ทฤษฎีพิมพ์ทรงเจดีย์สมเด็จวัดระฆังของ ผู้รู้รุ่นครู...ยังเหลื่อมๆกันบ้าง “ตรียัมปวาย” เริ่มต้นไว้ก่อน ในปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มพระสมเด็จ...มีสี่พิมพ์ พิมพ์เขื่อง พิมพ์ชะลูด พิมพ์สันทัด พิมพ์ย่อมปี พ.ศ.2522 ประจำ อู่อรุณ ออกหนังสือ พระยอดนิยม...มีภาพทรงเจดีย์ที่ผ่านงานประกวดวงการ...เรียงลำดับ องค์เจ๊แจ๋ว ที่ชนะงานประกวดที่ลพบุรี เป็นองค์แรก องค์คุณไพศาล กสิวัฒน์ ที่หนึ่งงานประกวดธนาคารศรีนคร (2519) เป็นที่ 2...อีกองค์? “พี่จำ” เรียงไว้ในพิมพ์เกศ บัวตูม...ต่อมา องค์นี้ “นิรนาม” นิมนต์ท่านย้าย พิมพ์มาเป็นทรงเจดีย์พิมพ์ที่ 3 ใน “พรีเชียส” ฉบับแรกๆของอาจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ และยังมีทรงเจดีย์พิมพ์ที่ 4 พิมพ์ที่ 5ใน “พรีเชียส” เล่มนี้เอง “นิรนาม” ลำดับสมเด็จวัดระฆังทรงเจดีย์ พิมพ์ที่ 1 ซึ่งอาจารย์รังสรรค์ท่านเรียกตามลักษณะเด่นขององค์พระว่า “พิมพ์อกกระบอก” พิมพ์นี้มีน้อยมาก อาจารย์ติดตามหารูปพระมาตีพิมพ์ได้สององค์ ผมจำได้ว่า แทรกอยู่ในพรีเชียส เล่มที่ 3 เล่มที่เริ่มเขียนถึงพิมพ์ฐานแซม“อกกระบอก” หนึ่งในสององค์ติดพิมพ์ลึกชัด ติดหูสองข้าง และที่เป็นจุดสังเกตสำคัญ คือ เส้นขอบจีวรเล็กเรียวคมวกขึ้นชนรักแร้ ผมถือเป็นจุดสะดุดให้เรียนรู้ว่า หลวงวิจารณ์เจียระไน ช่างทองหลวง ผู้แกะแม่พิมพ์สมเด็จวัดระฆังนั้นท่านแกะแม่พิมพ์สมเด็จมีหูตาคิ้วคาง เส้นสังฆาฏิ เส้นขอบจีวร เส้นนิสีทนะ เส้นแซมใต้เข่า เส้นแซมระหว่างฐานชั้นที่ 1 และฐานชั้นที่ 2 ที่เรียก “บัวลูกแก้ว” ย่อส่วนจากฐานพระประธานวัดสำคัญไว้ทุกองค์เพียงแต่ธรรมชาติของเนื้อปูนปั้นผสมน้ำมันตังอิ้ว...เมื่อพระแห้งจะยุบตัวลง...ระดับการยุบแค่ไหน...ข้อสังเกตง่ายๆ ยุบระดับหูข้างหนึ่งของสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ เป็นเกณฑ์ก็แล้วกันใคร? มีหนังสือ “พี่จำ” ไว้ในมือ ลองเปิดมาดู ก็จะเห็นว่าเส้นขอบจีวรคมชัด ทรงเจดีย์องค์เจ๊แจ๋ว หรือทรงเจดีย์องค์คุณไพศาล...ที่เราดูเป็นองค์ครูจนติดตามาแสนนาน...นั้น ทรงเจดีย์ องค์อกกระบอกที่อาจารย์รังสรรค์ท่านติดตามหาภาพมาให้ดูเป็นองค์ครู เส้นขอบจีวรเรียวคมอ่อนช้อย...เหมือนกันดูจากภาพหนังสือเล่ม “พี่จำ” องค์อกกระบอกองค์นั้น พิมพ์ด้านหน้า ก้อนขาวรอยยุบ รอยแยก เป็นตัวช่วยให้คนเป็นพระสมเด็จ “ตัดสินใจว่าเป็นพระแท้ง่ายขึ้น”ทีนี้หันไปดูภาพพระสมเด็จวัดระฆังทรงเจดีย์ พิมพ์อกกระบอกในคอลัมน์วันนี้ โทนสีเนื้อละเอียดขาว นุ่มซึ้งตา ทฤษฎี “ตรียัมปวาย” เรียกเนื้อเกสรดอกไม้ “ก้อนเม็ดขาว” เขื่องที่คางขวา รวมกากดำ เม็ดแดง ประปราย...เมื่อเอาเส้นขอบจีวรเรียวคมชนรักแร้...เข้าไปรวมตัดสินได้เลย องค์นี้แท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ดูด้านหลัง องค์นี้แม้มีหลุมร่องเล็กน้อยประปราย...แต่โดยองค์รวมยังเรียก “หลังทื่อ” ขาดแรงส่งให้จุ๊ปากลงไปบ้าง แต่ความหนึกนุ่มซึ้งตาของเนื้อพระแท้...ที่ดึงดูดสายตามากกว่าความนุ่มปลอมอยู่มาก เอาล่ะ! หากแค่นี้ยังไม่พอ ผมขอเพิ่มเติม ชุดชี้ขาดให้อีกข้อ...คือขนาดขององค์พระ...อาจเป็นเพราะพิมพ์นี้หาดูเทียบเคียงความเหมือนความต่างได้ยาก ผู้รู้รุ่นหลังจึงไม่กล้าสรุปว่า ขนาดทรงเจดีย์อกกระบอกทฤษฎีอาจารย์รังสรรค์นี่แหละ...คือ ขนาดของทรงเจดีย์พิมพ์เขื่องของครูตรียัมปวายครูท่านย้ำหนักแน่นว่า เจดีย์พิมพ์เขื่องพิมพ์นี้ ขนาดเขื่องกว่าพิมพ์ใหญ่แบบเขื่องหลายองค์ผู้รู้ท่านใด ที่ยังไม่เคยมีพิมพ์นี้ มาวางเรียงเทียบเคียง จึงคงไม่กล้าย้ำว่า คำครูตรี ยัมปวาย...พิสูจน์ได้จริง เมื่อเห็นของจริงอยากขอกระซิบ...แถมท้าย...ทรงเจดีย์พิมพ์เขื่อง เป็นพิมพ์ไม่คุ้นตา...ฯพณฯ เซียนทั้งหลายมักไม่เข้าตา เพื่อนคนที่ไปเจอ กับตัวฟ้องมา เซียนท่านมอง “ผิดพิมพ์” แล้วเขี่ยทิ้ง ไม่หยิบขึ้นส่องเอาเลยทีเดียว.พลายชุมพลคลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม