารณาคดีนี้มี 2 ระดับ คือ พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว.ไปจบที่ศาลฎีกา เป็นหน้าที่ กกต.ใช้เพียงหลักฐานที่พึงเชื่อได้ว่าเท่านั้น ส่งไปศาลฎีกา กกต.ไม่มีหน้าที่พิสูจน์จนปราศจากข้อสงสัย และกฎหมายอาญา ในคณะ กกต.ชุดที่ 26 พิจารณาคดีอั้งยี่ซ่องโจร กกต.ต้องไม่ยื้อเวลา เพราะความล่าช้าเป็นต้นทุนความไม่ชอบธรรม สิ่งที่ กกต.จะดำเนินการ เป็นไป 3 ทางคือ 1.สั่งฟ้อง หากสั่งฟ้องทั้งหมดเป็นชัยชนะสังคมไทย 2.ไม่ฟ้องเลย จะถูกตั้งคำถามกระบวนการตรวจสอบ 3.ฟ้องบางส่วนมีความเป็นไปได้สูง แต่ต้นไม้พิษถึงตัดปลายที่เป็นพิษ แต่รากแก้วที่เป็นพิษยังอยู่ จะแตกหน่อสร้างมลพิษต่อ สิ่งที่กังวลใจคือการตัดตอนผู้เสียหายบางส่วนคาดสังเวย 66 สว.หวังตัดตอนคดีนางสิริพรรณกล่าวว่า ต้องยุติกระบวนการเลือก สว.ก่อนเลือกตั้งรอบหน้าผ่านการแก้รัฐธรรมนูญ ขอให้เร่งแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. หากมีกระบวนการตัดตอนคดีฮั้ว สว.เชื่อว่าจะต้องคงเสียงข้างมากในสภาสูงไว้ 1 ใน 3 ตัวเลขที่คาดว่าจะถูกฟ้องคือ สว. 66 คน ที่ถูกสละตำแหน่งให้ สว.สำรองมาทำหน้าที่ แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่สามารถขับเคลื่อนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญได้ ส่วนการเอาผิด กกต. ตาม ป.อาญามาตรา 157 อาจเป็นไปได้ยาก เพราะ กกต.อ้างว่าทำตามกฎหมาย แต่มีอีกช่องทางที่จัดการได้ คือหากทำงานล่าช้าหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คือศาลปกครอง สว.สำรองสามารถฟ้องร้อง กกต.ได้ปชป.ขู่ กกต.ดูยุค “3 หนา” ตัวอย่างนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ฝากไปยัง กกต.หากปฏิเสธการแสวงหาข้อเท็จจริงในกระบวนการไต่สวน หาก กกต.สั่งไม่ฟ้อง เจอมาตรา 157 แน่นอน ลืมคดีพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต. ในอดีตด้วยเชื่อว่าจะมีคนออกมาให้ข้อเท็จจริงอีกมาก เป็นหน้าที่กกต. ต้องแสวงหาข้อเท็จจริง ไม่มีทางอื่นนอกจากส่งศาล“ไอติม” จี้แกนนำสีน้ำเงินรีบชี้แจงในช่วงท้าย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวปิดการเสวนาว่า ยอมรับว่าบางเรื่องเป็นข้อกล่าวหา แต่พยานบุคคลที่พูดสอดรับกันเชื่อว่ามีมูล สิ่งที่จะคลายข้อสงสัยคือการชี้แจง ฝากนายกฯ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาฯ และนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดานายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้ชี้แจงข้อกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องกระบวนการทุจริตเลือก สว.หรือไม่ เพราะมีพยานรู้เห็นการปรากฏตัวในสถานที่ต่างๆเย้ยคนที่ต้องเครียดคือกลุ่มแก๊งฮั้วนายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ระบุร่างคำฟ้องหมิ่นประมาทเรื่องฮั้ว สว.เสร็จแล้วว่า คนที่ต้องเตรียมมากกว่าคือผู้ถูกกล่าวหาจากพรรคภูมิใจไทยโดยเฉพาะนายอนุทิน นายทรงศักดิ์ นางสุขสมรวย และนายศุภชัย ข้อมูลที่นำเสนอเหล่านี้อยู่ในสำนวน กกต.และดีเอสไอแล้ว แต่กังวลว่าจะไม่ถูกตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ไปไม่ถึงศาล ส่วนเรื่องเส้นทางเงินมั่นใจว่าอยู่ในสำนวน กกต. และดีเอสไอ หลักฐานที่วิปฝ่ายค้านเสนอไม่ได้จำกัดอยู่แค่พยานบุคคล แต่พยายามนำเสนอเส้นเงิน หลักฐานจองตั๋วเครื่องบิน การจองที่พักที่ตรวจสอบได้อยู่แล้ว ขณะที่ข้อมูลเรื่องการรวมตัวที่โรงแรมต่างๆ แม้จะเป็นคำพูดจากบุคคลคนหนึ่ง แต่พิสูจน์ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ได้ไม่ยาก ยิ่งไม่ชี้แจงยิ่งทำให้ข้อกล่าวหามีน้ำหนักมากขึ้นจองกฐินญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายพริษฐ์กล่าวต่อว่า สิ่งที่กังวลคือการตัดตอนแบบแนบเนียน คือเลือกส่งฟ้อง สว.บางคน และยกคำร้องบางคน ไม่ได้ตัดสินใจบนพื้นฐานพยานหลักฐานที่แตกต่างกัน แต่ตัดสินใจจากการที่ใครอยู่ใกล้หรือไกลจากระบอบอำนาจสีน้ำเงิน เป็นการสังเวยน้ำเงินอ่อน เพื่อปกป้องน้ำเงินเข้ม หวังว่า กกต.จะส่งเรื่องไปที่ศาล เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและตัดสินว่าใครผิดหรือไม่ เมื่อถามว่าหากท้ายที่สุด กกต.ยกฟ้องทั้ง 229 คน จะทำอย่างไร นายพริษฐ์ตอบว่า สิ่งที่ต้องทำคือดำเนินคดีกับ กกต. ฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่จำกัดอยู่แค่ประเด็นโกง สว. ยังมีกลไกสภาตั้งกระทู้ และกรรมาธิการชุดต่างๆที่ใช้ได้ผอ.ไอลอว์ไม่หวั่นท้าชนฟ้องปิดปากนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กล่าวว่า มีข้อมูลขบวนการโกงฮั้ว สว.ที่ใหญ่และมหาศาลอยู่ในสำนวน กกต. และดีเอสไอ ประมาณ 9 หมื่นหน้า ที่อยู่กับตนเพียง 5% ส่วนกรณีนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักฯ ชวนไปเที่ยว จ.อำนาจเจริญ ถ้าไปเที่ยวก็อยากไป แต่ถ้าเป็นหมายก็ต้องไป ว่าไปตามข้อเท็จจริง เรื่องเส้นทางทางการเงินเคยพูดไปแล้วมีเยอะกว่านี้ แต่ไม่จำเป็นต้องเปิดเผย ยกเว้นศาลไม่ฟ้องและคดีจบ ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องเปิดเผย ส่วนตัวยังมองว่าฟ้องแยกไม่ได้ กรรมเดียวมีผู้เสียหายหลายคนก็ฟ้องที่เดียวกัน ถ้าจะแยกแล้วหมายมาก็ไปได้ แต่เสียเวลา ไม่มีอะไรต้องกังวล เราตรวจสอบถูกบ้างผิดบ้างก็ว่าไป ไม่มีเจตนาให้ร้ายทั้ง 9 คน ที่เอ่ยชื่อไปมีข้อมูลเกี่ยวมากกว่านี้เยอะ นอกจาก 9 คนยังมีอีกหลายคนที่เกี่ยวข้องชัดเจน จะค่อยๆนำเสนอต่อไป“หนู” รับลูกกองเชียร์ยุฟ้อง “ยิ่งชีพ”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ประกาศเดินหน้าดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลคดีฮั้ว สว. ล่าสุดนายอนุทินได้เข้ามาคอมเมนต์ในเพจเฟซบุ๊ก “รักษาแผ่นดิน” ที่โพสต์ถึงเรื่องนี้ว่า “สนับสนุนให้นายกฯอนุทินและผู้ที่เกี่ยวข้องฟ้องยิ่งชีพ ไอลอว์ จนถึงที่สุด” นายอนุทินระบุว่า “รับทราบ รับปฏิบัติครับผม”“แสวง” ไม่แคร์ผลสวนกระแสสังคมที่ จ.ร้อยเอ็ด นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีฮั้ว สว.ว่า ยังอยู่ในกรอบเวลาที่เคยชี้แจงไว้ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ เหลือการประชุมพิจารณาอีกประมาณ 4 ครั้ง กกต.รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย แต่การพิจารณายึดตามข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมหรือความคิดเห็นภายนอก หากมีการเปิดเผยข้อมูลหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากบุคคลหรือฝ่ายการเมือง กกต.จะตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวอยู่ในสำนวนหรือไม่ และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย แต่หากผลการพิจารณาไม่สอดคล้องกับความ รู้สึกสังคม คำวินิจฉัยทุกเรื่องจะอธิบายเหตุผลและพยานหลักฐานประกอบที่ชัดเจน กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปในวันเลือก สว. กกต. มีการบันทึกภาพทุกขั้นตอนกระบวนการ ข้อมูลดังกล่าวอยู่ในสำนวน ไม่ขอลงรายละเอียด“อดุลย์” บริจาคกองทุนสิทธิพลเมืองนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เปิดระดมทุนผ่าน “เงินกองทุนสิทธิพลเมืองฯ” เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสู้คดีกรณีรัฐบาลฟ้องร้องภาคประชาชนจากปมเปิดข้อมูลคดีฮั้วเลือก สว.ว่า เตรียมสนับสนุนเงินกองทุนดังกล่าว เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการตรวจสอบประเด็นสาธารณะ โดยเฉพาะข้อสงสัยทุจริตและการฮั้วเลือก สว. การแสวงหาความจริงมีความสำคัญต่อรากฐานระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากวุฒิสภาเป็นองค์กรนิติบัญญัติ มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะเลือกกรรมการองค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หากกระบวนการได้มาซึ่ง สว.ขาดความชอบธรรม จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทั้งระบบ ดังนั้นเงินบริจาคดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นทุนสนับสนุนด้านกฎหมาย และการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาลอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส“กรณ์” ฉายภาพวิกฤติ ศก.ไทย-โลกที่ห้องประชุมบี 1 อาคารรัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมว.คลัง กล่าวบรรยายแก่เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ DIP16 หัวข้อ “ปัจจัยการเงินที่ส่งผลต่อประเทศ” ถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อหาทางออกด้านเศรษฐกิจให้ประเทศไทยในภาวะเศรษฐกิจโลกว่า ปัจจุบันระบบทุนนิยมเสรีถูกท้าทายจาก AI จัดระเบียบสังคมมนุษย์ใหม่ ขณะที่ไทยเน้นการทำกำไรโดยขาดกลไกถ่วงดุล และการแข่งขันที่เป็นธรรม ส่งผลกระทบหนักที่สุดต่อคนรุ่นใหม่ (GenZ) ที่เผชิญภาวะค่าครองชีพแซงหน้ารายได้ โลกเปลี่ยนผ่านจากยุคพลังงานสู่ยุค AI เต็มรูปแบบ เมื่อผ่าโครงสร้างงบประมาณไทย ข้อจำกัดและภาระการคลัง ซ้ำเติมด้วยโครงสร้างประชากร เด็กไทยเกิดน้อยลง ขณะที่สังคมไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ยิ่งทำให้งบประมาณแผ่นดินติดล็อก 69% ของงบประมาณ หมดไปกับรายจ่ายประจำและภาระผูกพันงบบุคลากรภาครัฐ เงินเดือน, สวัสดิการ, กบข. และท้องถิ่น งบสวัสดิการสังคมเร่งรัฐสังคายนาระบบงบประมาณนายกรณ์กล่าวว่า หากรัฐบาลยังคงบริหารงบประมาณสุรุ่ยสุร่าย ขาดยุทธศาสตร์ระยะยาว เน้นโครงการประชานิยม และปล่อยให้มีการทุจริตเชิงโครงสร้าง รัฐบาลเสี่ยงต่อการไร้ศักยภาพดูแลคนส่วนใหญ่ของประเทศ จึงเสนอ 2 ทางออกสำคัญ คือ 1.สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ยกระดับทักษะคน (Reskill/Upskill) พัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต หาเงินเข้าประเทศ 2.แก้ไขที่ภาคการเมืองเป็นจุดแรก ปรับบทบาทของรัฐ รื้อโครงสร้างงบประมาณ ใช้เครื่องมือทางการคลังอย่างโปร่งใส และสร้างสวัสดิการที่ลดความเหลื่อมล้ำได้จริง ก่อนวิกฤติการคลังจะสายเกินแก้“ปกรณ์” ลุยปฏิรูประบบ รชก.ซ้ำซ้อนอีกเรื่อง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายก รัฐมนตรี กล่าวถึงการเดินหน้าปฏิรูประบบราชการ ยุบหน่วยงานซ้ำซ้อนหรือไม่มีความจำเป็นว่า นายกฯให้นโยบายมาแล้วจะยุบหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน อันดับต้นๆจะเริ่มช่วงสิ้นเดือน ก.ย. คือสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (บจธ.) หรือธนาคารที่ดิน เพราะขยายเวลามาหลายปีแล้ว อาจนำไปรวมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ตอนนี้ฟีดควบคุมไว้ทั้งหมดแล้ว จากนั้นจะพิจารณายุบหน่วยงานอื่นๆที่ซ้ำซ้อนต่อไป เช่น สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) และหน่วยงานองค์การมหาชนอีก 4-5 หน่วยงาน ที่เบื้องต้นไม่ผ่านการประเมินมาหลายปี การยุบหน่วยงาน จะค่อยๆทำ ไม่เช่นนั้นอาจกระทบกระเทือนเจ้าหน้าที่จะเลือกเอาประเทศหรือตัวเองนายปกรณ์กล่าวว่า ส่วนกรณีอาจมีกลุ่มมาชุมนุมคัดค้านนั้น เราต้องอยู่กันด้วยเหตุผล วิธีการเก่าๆแบบนี้ควรเลิกได้แล้ว ไม่ดีสำหรับประเทศ หากดูจากสถานการณ์และตัวเลขงบประมาณ สิ่งสำคัญที่สุดเราต้องยอมรับความจริงว่าอยู่แบบเดิมไม่ได้แล้ว โลกมันเปลี่ยนไป หลักการพิจารณายุบหน่วยงานรัฐ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นผู้ประเมิน ส่วนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลังเป็นผู้ประเมิน ส่วนการบริหารจัดการอัตรากำลังหน่วยงานที่ถูกยุบ 1.ถ้าสมัครใจออกก็เข้าร่วมโครงการเออร์ลี่รีไทร์ 2.ย้ายไปอยู่หน่วยงานใหม่ แต่สิทธิประโยชน์คงไม่ได้เหมือนเดิม ต้องอิงตามระบบหน่วยงานใหม่ เมื่อถามว่ากังวลจะเสียคะแนนทางการเมืองหรือไม่ นายปกรณ์ตอบว่า เรื่องนี้รัฐบาลให้ตนดำเนินการ ทุกคนก็บอกว่าดี ถึงอย่างไรก็ต้องทำภายในรัฐบาลนี้ แม้อาจเห็นผลในอีก 10 ปีข้างหน้าก็ตาม ถ้าไม่ปรับโครงสร้างรัฐหรือเปลี่ยนวิธีการทำงาน ความสามารถการแข่งขันของประเทศจะนิ่งและเทียบประเทศอื่นไม่ได้ อยากให้เข้าใจตรงนี้ไม่อยากให้ดราม่า ต้องคิดว่าจะเลือกเอาประเทศหรือจะเลือกเอาตัวเองโพลชี้รัฐบาลปั่นแต้มบัตรคนจนได้นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ รวม 1,850 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “คนจนมีสิทธิไหมครับ” ระหว่างวันที่ 21-23 ก.ค. พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ร้อยละ 53.78 เคยได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีร้อยละ 46.22 ไม่เคยได้รับ มีร้อยละ 51.73 ลงทะเบียนแล้วแต่ไม่ได้สิทธิ ร้อยละ 24.65 ระบุไม่ได้ลงทะเบียน และร้อยละ 23.62 ลงทะเบียนและได้สิทธิ เมื่อสอบถามความรู้สึกของผู้ที่ลงทะเบียนแต่ไม่ได้สิทธิ ร้อยละ 43.26 บอกไม่โกรธเลย ร้อยละ 21.53 โกรธมาก และร้อยละ 20.69 ค่อนข้างโกรธ เมื่อสอบถามผู้ที่ได้ลงทะเบียนและได้สิทธิ ต่อการตัดสินใจต่อรัฐบาล ร้อยละ 36.84 ยังไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร ร้อยละ 32.49 บอกว่ามีส่วนทำให้สนับสนุนรัฐบาล ร้อยละ 19.00 จะได้หรือไม่ได้สิทธิก็สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้วไม่เชื่อมั่นรัฐรองรับสังคมผู้สูงอายุด้านสวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่พักอาศัยอยู่ใน กทม. และภูมิภาคต่างๆ จำนวน 434 คน เรื่อง “ผู้สูงอายุกับระบบสวัสดิการรัฐ” ระหว่างวันที่ 21-24 ก.ค. พบว่าร้อยละ 67.28 มองว่าประเทศไทยยังไม่พร้อมในการรองรับสังคมผู้สูงอายุ ร้อยละ 74.65 เห็นว่าระบบสวัสดิการรัฐปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่วนเรื่องที่รัฐควรเร่งปรับปรุงมากที่สุดเพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงสวัสดิการได้สะดวกขึ้น ร้อยละ 65.90 อยากให้มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือในพื้นที่ และเรื่องที่ควรให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ ร้อยละ 66.13 ระบุว่า ให้เงินสนับสนุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุให้มากขึ้น ทั้งนี้ ภาพรวมส่วนใหญ่ค่อนข้างไม่เชื่อมั่นว่าระบบสวัสดิการรัฐ จะสามารถรองรับสังคมผู้สูงอายุของไทยในอนาคตได้ครอบครัวร่วมเบิร์ธเดย์ 77 ปี “ทักษิณ”เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครบรอบ 77 ปี ตรงกับวันที่ 26 ก.ค. สมาชิกครอบครัวชินวัตร และคนใกล้ชิด ร่วมโพสต์อวยพรวันเกิด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ บุตรสาว โพสต์สตอรีลงอินสตาแกรม เป็นภาพนิ่งเล่าเรื่องราวเป็นคลิป พร้อมข้อความบนภาพ “Happy birthday daddy you are the love of my life” และโพสต์เฟซบุ๊ก Ing Shinawatra Forever เป็นข้อความอวยพรเช่นกันว่า “สุขสันต์วันเกิดนายกฯ ทักษิณ ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว มีความสุขในทุกๆวันเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว ยังไม่เคยลืมผลงานดีๆ ที่ท่านได้ทำเพื่อประเทศไทย” ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์สตอรีลงใน Ig เป็นคลิปขณะที่ทำไดมอนด์เพนติ้ง หรือครอสติชคริสตัล ติดเพชรพลาสติกบนผ้าใบตามรหัสสัญลักษณ์และตัวเลขที่กำหนด เป็นภาพนายทักษิณ พร้อมข้อความว่า “เสร็จแล้วค่ะใช้เวลา 9 วัน วันเกิดพี่ชายปีนี้ น้องไม่มีอะไรจะให้ เพราะพี่ชายมีทุกอย่างแล้ว แต่น้องมีความรักและความพยายามที่จะทำให้พี่ ขอให้พี่มีความสุขมากๆ Happy Birthday นะคะ 9 วัน 9 หน้าด้วย ขอให้พี่ของน้องมีสุขภาพแข็งแรง ปีนี้หมดทุกข์หมดโศกทุกอย่างแล้ว มีแต่ความสุข ได้ใช้ชีวิตกับครอบครัว รักและเคารพพี่มากที่สุด”อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่