ข่าว “เขย่าขวด” สุด สัปดาห์นี้ รัฐบาลชุดใหม่ บริหารประเทศผ่านไป 3 เดือนกว่าๆก็ ต้องจับเข้าเครื่องสแกนดูว่าอะไรเป็นอะไร อย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือรัฐบาลมีเสถียรภาพที่มั่นคงมีศักยภาพในการควบคุมทุกอย่างไม่ต่างกับระบอบสีน้ำเงินอย่างหนึ่งมีเส้นใหญ่นี่คือความได้เปรียบเชิงกลที่เหนือกว่าพรรคฝ่ายค้านหากไม่เหยียบเท้าตัวเองจนหัวคะมำ คงล้มยากแต่ก็ด้วยวิถีและความเป็นไป ปรากฏว่า ระยะหลังรัฐบาลเจอคลื่นลมกระโชกแรง เอียงไปเอียงมาทำท่าจะไปไม่รอดทำให้คะแนนนิยมวูบหายไปทันที“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี เห็นท่าแล้วหากไม่ขยับอะไรไม่รอดแน่ จึงกำชับรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลต้องช่วยกันแจวเพราะน้ำท่วมขึ้นมาสูงแล้วสั่งรัฐมนตรีให้รีบทำงานและป่าว ประกาศให้ประชาชนรู้อย่าเป็นรัฐมนตรีที่โลกลืมมิฉะนั้นถูกปลดแน่ก็น่าจะเป็นผล...กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้เงินกู้ 4 แสนล้านผ่านฉลุย เลยทำให้มีน้ำมีนวลขึ้น ในทันที ไม่ต่างกับ “อาเสี่ย” ถูกรางวัลที่ 1เนื่องจากสามารถนำเงินจำนวนนี้ไปต่อเติมแนวคิดที่เตรียมการไว้แล้วให้เดินหน้าไปได้ตามที่ต้องการพูดง่ายๆได้น้ำเลี้ยงชโลมใจอย่างดีต่ออายุให้ยืนยาวต่อไปได้!“ประชาชน” ผู้นำฝ่ายค้าน แม้คะแนน นิยมจะดีขึ้น แต่หัวหน้าฝูงกลับไม่สง่าขึ้น เพราะคะแนนนิยมยังสู้ลูกพรรคไม่ได้ทำให้ผลงานโดยรวมไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะการพ่ายแพ้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ตรงกันข้าม “ประชาธิปัตย์” ฝ่ายค้าน ด้วยกันเอง กลับคะแนนนิยมดีขึ้นทั้งพรรค และหัวหน้าพรรค เนื่องจากผลงานโดดเด่นคะแนนนิยมพรรคดีขึ้นแม้จะไม่มากนักก็ตาม“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค ก็ไม่ธรรมดา ถูกชูให้เป็นนายกรัฐมนตรีฝ่ายค้านในพรรคอื่นๆ อย่าง “กล้าธรรม” ก็ยังปกติดี แต่ไม่โดดเด่น เพราะเล่นบทบาทฝ่ายรัฐบาลในฝ่ายค้านจึงไม่มีผลงานปรากฏแต่ในพรรครัฐบาลด้วยกัน “เพื่อไทย” ความนิยมกลับโดดเด่นขึ้นอย่างชัดเจน เพราะทำงานลูกเดียวไม่รบรากับใคร“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เล่นบทบาทนักวิชาการที่สงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างอดทน ทำให้พรรคสดใสขึ้นมา เพื่อรอเวลา คืนความเป็นหนึ่งพูดง่ายๆว่ารู้ว่าเวลาไหนควรเวลาไหน ไม่ควรไม่โฉ่งฉ่างไปเรื่อยยิ่ง “ทักษิณ ชินวัตร” ที่สงบนิ่งไม่ยุ่ง การเมืองทำให้พรรคไม่ต้องเจอปัญหาว่าไปแล้วก็คงรอดูจังหวะและ สถานการณ์เนื่องจากบทเรียนที่ผ่านมาได้สอนอะไรไว้มากพอสมควรเพราะในเมื่อพรรคยังไปได้ รอเพียง แค่เวลาและจังหวะเท่านั้น หากไปได้ดีก็คง ไม่ต้องเข้าไปยุ่ง เพราะสามารถขับเคลื่อนกันไปได้ขืนทะเล่อทะล่าไปอาจพังทั้ง “คน” ทั้ง “พรรค” !ลิขิต จงสกุลคลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม