ในโลกการลงทุน ชื่อของ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” มักถูกกล่าวถึงในฐานะนักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค แต่คนที่บัฟเฟตต์ยอมรับว่ามีอิทธิพลในการเปลี่ยนวิธีคิดของเขาไปตลอดกาล กลับเป็นชายอีกคนหนึ่งที่ไม่ค่อยอยู่ใต้แสงสปอตไลต์อย่าง “ชาร์ลี มังเกอร์” สิ่งที่เขาทิ้งไว้ทรงคุณค่ากว่ากลยุทธ์การลงทุนใดๆ เพราะเขาฝาก “วิธีคิด” ให้โลกได้ทบทวน“The Tao of Charlie Munger” วิถีเต๋า...วิถีมังเกอร์ ไม่ใช่หนังสือการลงทุนในความหมายทั่วไป แต่เป็นการรวบรวมภูมิปัญญาของชายผู้เชื่อว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการรู้มากกว่าคนอื่น แต่เกิดจากการคิดให้ถูกต้องกว่าคนอื่น“วิถีแห่งเต๋าของจีน” เน้นการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ หลักการคือ “ความสมดุลของพลังคู่ตรงข้าม หยิน–หยาง” ทุกสิ่งในโลกล้วนมีสองด้านที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน การมีชีวิตที่ดีคือการปรับสมดุลของพลังทั้งสองนี้ อีกหลักสำคัญคือ “กระทำโดยการไม่กระทำ” หมายถึงการไม่ฝืนธรรมชาติ ไม่ดิ้นรน หรือยึดติดกับกฎเกณฑ์ทางสังคม ลาภยศ สรรเสริญ หรืออารยธรรมที่มนุษย์สร้างขึ้น ปล่อยให้ชีวิตไหลไปตามธรรมชาติ เปรียบเสมือนน้ำที่ปรับตัวเข้ากับทุกสภาพแวดล้อมและไหลไปสู่จุดที่ต่ำกว่าเสมอสิ่งที่ “มังเกอร์” พยายามทำมาตลอดหลายทศวรรษ ไม่ใช่การพยายามเอาชนะตลาดหุ้น แต่คือการเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ เขาไม่ได้แสวงหาความฉลาดเหนือคนอื่น แต่พยายามหลีกเลี่ยงความโง่ของตัวเอง จนตกผลึกเป็นวิธีการมองสิ่งต่างๆในโลกนี้ผ่านมุมมองแบบเต๋า ทั้งเรื่องการลงทุนและการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเลือกหุ้น, เลือกอาชีพ, เลือกคู่ชีวิต หรือเส้นทางอนาคต ไม่มีใครลึกซึ้งเท่า “ชาร์ลี มังเกอร์” ปราชญ์ในมาดนักลงทุนที่ฝากข้อคิดไว้ว่า “ฉันต้องการรู้ว่าฉันจะตายที่ไหน เพื่อจะได้ไม่ไปอยู่ตรงนั้น” มันคือปรัชญาทรงพลังที่สามารถนำมาใช้กับทุกย่างก้าวของชีวิตหากหนังสือการลงทุนส่วนใหญ่สอนให้หาหุ้นดีราคาถูก หรือเคล็ดลับรวยเร็ว หนังสือเล่มนี้กลับสอนสิ่งที่ลึกกว่ามากคือ “การสร้างตัวเองให้เป็นคนตัดสินใจได้ดีในทุกมิติ” มุมมองของ “ชาร์ลี มังเกอร์” ความมั่งคั่งเป็นเพียงผลลัพธ์ปลายทางของวิธีคิดที่ถูกต้อง แต่ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของชีวิต “มังเกอร์” เชื่อว่าโลกซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายด้วยศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง แต่คนที่ตัดสินใจเก่งจริงต้องดึงองค์ความรู้จากหลายศาสตร์มาประกอบกันได้ ฉะนั้นอย่าสร้างคลังข้อมูลในหัวแล้วตีกรอบตัวเอง แต่จงสร้างโครงสร้างความคิด เพราะข้อมูลหมดอายุได้ แต่วิธีคิดที่ถูกต้องสามารถใช้ได้ตลอดชีวิต สำหรับเขาแล้ว “ความสำเร็จ” ไม่ได้มาจากการฉลาดขึ้น แต่มาจากการโง่น้อยลง คนทั่วไปชอบถามว่า ทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จ? แต่ “มังเกอร์” ถามกลับว่า อะไรจะทำให้ฉันล้มเหลว? แล้วหลีกเลี่ยงมัน เขาเรียกแนวคิดนี้ว่า “Inversion” แทนที่จะถามว่าทำอย่างไรให้รวย ก็เปลี่ยนมาถามว่า อะไรทำให้คนจนลง, อะไรทำลายพอร์ตลงทุน, อะไรทำลายความสัมพันธ์ และอะไรทำลายสุขภาพ แล้วอย่าทำสิ่งเหล่านั้น เขาเชื่อว่าความเสียหายส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากข้อมูลผิด แต่เกิดจากอคติทางความคิด เช่น ทำตามคนหมู่มาก, อยากเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อ, เชื่อตามคนที่เราชอบ หรือกลัวขาดทุนมากกว่าดีใจเมื่อได้กำไร นักลงทุนจำนวนมากรู้ว่าหุ้นแพงแต่ซื้อเพราะคนอื่นซื้อ รู้ว่าธุรกิจไม่ดีแต่ไม่ขาย เพราะไม่อยากยอมรับว่าตัวเองคิดผิด แท้จริงแล้วการลงทุนไม่ใช่การต่อสู้กับตลาด แต่เป็นการต่อสู้กับตัวเอง“เงินก้อนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่การซื้อหรือขาย แต่อยู่ที่การอดทนรอ” ในโลกที่ทุกอย่างเร่งรีบ เขากลับมองว่า ข้อได้เปรียบแท้จริงคือความสามารถในการไม่ทำอะไรเลย เมื่อไม่เจอโอกาสที่ดีพอ เขากำลังบอกว่า อย่ารีบ, อย่าตามฝูงชน, อย่าหลงว่าตัวเองฉลาด, คิดจากความผิดพลาดก่อนความสำเร็จ, หมั่นเรียนรู้ข้ามศาสตร์ เหนืออื่นใดจงพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ตัดสินใจได้ดี ที่เหลือก็ปล่อยจอยไปตามธรรมชาติ.มิสแซฟไฟร์คลิกอ่านคอลัมน์ “คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์” เพิ่มเติม