แนวรบยึดช่องแคบฮอร์มุซยกระดับตะลุมบอนหนักกว่าเดิม เพิ่มเติมคือ “คาวบอยซ่า” โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ร่อนหนังสือขอไฟเขียวจากรัฐสภาพอเป็นพิธีตามกฎหมาย ยึดหลักประกันตามรัฐธรรมนูญในการเปิดสงคราม เปิดศึกยก 2 ดาหน้าถล่มอิหร่านเต็มถังเต็มรูปแบบกดปุ่ม centcom ลุยยุทธการตอบโต้ “แขกพาล” ที่ลอบโจมตีเรือขนส่งน้ำมันนานาชาติและล็อกเป้าถล่มชาติพันธมิตรสหรัฐฯในอ่าวเปอร์เซีย ทั้งยูเออี กาตาร์ คูเวต ซาอุดีอาระเบีย ยับเยินไปตามๆกันตาต่อตา ฟันต่อฟัน ย้อนศรด้วยเกมปิดล้อมการขนส่งทางทะเลของอิหร่านสถานการณ์เพี้ยนมาถึงจุดที่ “คาวบอยซ่า” ฉวยโอกาส “ตั้งด่านลอย” เรียกเก็บค่าต๋งผ่านช่องแคบฮอร์มุซซะเองเลย นัยว่าเป็นค่า“คุ้มครอง” บำรุงกองทัพสหรัฐฯที่ต้องใช้สรรพกำลังจัดการกับกองกำลัง irgc ที่เป็นอันธพาลเจ้าถิ่นหนีเสือปะจระเข้ หนีแขกพาลปะคาวบอยซ่า ชะตาพลเมืองโลกหนีไม่พ้นวิบากกรรมระเบิดตกทางโน้น สะดุ้งถึงคนทางนี้ คนไทยเตรียมเจียดเงินในกระเป๋ารอไว้ได้ ตามแนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งทะลุ 84–85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกแป๊บ ราคาดีเซล เบนซิน ก็คงเปลี่ยนป้ายหน้าปั๊มกันแบบรายวันแต่อย่างไรก็ตาม มันเหมือนจะชินชาซะแล้ว แนวโน้มประชาชนไม่ได้ตื่นตระหนกกับสงครามเขย่าราคาพลังงานเหมือนรอบแรก ไม่มีอาการตาหูเหลือก ผวาโดนลักหลับ ถือแกลลอนไปนอนหน้าปั๊ม แย่งคิวกันเติมน้ำมันเข้าทาง “ไอ้โม่ง” ฉวยปล้นซ้ำ กักตุนเก็งกำไรสะดือปลิ้นเพราะไม่ว่าสงครามจะตึงเครียดระดับไหน เมืองไทยก็ยังมีน้ำมันให้ใช้ได้ในระยะไม่ต่ำกว่า 100 วัน ตามมาตรฐานการสำรองน้ำมันของประเทศไทยที่มั่นคงเป็นเบอร์ต้นๆของโลก ไม่ใช่แค่เอเชีย หรืออาเซียนไม่ต้องย้อนยุคน้ำมันขาดแคลนคุยกับแฟนต้องดับไฟที่แน่ๆโดยหลักประกันน้ำมันสำรองมาจุดนี้ได้ ก็ต้องยกความดีความชอบให้บริษัทยักษ์ค้าน้ำมันของไทย โดยเฉพาะกลุ่ม ปตท.ที่เป็นมือไม้สำคัญของรัฐบาลสามารถใช้ศักยภาพบริษัทระดับโลกสยายปีกเครือข่ายไปทั่วทุกทวีปด้วยกลไกเชิงธุรกิจประกอบกับวิชันมือบริหารอาชีพของผู้บริหารกลุ่ม ปตท.ที่ไม่ได้รอรับวิกฤติแล้วค่อยหูตาตื่น ตามข่าวที่ออกมาเป็นระยะ รายงานการเสาะหาแหล่งน้ำมันนอกเหนือจากตะวันออกกลาง ดีลไว้ทางอเมริกา แอฟริกา ฯลฯ มีช่องทางขนส่งเรือน้ำมันมาตุนไว้ในคลัง ไม่ให้ขาดสต๊อกโรงกลั่นเติมสภาพคล่อง 2.3 แสนล้านบาท พร้อมแบกรับ “ความเสี่ยง” ต้นทุนเพิ่มในทุกสถานการณ์ในวันที่ผู้ค้าน้ำมันขาดทุน คนไทยได้ใช้น้ำมันไม่ขาดปั๊มนั่นจึงเป็นอะไรที่มองด้วยใจเป็นกลาง สายตาเป็นธรรม ก็ทำให้เข้าใจได้ในภาวะที่ราคาน้ำมันโลกลดลง แต่ราคาขายปลีกหน้าปั๊มในประเทศไทยยังทรงๆเพราะต้องบวกลบคูณหารต้นทุนของผู้ค้าน้ำมันในวันที่ขาดทุนด้วยยุคโลกการค้าเสรี ของถูกและดีมีแค่ฟูดแลนด์ ของฟรีไม่มีในโลก เว้นแต่ฟรีปลอมๆในเมืองไทยที่นักการเมืองอาศัยเหลี่ยมตีกิน เอาเงินภาษีอัดประชานิยมเอาใจผู้บริโภคน้ำมันทำให้กลไกตลาดเพี้ยน ธุรกิจพลังงานเสี่ยงพังพาบแต่ก็นับว่าเก๋าพอตัว จับทางผู้นำอย่าง “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะ “เจ้าสัวซิโนไทย” ที่มีพื้นฐานทางการบริหารกงสี เหลี่ยมเชิงทางธุรกิจพอตัว เข้าใจสถานการณ์ภาคเอกชนจึงนิ่งพอที่จะรับแรงกระแทกหนักๆที่พุ่งเข้าใส่บริษัทผู้ค้าน้ำมัน กระทบชิ่งนายกฯฟอร์มหนักแน่น ผู้นำรัฐบาลไม่บ้าจี้ รับมุกขบวนการไล่ทุบไล่ต้อนโรงกลั่น ขู่กรรโชกผู้ค้าน้ำมัน ปลุกม็อบกดดันให้กระทรวงพลังงานลุยปรับโครงสร้างราคาขายหน้าปั๊มปั้นตัวเลขดีเซล เบนซิน ลิตรละไม่ถึง 30 บาท ขายฝันคนไทยชอบของถูกสไตล์มืออาชีพปลุกม็อบ พูดเอามันไว้ก่อน ไม่ต้องรับผิดชอบในเชิงกฎหมาย ในทางปฏิบัติจริงโคตรยาก ศาสตร์การบริหารราคาพลังงานไม่ง่ายเหมือนระดมม็อบปิดล้อม ปตท.มุกขาประจำฟอร์มผู้นำที่อ่านเกมทะลุ “อนุทิน” จึงไม่ได้โดดร่วมวง “การเมืองมั่วน้ำมัน”ปล่อยให้ “ขิง สุดซอย” นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ลุยถั่วลูกมั่วกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไล่ทุบผู้ค้าน้ำมัน ล็อกเป็นจำเลยร่วมในคดีกักตุนดีเซล เล่นเกมกลบเกลื่อนไอ้โม่งแบบตื้นๆให้สังคมดักทางได้ที่สุดก็เป็น “ขิงสุดซอย” ที่เสียฟอร์ม เจอซอยตัน หลบเข้ามุมหายไปซะดื้อๆ.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม