ภท.ไม่ทนฟ้อง “ไอลอว์” กล่าวหา 9 บิ๊ก ภท.เอี่ยวโกง เลือก สว. “ศุภชัย” มัดรวม “ปชน.-คณะก้าวหน้า-ไอลอว์” กลุ่มเดียวกัน แท็กทีมรณรงค์ฮั้วเลือก สว.สีส้ม แต่ไม่สมหวัง ฮึ่มใช้สิทธิป้องเกียรติยศชื่อเสียง ไม่ใช่มีอภิสิทธิ์ด่าใครก็ได้ “อนุทิน” ลั่นฟ้องหมิ่นฯไม่ยอมความ เรื่องยังไม่ส่งฟ้องซัด “ยิ่งชีพ” เป็นใคร มาพิพากษา “พริษฐ์” บี้นายกฯตอบให้ตรงคำถามดีกว่าดิ้นฟ้อง จี้ กกต.ส่งศาลสอบโกง สว. ไม่ใช่แค่ฮั้ว จัดตั้งเครือข่าย ทำโพย แลกแต้ม “โรม” แซะนายกฯ-ภท.ควรใจกว้าง ดีกว่า ฟ้องปิดปาก “ประธาน กกต.” ยันทุจริตเลือก สว.คืบเกินครึ่ง ไม่หนักใจพิจารณาตามสำนวน “สิทธิโชติ” แบะท่าบางประเด็นไปไม่สุด แต่ต้องตัดจบ ส.ค. หวั่นครหาเตะถ่วงล่าช้า “นายกฯ” กำชับหน่วยงานรัฐเข้าหา ปชช.อุทธรณ์สิทธิบัตรคนจน “วีระยุทธ” ขย่มเหลวทั้ง ครม. แนะดูยอดหนี้เกษตรกรควบคู่ถือครองที่ดินพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประกาศฟ้องดำเนินคดีกลุ่มไอลอว์ (iLaw) ที่ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ตรวจสอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย พร้อมรัฐมนตรี สส.พรรค ภท. รวม 9 คน กล่าวหามีพฤติกรรมทำให้การเลือก สว.ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระบุกลุ่มไอลอว์ พรรคประชาชน คณะก้าวหน้าของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นกระบวนการเชื่อมโยง เป็นกลุ่มก้อนเดียวกันภท.ซัดไอลอว์ก๊วนเดียว ปชน.–ก้าวหน้าเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงกรณีกลุ่มไอลอว์ ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ตรวจสอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย พร้อมรัฐมนตรี สส.พรรค ภท. รวม 9 คน มีพฤติกรรมทำให้การเลือก สว.ไม่เป็นไปตามกฎหมายว่า สิ่งกลุ่มไอลอว์โดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ยื่นเรื่องให้ สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ตรวจสอบ สะท้อนถึงกระบวนการที่เชื่อมโยงและเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ก่อนหน้าจะเลือก สว. กลุ่มไอลอว์ คณะก้าวหน้า ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรค ปชน.ล้วนเป็นกลุ่มที่ร่วมมือรณรงค์ให้ส่งบุคคลลงสมัครเป็นสว. คล้ายคอหอยลูกกระเดือก ใช้แคมเปญ สว.ประชาชน สว.สีส้ม แต่เมื่อกระบวนการที่ทำร่วมกันไม่สำเร็จ กลับกล่าวหา สว.สีน้ำเงิน และกล่าวหาพรรค ภท. สิ่งที่ไอลอว์ยื่นเรื่องเพราะเสียผลประโยชน์ มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นความร่วมมือยื่นเรื่องและรับเรื่องเพื่อให้ กมธ.สภาฯตรวจสอบ ขอเรียกร้องให้หยุดใช้ กมธ.สภาฯเป็นเครื่องมือทางการเมือง อย่าทำ วัยวุฒิอาจไม่เท่าคุณวุฒิ อย่าเพลินกับการใช้อำนาจ กมธ.จนสภาฯเสียหาย กมธ.ไม่ใช่ของพรรคใด แต่เป็นของทุกคน ควรให้เกียรติ กมธ.ทุกคนด้วยลั่นเช็กบิลคืนทำเสื่อมเสียชื่อเสียงนายศุภชัยกล่าวว่า การตรวจสอบกรณีฮั้ว สว.อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หากไอลอว์และพรรค ปชน.บอกว่า เคารพกฎหมายต้องเคารพกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่กล่าวหานายอนุทิน นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ มีพฤติกรรมทุจริตฮั้ว สว.อย่างไม่เป็นธรรม สิ่งที่ทำให้พรรค ภท.เสียหาย ขอใช้สิทธิฟ้องดำเนินคดี เช่นเดียวกับกรณีนายพิชัย พิทักษ์ เลขาธิการสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน (ส.ต.ป.) ยื่นเรื่องให้ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ ตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่กล่าวหานายอนุทินว่ามีส่วนทั้ง ทางตรงและทางอ้อมให้การทุจริตสอบท้องถิ่น เพื่อนำเงินไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ยืนยันไม่ใช่ใช้กฎหมายปิดปาก แต่ขอใช้สิทธิปกป้องเกียรติยศชื่อเสียง ใครทำผิดต้องรับโทษตามกฎหมาย ไม่ใช่มี อภิสิทธิ์ด่าใครก็ได้ พอถูกฟ้องอ้างใช้กฎหมายปิดปากฟ้องหมิ่นฯ “ยิ่งชีพ” ไม่มียอมความเมื่อเวลา 11.00 น. ที่สวนนงนุชพัทยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเตรียมฟ้องความหมิ่นประมาทนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ว่า ตามกฎหมายจะพูดกล่าวหาใครต้องมี หลักฐาน เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมยังไม่มีการ ส่งฟ้อง เขาเป็นใครเที่ยวมาพิพากษา แล้วมาเอ่ยชื่อ แบบนั้นทำให้เสียหาย อ้างถึงพยานคนโน้นพูดอย่างนี้ พยานที่อ้างคือใคร ทุกคนมีสิทธิพูด แต่พูดอะไรต้อง รับผิดชอบ ไม่รู้จะพูดอย่างไร วัตถุประสงค์คงไม่อยาก ให้พวกตนได้ดี อาจมีความผิดหวังอะไรอย่างนี้ จะมี การเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ไม่คิด ไม่เสียเวลาคิด ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ถ้าใครมีเจตนาไม่ดีก่อให้เกิดความเสียหาย เกิดความแตกแยก เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ในประเทศนี้ ทุกคนต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรค ภท.ได้รับมอบหมายจากพรรคให้ไปดำเนินคดี สมัยก่อนมีแบบนี้เยอะ ถึงเวลาฟ้องไปมาขอประนี ประนอม ขอศาลให้เมตตา แต่ครั้งนี้คงไม่ เพราะหลาย ครั้งแล้ว เมื่อถามว่าจะฟ้องหมิ่นประมาทเฉพาะนายยิ่งชีพหรือรวมถึงผู้เกี่ยวข้องด้วย นายอนุทินกล่าวว่า แล้วแต่นายศุภชัย หากทำให้พรรคและสมาชิก พรรคเสียหาย ต้องดำเนินการอีกหน่วย เวลาพูดจะได้คิดบ้าง เป็นคนที่มีผู้ติดตาม เป็นอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ใช่อยากจะพูด อยากจะทำอะไรก็ทำเสียงแข็งไม่เกี่ยว ไม่กังวลคดีฮั้ว สว.เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมถึงขั้นไหนแล้ว นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง เมื่อถามว่า ไม่ได้กังวลใจกับคดีนี้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถามอย่างนี้แปลว่าอะไร ไม่ได้ทำจะไปกังวลอะไร ถ้ามี ส่วนเกี่ยวข้องคงโดนไปนานแล้ว เพราะคดีนี้เพิ่มมา ตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นนายกฯไม่ต้องมีใครมาเกรงใจ และผมไปเป็น ฝ่ายค้าน 3-4 เดือน ไม่มีอำนาจวาสนา อะไรเลย จะไปต่อรองอะไรกับใครได้ สิ่งที่ยืนยันได้ คือไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง และไม่มีความคิดเข้าไปเกี่ยวข้องนายอนุทินยังกล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 3 แทนนายหรั่ง ธุระพล สส.อุดรธานี เขต 3 พรรค ภท.ที่เสียชีวิต เรามีความสัมพันธ์ที่ดี ในพรรคร่วมรัฐบาล วันนี้เป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นรัฐบาลของประเทศไทย แต่ไม่สามารถไปพูดแทนใครได้ว่าจะหลีกทางให้กันหรือไม่ ผู้เสียชีวิตคือ นายหรั่งเป็น สส.ของพรรค ภท.ต้องเตรียมผู้สมัคร ที่ดีที่สุด ที่ผ่านมาเคยมีคนแหกธรรมเนียม จะไป ตอบแทนได้อย่างไร อย่าไปสนใจ เราเอาคนที่ดีที่สุด ส่งให้ประชาชนตัดสิน ตรงนี้ไม่มีปัญหา ชนะก็เท่าทุน แพ้หายไปคนเดียว อย่าไปคิดอะไรมาก“ทรงศักดิ์” เล็งใช้ ก.ม.ฟ้อง ผอ.ไอลอว์ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รอง นายกฯ แกนนำพรรค ภท. กล่าวว่า คำว่าฮั้ว สว.น่าจะ เป็นเรื่องไม่ชอบด้วยกฎหมาย แน่นอนถ้ามีชื่อของเรา ในแง่ทำให้เราเสียหาย เป็นเรื่องต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการต่อไป เพื่อเรียกร้องสิทธิทาง กฎหมาย และสิทธิความชอบธรรมของตนเองเป็น หลักสำคัญในการที่จะพูดพาดพิงถึงบุคคลอื่นที่ยังไม่มีข้อเท็จจริง เดี๋ยวทีมกฎหมายพรรค ดำเนินการในภาพรวม เพราะมีหลายคนในพรรคที่ส่วนใหญ่ มีชื่อเป็นรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงต้องคุยกัน“สุขสมรวย” ลงบันทึก ปจว.ก่อนฟ้องด้านนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า วันที่ 24 ก.ค. จะไปลงบันทึกประจำวันที่ จ.อำนาจเจริญ ไม่ให้หมดอายุความและ รอผลจาก กกต.ส่วนกลางเป็นผู้ตัดสิน แล้วดำเนินคดี ฝ่ายกฎหมายส่วนตัวแนะนำว่าแจ้งความข้อหาหมิ่น ประมาทได้ แต่ยืนยันว่า ณ วันนี้ยังไม่ทำถึงขนาดนั้น ไปลงบันทึกประจำวัน เพื่อไม่ให้หมดอายุความ เนื้อหา ที่นำมาเปิดเผยพอเดาได้ เป็นเนื้อหาในสำนวนที่ดีเอสไอ มีข้อมูล ก่อนหน้านี้ กกต.จะมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหามาถึงเพียงครั้งเดียว ได้ชี้แจงเป็นหนังสือไปยังคณะอนุกรรมการของ กกต.แล้วหนึ่งครั้ง หลังจากนั้นไม่เคย ได้ถูกเรียกไปสอบปากคำใดๆ ทุกคนที่ถูกออกหมายเรียกไม่เคยได้ถูกเชิญไปให้ปากคำทั้งฝั่ง กกต.และดีเอสไอแม้แต่คนเดียว ในสำนวนหรือในข่าวที่อ้างถึง รีสอร์ต ยอมรับอยู่ใน จ.อำนาจเจริญ แต่ไม่รู้จักข้อกล่าว อ้างเรื่องรีสอร์ตอยู่ในสำนวนชุดคณะอนุฯที่ 26 ของ กกต.มีแต่คนเหล่านี้นำออกมาได้ ขณะที่พวกเรารอว่า หากเรียกไปอีกจะไปให้การ กกต.ใกล้จะมีคำวินิจฉัยเกมการเมืองเขาต้องการปลุกเรื่องนี้ขึ้นมา ยืนยันฟ้องแน่แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ไม่อยากให้ กกต.มีภาวะกดดัน หากไปฟ้องเวลานี้ อาจเป็นเหมือนการเมืองตีกัน ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับอีกฝ่าย“นภินทร” ขอคุยกับ “ศุภชัย” ก่อนด้านนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ 1 ใน 9 รายชื่อที่ถูกพาดพิง กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด เมื่อถามว่า จะมีการปรึกษากับนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่าย กฎหมายพรรค ภท.เพื่อเดินฟ้องเอาผิดนายยิ่งชีพ ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว. มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.หรือไม่ นาย นภินทรกล่าวว่า ขอคุยกับนายศุภชัยก่อน“พริษฐ์” ฉะนายกฯตอบให้ตรงคำถามช่วงบ่ายที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน.และประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย จะยื่นฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ว่า นายกฯหรือรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิง แทนที่จะดำเนินคดีกับผู้ตั้งคำถาม แค่ตอบให้ตรงคำถาม ถ้าไม่ได้เกี่ยวข้องจริง แค่ยืนยันว่าวันที่ถูกกล่าวหาไม่ได้อยู่ที่โรงแรมพูลแมน ไม่เคยร่วมประชุมกับ สว. และต้องเรียกร้องไปที่หน่วยงานตรวจสอบพิสูจน์ด้วยว่าข้อมูลที่แต่ละฝ่ายให้ขัดแย้งกัน ทำเต็มที่แล้วหรือไม่ประสานโรงแรมที่เกี่ยวข้อง ขอกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบ สังคมตั้งคำถามหรือความไว้วางใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ กกต. 7 คนจะชี้ขาดในเดือน ส.ค. มี 4 ใน 7 คนเป็น กกต.รับรองโดยสว.ส่วนใหญ่ ขอเรียกร้อง กกต.ว่าถ้าหลักฐานชัดแล้วไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ตัดสินใจเป่าคดี ปกป้องเครือข่ายนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง กกต.คิดหนักนะว่า พร้อมจะเสี่ยงติดคุก เพื่อปกป้องคนเหล่านี้หรือไม่จี้ กกต.ส่งศาลสอบโกง สว.ไม่ใช่ฮั้ว สว.เมื่อถามถึงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. บอกว่าฝ่ายค้านกล่าวหา สว.สีน้ำเงิน ขณะเดียวกัน สว.สีส้มเป็นของพรรค ปชน.เหมือนกัน นายพริษฐ์กล่าวว่า ถ้านายศุภชัยเชื่อว่ามีการกระทำผิด เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่จะเรียกร้องให้หน่วยงานตรวจสอบตรงไปตรงมากับทุกกลุ่ม เมื่อถามย้ำว่า ปชน.ทำงานร่วมกับไอลอว์ รวมถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่รณรงค์เลือก สว.สีส้ม ไม่ต่างจาก สว.สีน้ำเงินที่จัดตั้งเหมือนกัน นายพริษฐ์กล่าวว่า พฤติกรรมที่คิดว่าถูกกล่าวหา ณ เวลานี้ ตนใช้คำว่าโกง สว. ไม่ใช่ฮั้ว สว. พฤติกรรมเวลานี้ไม่ใช่แค่จัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร ที่อาจทำโพยหรือแลกคะแนนระหว่างกัน แต่กำลังพูดถึงกระบวนการจ้างคนมาสมัคร มาโหวต เสนอเงินทอง ตำแหน่งมาเกี่ยวข้อง จ่ายค่าที่พักรวมตัวก่อนวันเลือก ใครที่ทำพฤติกรรมเช่นนี้ควรส่งเรื่องไปที่ศาลทั้งหมด ถ้ายืมคำพูดท่านนายกฯคือปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ยืนยันเราเรียกร้องให้หน่วยงานตรวจสอบทุกฝ่ายตรงไปตรงมา ใครมีพฤติกรรมโกง สว.ต้องส่งเรื่องไปที่ศาล เมื่อถามย้ำว่านายศุภชัยระบุที่มาไม่ต่างกันเลยระหว่าง สว.สีส้ม กับ สว.สีน้ำเงิน นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่รู้ว่าพฤติกรรมที่กล่าวหาคืออะไร พฤติกรรมที่เป็นปัญหา ใครก็ตามไม่ว่าชื่ออะไร หรือมีความคิดทางการเมืองแบบใด กกต.ควรส่งเรื่องไปที่ศาล“โรม” แซะนายกฯ–ภท.ควรใจกว้างนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า นายกฯและพรรค ภท. ควรใจกว้าง การยื่นหนังสือต่อวิปฝ่ายค้านเป็นวิสัยที่ฝ่ายค้านตรวจสอบได้ตามพยานหลักฐาน แม้การแจ้งความดำเนินคดีจะทำได้ แต่ไม่รู้มีวัตถุประสงค์ใด หวังว่าคงไม่ใช่การปิดปาก คนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองควรใจกว้าง ให้ภาคประชาชน ฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างดีที่สุด จะดีกว่าการออกมาดิ้น ยิ่งดิ้น สังคมยิ่งสงสัย ในประเทศไทยไม่มีกฎหมายห้ามภาคประชาชนตรวจสอบนักการเมือง นายกฯคิดว่าอะไรสำคัญกว่าระหว่างการปิดปากประชาชนกับการใช้อำนาจจัดการปัญหาทุจริต ควรเก่งจัดการพวกทุจริต เหมือนที่เก่งกับประชาชนที่ตรวจสอบท่าน ต้องใจกว้าง มีอำนาจขนาดนี้แล้ว จงใจกว้างให้ประชาชนหล่อหลอม วัฒนธรรมไม่ทนการทุจริตกกต.ยันคดีเดินหน้าตามไทม์ไลน์ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนการทุจริตการเลือก สว.ในวันเลือกระดับประเทศว่า เป็นไปตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ คืบหน้าไปมากเกินครึ่ง เหลือพิจารณาสำนวนอีก 4 ครั้ง ส่วนที่พรรค ปชน.และกลุ่ม iLaw นำข้อมูลการเลือก สว.ระดับ จ.สุราษฎร์ธานี มาเปิดเผยว่ามีบุคคลทางการเมืองไปเกี่ยวข้อง ไม่ทราบว่าเขาเอาข้อมูลอะไรไปบ้าง แต่ กกต.พิจารณาพยานหลักฐานสำนวนทั้งหมด ขอให้วางใจไม่มีอะไรน่าหนักใจ ทุกอย่างอยู่ในสำนวน เราทำตามหน้าที่จะทำให้ดีที่สุดรับบางประเด็นไปไม่สุดแต่ตัดจบ ส.ค.ด้านนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. กล่าวว่า เราพิจารณาพยานหลักฐานจากในสำนวน เพราะได้รับการพิสูจน์และโต้แย้งกันจากฝั่งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ถ้ามีคนมาพูดเพิ่มเติมนอกเหนือจากพยานที่อยู่ในสำนวน แม้น่าสนใจแต่อีกฝ่ายไม่ได้แก้ข้อกล่าวหาด้วย ไม่สามารถนำมาพิจารณาได้ กกต.ทุกคนล้วนเป็นคนเก่ง รู้ว่าพยานหลักฐานที่ปรากฏมีเพียงใดที่พอรับฟังได้ ทุกคนมีดุลพินิจ อย่าไปกังวล เชื่อว่าทุกคนเห็นแก่บ้านเมือง คดีคืบหน้าไปพอสมควร พิจารณาไปตามข้อหา 7 ข้อหาไล่ไปเรื่อยๆ เหลือเพียงปลีกย่อยและส่วนสำคัญที่ยังไม่ได้พิจารณา โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวข้องกับการพาดพิงถึงนักการเมือง คาดว่าจะพิจารณาช่วงกลางเดือนหน้า ไม่แน่ใจว่านายยิ่งชีพเอาข้อมูลนี้มาจากไหน มีข้อกังวลถ้าหากข้อมูลนี้มีอยู่จริงในสำนวน แล้วเอามาพูดต่ออาจทำให้รูปคดีเสียหายในชั้นศาลได้ ประธาน กกต.วางไทม์ไลน์ไว้แล้วอยากให้จบภายในเดือน ส.ค. ไม่น่าจะขยายเวลาอีก แม้บางประเด็นจะมีข้อมูลไม่เพียงพอ กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่ามันไปไม่สุด หากไปสั่งให้สอบเพิ่มเกรงว่าจะล่าช้า มีคนมากล่าวหาว่า กกต.ดึงเกม สุดท้ายขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม กกต.มีความคิดเห็นอย่างไร“โสภณ” ยันคดีสอย ป.ป.ช.ไม่ล่าช้าที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาส่งคำร้องไปศาลฎีกาให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณียกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ตามที่ฝ่ายค้านและ สว.เข้าชื่อร้องเรียนมาว่า ในอดีตเรื่องลักษณะนี้ไม่ได้ใช้เวลา 1-2 เดือน ประธานรัฐสภาในอดีตเคยชี้แจงว่าได้แต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมาพิจารณาข้อกฎหมาย ได้ตั้งเรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้ไม่ล่าช้าแต่ต้องให้เวลาคณะกรรมการทำหน้าที่ เสียงวิจารณ์ว่าตั้งคณะกรรมการเอื้อประโยชน์ช่วยกัน ไม่ควรนำชีวิตไปแขวนไว้กับคำพูดผู้อื่น ในสังคมมีทั้งคนชอบ คนไม่ชอบ คนเป็นกลาง การทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติต้องยึดหลักเหตุผล หลักกฎหมาย ไม่ใช่ความชอบหรืออารมณ์แต่ละฝ่าย “ผมศิษย์ตถาคต ไม่มีอะไรกดดัน ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ทำหน้าที่ตามกฎหมาย แม้พรรค ภท.ให้มาเป็นประธาน แต่สิ่งที่ทำคือการเป็นประธานที่ดีให้สมความไว้วางใจ ไม่ใช่ทำตามใจพรรคใด ไม่รับใช้บุคคลหรือพรรคใด ประธานสภาฯของประเทศไทย ไม่ใช่ของฝ่ายใด ส่วนการเปิดสมัยประชุมวิสามัญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท รัฐบาลยังไม่ได้ส่งสัญญาณมา ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญแจ้งเรื่องมายังสภาฯก่อน จึงทำหนังสือแจ้งไป ครม. ส่วน ครม.ตัดสินใจอย่างไรเป็นอีกเรื่อง”“ไอติม” บี้เปิดชื่อ กก.กลั่นกรอง–กรอบเวลาช่วงเย็น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ประธานวิปฝ่ายค้าน ทำหนังสือถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ติดตามความคืบหน้าคำร้องพรรคฝ่ายค้านและ สว.ยื่นต่อประธานรัฐสภาเสนอให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระมาตรวจสอบคณะกรรมการ ป.ป.ช.กรณีคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ หลังประธานรัฐสภาให้สัมภาษณ์สัปดาห์ก่อนว่าเพิ่งเซ็นตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นพิจารณาคำร้อง ขอให้ 1.ประธานรัฐสภาเปิดเผยรายชื่อกรรมการและอำนาจหน้าที่ 2.ให้ความชัดเจนกรอบระยะเวลาที่คณะกรรมการจะดำเนินการและเสนอความเห็นต่อประธานรัฐสภา 3.เชิญตัวแทนผู้ยื่นคำร้องเข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการระหว่างพิจารณา 4.เปิดเผยบันทึกการประชุมและผลการพิจารณาของคณะกรรมการ หลังเริ่มปฏิบัติหน้าที่ หากประธานรัฐสภาพูดแล้วทำจริง ตามสโลแกนพรรคต้นสังกัด หวังว่าจะให้ความร่วมมือกับฝ่ายค้านใน 4 ประเด็นดังกล่าว“อนุทิน” จี้เอื้อ ปชช.อุทธรณ์บัตรคนจนอีกเรื่อง เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สวนนงนุช พัทยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีประชาชนที่เดินทางไปยืนยันตัวตนและสแกนใบหน้า รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นลมหมดสติจนเสียชีวิตที่ จ.น่าน รวมถึงกรณี จ.เพชรบูรณ์ เสียชีวิตถึง 2 ราย จากอุบัติเหตุ หลังเดินทางมาดำเนินการเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า กระทรวงมหาดไทยจะให้การบริการเต็มที่ ในที่ประชุม ครม.ตนพูดเองว่าไม่ใช่ให้ประชาชนเดินทางมาอุทธรณ์ แต่เราต้องลงไปในพื้นที่ ต้องเดินไปหาประชาชนและไปตรวจสอบว่าใครยังมีสิ่งที่ตกหล่นหรือไม่ และต้องมานั่งแก้ไข เราต้องเป็นฝ่ายที่ทำงานเชิงรุก“วีระยุทธ” ซัดวุ่นวายล้มเหลวทั้ง ครม.ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคปชน. แถลงถึงข้อกังวลการปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า ความวุ่นวายจากคนจนถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ได้เกิดจากกระทรวงการคลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เพียงเท่านั้น แต่เป็นปัญหาของ ครม.ทั้งชุด เพราะตัดสินใจร่วมกันเป็นมติ ครม.เมื่อวันที่ 14 ก.ค. เหตุใด รมว.คมนาคมไม่สนใจอายุรถยนต์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ ไม่ได้ดูจำนวนคนพิการคนเปราะบางให้แม่นยำ ปรับเกณฑ์ใหม่ครั้งที่ 2 แล้ว เดือน มิ.ย. มีปัญหาเกณฑ์ภาษีที่ลูกเอาชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี ทำให้พ่อแม่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครั้งใหม่ก็ยังมั่วกว่าเดิมอีก เป็นปัญหาการทำงานทั้งรัฐบาลจริงๆเกษตรกรที่ดิน 10 ไร่หนี้ล้นถูกตัดสิทธินายวีระยุทธกล่าวต่อว่า ขอส่งเสียงแทนกลุ่มเกษตรกรที่มีปัญหาจริงๆ เนื่องจากเกณฑ์การถือครองที่ดินเกิน 10 ไร่จะถูกตัดสิทธิ แต่ตรวจสอบข้อมูลกับกระทรวงเกษตรฯ ค่าเฉลี่ยเกษตรกรไทยถือครองที่ดินคือ 17 ไร่ 60% ถือที่ดินเกิน 10 ไร่ แต่จะนับว่าเขาพ้นความยากจนได้ยาก เพราะปี 67 เกษตรกรปลูกข้าวหอมมะลิ มีผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ หักต้นทุนแล้วเหลือแค่ 1,300 บาทต่อไร่ คนถือครองที่ดิน 10 ไร่ปลูกข้าวหอมมะลิ มีรายได้สุทธิปีละ 13,000 บาทแต่กลับตกเกณฑ์พิจารณาถือครองที่ดิน ไม่ดูราคาผลผลิตที่ไม่มีกำไร ใช้เกณฑ์หนี้สินเกิน 100,000 บาทมาตัดสิทธิ ข้อมูลกระทรวงเกษตรฯ เกษตรกรไทย ต่อให้หักหนี้สินเพื่อการเกษตรแล้วยังเป็นหนี้อยู่ถึง 120,000 บาทต่อคน เกินหลักเกณฑ์ 100,000 บาทแทบทั้งหมด รัฐบาลอย่าใช้เกณฑ์เดียวแล้วไปตัดสิทธิ ควรใช้หลายเกณฑ์ที่บูรณาการข้อมูลร่วมกันหลายหน่วยงานมาถัวเฉลี่ย บางคนมีที่ดินแต่หนี้เยอะ บางคนหนี้เยอะ รายได้ไม่มี แม้จะขยายระยะเวลาอุทธรณ์ พยายามทำศูนย์ One Stop Service แต่ผลักภาระให้ประชาชน รัฐบาลต้องมีภาระหน้าที่พิสูจน์ความจนของประชาชน ไม่ใช่ให้ประชาชนที่ลำบากอยู่แล้วต้องมานั่งอธิบายพิสูจน์ความจน ให้ใช้เกณฑ์ถัวเฉลี่ย อย่าเอาแค่ข้อใดข้อหนึ่งมาตัดออก เรามีข้อมูลหนี้สิน มีข้อมูลที่ดินอยากให้เอามาร่วมประเมินผลห่วงเดดไลน์ยื่นอุทธรณ์ยังกำกวมเมื่อเวลา 13.20 น. ที่รัฐสภา น.ส.รัชนก สุขประเสริฐ สส.สมุทรปราการ พรรค ปชน. ประธานกมธ.สวัสดิการสังคม สภาฯ กล่าวว่า รัฐบาลขยายเวลาให้ประชาชนอุทธรณ์การหลุดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ถึงวันที่ 20 ก.ย. แต่ในการประชุม กมธ.สวัสดิการสังคม ได้รับทราบจากกระทรวงการคลังว่ากำหนดยื่นอุทธรณ์ยังสิ้นสุดตามเดิมคือวันที่ 31 ก.ค.ข้อมูลไม่ตรงกัน กมธ.ได้รับชี้แจงว่าการขยายสิทธิอุทธรณ์ถึงวันที่ 20 ก.ย. ต้องรอมติ ครม.ประกาศก่อน เป็นเพียงการพูดคุยในมิติคณะกรรมการยังไม่ได้เอาเข้า ครม. สัปดาห์หน้ามีวันหยุดยาวหลายวัน วันอังคารที่ประชุม ครม.เป็นวันหยุด เหลือประชุม ครม.แค่วันจันทร์ที่ 27 ก.ค.ไม่รู้จะขยับเวลาอุทธรณ์ตามที่โฆษณาได้ทันหรือไม่ เป็นห่วงจะซ้ำเติมความจนประชาชน ขอเสนอให้ชะลอการอุทธรณ์ไปก่อน ให้คงสถานะเดิมผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หากไม่มีเงินยอมรับตรงๆถังแตก เชื่อว่าจะมีคนจำนวนมาก ยื่นทบทวนสิทธิไม่ทันเพราะสับสนเรื่องวันนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กล่าวว่า ขอเรียกร้องผู้มีอำนาจฝ่ายบริหารหยุดซ้ำเติมกลุ่มเปราะบางที่สุด ให้ สส.พรรค ภท.ไปบอกหัวหน้าพรรคหากดันทุรังต่อ พังแน่นอน“อนุทิน” ลั่นปราบคนทำผิด ก.ม.สุดซอยเมื่อเวลา 09.00 น.ที่ศูนย์การประชุมนานาชาตินงนุชพัทยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดงาน “Navigating the Green Transition: Thailand's Vision for Sustainable Development and Global Climate Action” ในการประชุมเสวนาคณะทำงานด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาคและภาคีที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1 จัดโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จากนั้นเวลา 10.00 น. ที่ห้องสัมมนาลอยฟ้า ฮอลล์ 1 สวนนงนุชพัทยา นายอนุทินเป็นประธานการประชุมมอบนโยบาย “การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่ จ.ชลบุรี” มีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผวจ.ชลบุรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่เข้าร่วมงาน นายอนุทินมอบนโยบายตอนหนึ่งว่าปัจจุบันภัยคุกคามด้านความมั่นคงซับซ้อน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตประชาชน รัฐบาลให้ความสำคัญการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามทุกรูปแบบ ขอให้สุดซอยกับพวกทำผิดกฎหมาย ถ้าเราปล่อยให้คนที่ทำผิดกฎหมายลอยนวลมาทำสิ่งชั่วร้ายบนหัวพวกเรา เราไม่ยอมเด็ดขาด ต้องถือว่าเขาเอาเท้าลูบหัว ไม่มีใครยอมได้เป็นอันขาด พวกผิดกฎหมายต้องเกรงกลัวไม่ทำสิ่งเหล่านั้นจ่อถก “มิน อ่อง หล่าย” แก้น้ำกกจากนั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า สัปดาห์หน้าวันที่ 3-4 ส.ค. พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา จะมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมจะพูดคุยถึงปัญหาสารพิษแม่น้ำกกอย่างจริงจังด้วย ประเทศไทยต้องแสดงท่าที ขอความร่วมมือแก้ไขปัญหาเต็มที่จากรัฐบาลเมียนมา รวมถึงปัญหาการเผาพืชเกษตร การปราบปรามต้นตอผลิตยาเสพติด เราเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รมว.ต่างประเทศเมียนมามาพบ ได้แจ้งความกังวลของรัฐบาลไทยก่อนประธานาธิบดีจะเยือนไทย เราไม่ได้เยือนเพียงแค่กินข้าว หรือตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ จะพูดคุยถึงเรื่องที่เป็นประโยชน์ของ 2 ประเทศ ปัญหาระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เราต้องพูดคุยกันเองให้เรียบร้อยก่อน“อภิสิทธิ์” คัมแบ็ก สส.รวย 130 ล้านที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชป. กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 15 มี.ค.69 นายอภิสิทธิ์แจ้งมีบัญชีทรัพย์สินรวม 130,916,823 บาท ไม่มีหนี้สิน แบ่งเป็นทรัพย์สินนายอภิสิทธิ์ 76,638,695 บาท อาทิ เงินฝาก 7 บัญชี 14,810,525 บาท ที่ดิน 2 แปลงย่านคลองตัน กทม. 40.92 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2 หลัง ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และบ้านพักเขตวัฒนา กทม. รวม18,633,170 บาท ขณะที่นางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 54,278,127 บาท อาทิ เงินฝาก 13 บัญชี 13,374,062 บาท เงินลงทุน 4,868,565 บาท ที่ดิน 3 แปลง เขตยานนาวา กทม. 27,475,000 บาทนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. มีทรัพย์สินรวม 233,808,707 บาท มีหนี้สิน 8,062,974 บาท เป็นทรัพย์สินนางการดี 136,074,890 บาท อาทิ เงินฝาก 6,509,515 บาทเงินลงทุน 26,107,127 บาท เงินให้กู้ยืม 4,314,506 บาท ที่ดิน 4 แปลงที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาและ อ.ครบุรี จ.พังงา รวมมูลค่า 67,724,583 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เป็นห้องชุด 1 หลัง เขตสาทร กทม.16 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่น 12,925,245 บาท ขณะที่นายชวภาส องค์มหัทมงคล คู่สมรสมีทรัพย์สิน 97,139,154 บาท อาทิ เงินลงทุน 35,524,880 บาท ที่ดิน37.5 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 16 ล้านบาทอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่