รวดเร็วทันใจ ประเทศอังกฤษได้นายกฯคนใหม่แบบไม่รู้ เนื้อรู้ตัว แอนดี เบอร์แนม ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลในปัจจุบัน มีผลทำให้เบอร์แนมได้ขึ้นเป็นนายกฯ อังกฤษ คนที่ 7 ในรอบ 10 ปี ของพรรค การเข้ารับตำแหน่งแทน เคียร์ สตาร์เมอร์ ที่กลายเป็นอดีตผู้นำไปแล้ว ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะทุกอย่างอยู่ภายใต้แนวทางและนโยบายของพรรคแรงงานในการจัดลำดับความสำคัญและการตัดสินใจในนโยบายต่างๆ การเมืองอังกฤษจะต่างจากเราตรงนี้ คือ พรรคใหญ่กว่าคน บ้านเรา คนใหญ่กว่าพรรค ทั้งที่เป็นระบอบประชาธิปไตยเหมือนกันอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องจับตา กระบวนการคัดเลือกผู้มาดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมาธิการประนอม ระหว่างไทย–กัมพูชา ภายใต้อนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ไทย 2 คน กัมพูชา 2 คน เป็นประธานคนกลางอีก 1 คน ในการทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลบริเวณอ่าวไทยฝ่ายไทย มี ดร.รือดีเกอร์ โวลฟรุม อดีตประธานศาลกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ และอัลเบิร์ต เจ ฮอฟฟ์แมน อดีตผู้พิพากษาและอดีตประธานศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ เป็นตัวแทน ส่วนกัมพูชา มีปีเตอร์ ทักเซอ เยนเซน อดีตประธานคณะกรรมาธิการประนอมข้อพิพาททางทะเล ระหว่างติมอร์-เลสเต กับออสเตรเลีย และ ศ.ฌ็อง-มาร์ก ตูเวอแน็ง ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศเป็นตัวแทน ดูแล้วสมน้ำสมเนื้อกันอยู่ ส่วนประธานคนกลางมีการเสนอชื่อมา 9 คน ไทยเลือกมา 3 ชื่อ กัมพูชา 3 ชื่อ แล้วส่งให้คณะกรรมาธิการ เป็นคนเลือกอีกทีตรงนี้แหละคือปัญหา ในเมื่อ กรรมาธิการฝ่ายไทยกับกัมพูชาเท่ากัน ถ้าให้เลือกก็คงเลือกฝ่ายที่ตัวเองเห็นว่าเหมาะสม ผลคะแนนก็ต้องออกมาเท่ากันอยู่แล้วใครจะเป็นคนชี้ขาด ถ้ายังเลือกไม่ได้ก็ต้องตกลงขยายเวลาออกไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สรุปว่า ปัญหาข้อพิพาทเขตแดนทางทะเล ระหว่างไทยกับกัมพูชา จะยืดเยื้อออกไปจนถึงชาติหน้า สุดท้ายก็มาตกผลึกที่ว่า ทั้งสองประเทศ ต้องมาตกลงกันเองผ่านคณะกรรมการระดับภูมิภาคเทียวไล้เทียวขื่อกันไปแบบนี้ แต่ถ้าตกลงกันได้เหมือนเคย ที่จะตกลงกันได้ สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานคณะกรรมการระดับภูมิภาคฝ่ายไทย ยังเหลือข้อเจรจากันอีกนิดหน่อย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ต้องไปก่อน เรื่องก็เลยพับไปมีการเจรจาเป็นการภายในอีกหลายรอบระหว่างผู้นำ แต่เนื่องจากเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่ต้องผ่านความเห็นชอบของสภาก็เลยคาราคาซัง พื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย 27,000 ตาราง กิโลเมตร ไม่ใช่เฉพาะก๊าซธรรมชาติที่คาดว่าจะมีอยู่ถึง 11 ล้านล้าน ลูกบาศก์ฟุต และปริมาณน้ำมันดิบที่ยังประเมินค่าไม่ได้เท่านั้น จากการสำรวจของบริษัทข้ามชาติรายใหญ่ที่ต้องการสัมปทานในบริเวณดังกล่าวยังพบว่า มีแร่หายากอีกมหาศาลเป็นปัญหาใหญ่ กว่าการสร้างเขื่อนดักตะกอนของกัมพูชาที่ห่างจาก อ.คลองใหญ่ แค่ 300 เมตร หรือพื้นที่บ้านหาดเล็ก 3 พันตารางเมตร นอกจากอธิปไตยมีอะไรที่มากกว่านั้นมหาศาล.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม