ตามแนวทางปฏิบัติปี 2025/6 ของ AHA/ACC (Hypertension. Ann Intern Med 2026 9/6/2026) ได้กำหนดเป้าหมายความดันโลหิตไว้ที่น้อยกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท สำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ โดยระดับความดันที่ต้องเริ่มจับตา (elevated) คือตัวบน 120–129 ในขณะที่ตัวล่างอยู่ที่ 80 หรือน้อยกว่า ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ชีวิต เพื่อควบคุมความดัน จำกัดเกลือ โซเดียม น้อยกว่า 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน หรือใช้เกลือทดแทน ซึ่งประกอบไปด้วย โปแตสเซียมคลอไรด์ 25-35% และโซเดียมคลอไรด์ 65 ถึง 75% ควบคุมน้ำหนัก โดยให้ดัชนีมวลกายอยู่ที่ 18.5 ถึง 24.9 ทั้งนี้ การควบคุมน้ำหนักให้เป็นไป ตามเป้าประสงค์ทุก 10 กิโลกรัม ที่ลดน้ำหนักได้ จะทำให้ความดันตัวบน ลดลง 5 ถึง 20 อาหาร หนัก ผักผลไม้ กากใย ลดปริมาณไขมันที่กิน เลือกชนิดของอาหารที่มีโปแตสเซียมมาก โดยให้ได้ถึง 3,500 ถึง 5,000 มิลลิกรัมต่อวัน ทั้งนี้ ระวังในผู้ป่วยโรคไต ที่มี ปัญหาเรื่องโปแตสเซียม สูงเกิน ไม่ส่งเสริมการดื่มแอลกอฮอล์ คนที่ดื่มอยู่แล้ว ให้จำกัดอยู่ที่ ผู้ชายในหนึ่งวันคือ เบียร์ 2 กระป๋อง ขนาด 12 ออนซ์ หรือไวน์ 2 แก้วขนาด 4 ออนซ์ และผู้หญิงเท่ากับ ครึ่งหนึ่งของผู้ชาย ออกกำลังแบบแอโรบิกอาทิตย์ละ 90 ถึง 150 นาที (ในกรณีที่มีข้อจำกัดใช้การเดินตั้งแต่ 4,000 ถึง 10,000 ก้าวต่อวัน ตามอายุและสภาพ ร่างกาย) การทำสมาธิ โดยการสวดมนต์วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที ควบคุมลมหายใจ โดยหายใจ น้อยกว่า 10 ครั้งต่อนาที ให้ได้วันละ 15 นาที เป้าหมายที่เข้มงวดขึ้น : มีการส่งเสริมให้ลดความดันโลหิตตัวบนให้ลงมาอยู่ น้อยกว่า 120 หากผู้ป่วยสามารถทนได้ เพื่อประโยชน์เพิ่มเติมในการลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงช่วยป้องกันภาวะบกพร่องทางสติปัญญาและโรคสมองเสื่อม สำหรับผู้ที่มี ประวัติเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือมีภาวะ เสี่ยงสูง เช่น โรคเบาหวานและโรคไตเรื้อรัง แนะนำเป้าหมายที่ น้อยกว่า 130/80 และหากเป็น ไปได้ควรตั้งเป้าหมาย น้อยกว่า 120 ตามความเหมาะสม หญิงตั้งครรภ์ มีการกำหนดเป้าหมายความดันโลหิตไว้สูงกว่ากลุ่มอื่น คือ น้อยกว่า 140/90 เพื่อป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงรุนแรง และครรภ์เป็นพิษ ในขณะที่ยังคงรักษาการไหลเวียน เลือดของรกและทารกให้เหมาะสม ผู้สูงอายุ สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป มีภาวะความดันโลหิตตัวบนสูงแต่ความดันโลหิต ตัวล่างต่ำ ซึ่งมักพบในภาวะหลอดเลือดแข็งตัว แนวทางปฏิบัติยังคงเน้นการลดตัวบน ตามเป้าหมาย แต่ควรเฝ้าระวังอาการผิดปกติ เช่น อาการเจ็บหน้าอก หรือวูบ หากความดันโลหิต ตัวล่างลดต่ำลงกว่า 65 ถึง 70การลดความดันโลหิตตัวบนให้ต่ำกว่า 120 อย่างเข้มงวด เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง เช่น การศึกษา ESPRIT ระบุว่ากลุ่มที่ควบคุมความดันอย่างเข้มงวด <120 มีอัตราการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงสูงกว่ากลุ่มที่ควบคุมแบบมาตรฐาน <140 ภาวะเนื้อเยื่อขาดเลือด สำหรับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ร่างกายอาจสูญเสียความสามารถในการปรับตัวอัตโนมัติ ดังนั้น การ ลดความดันโลหิตลงอย่างรวดเร็วเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดเลือดในอวัยวะสำคัญได้ อาการเวียนศีรษะขณะเปลี่ยนท่า อาจเป็นสัญญาณของความดันโลหิตต่ำจากการใช้ยารักษา.หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม