เปิด “ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์ โดรนเฉลิมพระเกียรติ” สร้างสถิติบินยาวครั้งใหม่ ส่งยาและเวชภัณฑ์ไปสู่พื้นที่ห่างไกล ภายใต้ “ปัวโมเดล” จังหวัดน่าน ระยะทางไป–กลับ 46 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ห่างไกล เส้นทางตัดขาด ภูเขาสูงชัน หน้าผา และป่าทึบ ใช้เวลา 35 นาที เร็วกว่าการขนส่งทางบกที่ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ประหยัดเวลาไป 70% นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดตัวโครงการ “ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์ (Drone)” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.2569 ด้วยความร่วมมือจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (AEROTHAI) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชายแดน พื้นที่ห่างไกล และพื้นที่เฉพาะ ซึ่งมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์“โดรนจะช่วยปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ภูเขาสูง และพื้นที่ป่าเขา ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทางและมักได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำป่าไหลหลาก หรือดินโคลนถล่ม ส่งผลให้การส่งต่อผู้ป่วย การลำเลียงยาและเวชภัณฑ์ทำได้ยาก ซึ่งที่ผ่านมาได้ทดสอบการบินในพื้นที่ชายฝั่งทะเลไปแล้ว พบว่าช่วยลดระยะเวลาและข้อจำกัดในการขนส่งได้อย่างมาก” นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสาย งานวิจัยและนวัตกรรม บมจ.ทรู คอร์ ปอเรชั่น กล่าวว่า โครงการนี้เป็นความสำเร็จครั้งแรกของไทย ในการบินโดรนทางการแพทย์ในระยะทางไกลกว่าในอดีต โดย ใช้ “True SkyBridge” แพลตฟอร์มโลจิสติกส์ ทางอากาศอัตโนมัติ (Autonomous Air Logistics Platform) คิกออฟปฏิบัติการจริงครั้งแรกที่จังหวัดน่าน ภายใต้ “ปัวโมเดล” ที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขา เส้นทางลัดเลาะตามไหล่เขาและหน้าผา ชุมชนกระจายตัว และบางช่วงของปีมีความเสี่ยงจากฝนตกหนัก ดินสไลด์ หรือน้ำป่าที่อาจทำให้เส้นทางภาคพื้นดินถูกตัดขาด ทำให้ “ระยะทางและเวลา” ไม่เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงผู้ป่วย เข้าถึงผู้ป่วยในทุกพื้นที่ได้ทันท่วงที โดยเฉพาะในภาวะวิกฤติ “การบินสาธิต 2 เส้นทาง ภายใต้ “ปัวโมเดล” ในครั้งนี้ ประกอบด้วย การใช้โดรนบิน ส่งยาสำหรับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จากสนามกีฬาพญาผานอง ไปยังลานชุมชนบ้านร้องแง และบินกลับเพื่อนำส่งตัวอย่างทางการแพทย์ ระยะทางไป-กลับ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3.5 นาที เร็วกว่าการขนส่งทางบกที่ใช้เวลา 7 นาที ประหยัดเวลาได้ 50% และการขนส่งยาไปยังพื้นที่ ห่างไกลที่เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ผ่านภูเขาสูงชัน หน้าผา และป่าทึบ จากสนามกีฬาพญาผานอง ไปยังสนามบาสเกตบอล โรงเรียนบ้านน้ำปัว และบินกลับเพื่อนำส่งตัวอย่างทางการแพทย์ ระยะทาง ไป-กลับ 46 กิโลเมตร ใช้เวลา 35 นาที เร็วกว่า การขนส่งทางบกที่ต้องใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง ช่วยประหยัดเวลา 70%”โดยหลังจากนี้ จะขยายผลต่อในพื้นที่ห่างไกล อื่นๆอีก 10 แห่ง เช่น โรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และผลักดันให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการทั้งในภาวะ ปกติและในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติต่อไป.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม