โปรดเสพสื่ออย่างมีสติ เป็นหนึ่งในเข็มทิศสังคมไทยในช่วงการเกิดเหตุ การณ์กลุ่มคนร้ายโจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา มันไม่เพียงนำมาซึ่งความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของทหารพราน 5 นาย และความสะเทือนใจที่ชาวบ้าน รวมถึงเด็กน้อย วัยเพียง 10 ขวบ ต้องได้รับบาดเจ็บแต่บาดแผลจากกระสุนและระเบิดไปป์บอมบ์ในครั้งนี้ ยังเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญที่ส่งตรงถึงสังคมไทยในวงกว้าง เกี่ยวกับการรับมือกับข้อมูลข่าวสารในยุคดิจิทัลที่เปราะบาง และพร้อมจะจุดชนวนความขัดแย้งได้ตลอดเวลา แง่คิดประการแรกที่สังคมต้องตระหนักคือการปฏิเสธการเป็นเครื่องมือส่งต่อความรุนแรงยุคที่ใครก็มีสื่อในมือ ต้องพินิจอย่างหนัก การส่งต่อภาพความสูญเสีย หรือวิดีโอคลิปขณะเกิดเหตุอย่างละเอียด มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ซ้ำร้ายยังเป็นการซ้ำเติมความบอบช้ำทางจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสีย และตอบสนองต่อเป้าหมายแฝงของผู้ที่ต้องการใช้ความกลัวและการขยายผลของสื่อสั่นคลอนจิตใจของคนในชาติแง่คิดประการต่อมาคือความเท่าทันกลลวงและการตั้งคำถามพฤติการณ์ของคนร้ายที่จงใจแต่งกายเลียนแบบต่างๆ เพื่อเข้าจู่โจม สะท้อนให้เห็นถึงแผนการสร้างความสับสน ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ ข้อมูลบิดเบือนหรือข่าวลวง ถูกประดิษฐ์ขึ้นอย่างง่ายดายเพื่อขยายรอยร้าวทางความคิดสังคมไทยต้องไม่รีบด่วนสรุปตามภาพที่เห็นหรือข้อความที่ส่งต่อกันมา แต่ต้องรอการพิสูจน์หลักฐานและการยืนยันข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ การมีภูมิต้านทานทางข้อมูลจะช่วยป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการปั่นกระแสที่มุ่งหวังให้เกิดความแตกแยก และสุดท้ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องไม่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือจงใจสร้างความเกลียดชังทางเชื้อชาติ ความเชื่อ หรือศาสนา บ่อยครั้งที่เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ถูกนำมาขยายความบนโลกออนไลน์ จนกลายเป็นการสาดโคลนและด่าทอในเชิงอัตลักษณ์ สังคมไทยต้องแยกแยะระหว่างกลุ่มผู้ก่อการร้ายกับประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เป็นผู้บริสุทธิ์และอยากได้ความสงบสุขการประณามต้องมุ่งไปที่ตัวผู้กระทำความผิดตามตัวบทกฎหมายไม่ใช่การเหมารวม สิ่งที่คนไทยทุกคนควรทำในตอนนี้คือการหันกลับมาทบทวนการเสพสื่อของตัวเอง ร่วมมือกันปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ เพื่อไม่ให้ประกายไฟจากความสูญ เสียลุกลามกลายเป็นไฟแห่งความเกลียดชัง ซ้ำเติมสังคมไทยไปมากกว่านี้.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม