กระเทียมเจียว ตัวช่วยเพิ่มความหอมอร่อยให้กับอาหารหลายเมนู ทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม ต้มจืด ต้มเลือดหมู แกงจืด หมูทอด ไส้ทอด ไก่ทอด กุ้งทอด เมื่อก่อนอาจต้องเสียเวลาเจียวเอง แต่สมัยนี้มีผู้ผลิตกระเทียมเจียวแบบสำเร็จรูปขาย มีให้เลือกซื้อหลายขนาด ทั้งแบบซอง กระปุก และบรรจุถุงปริมาณมากๆสำหรับใช้ในร้านอาหาร นับเป็นตัวช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ทว่า มีข้อดีก็อาจมีข้อด้อย เพราะกระเทียมเจียวมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ หากเก็บไว้นานอาจมีกลิ่นหืน ผู้ผลิตกระเทียมเจียว สำเร็จรูปจึงใส่สารกันหืนลงไปเพื่อช่วยให้เก็บกระเทียมเจียวไว้ได้นาน โดยไม่มีกลิ่นหืน เช่น สาร BHA และ BHT สารกันหืนสังเคราะห์ที่นิยม ใช้ในอาหาร เพื่อป้องกันการเหม็นหืนของน้ำมัน ป้องกันกลิ่นและรสเหม็นหืนจากไขมันที่เสื่อมสภาพ ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร ตามกฎหมายของไทยอนุญาตให้ใช้ทั้ง BHA และ BHT ในอาหาร ประเภทไขมัน น้ำมัน ขนมขบเคี้ยว และอาหารแปรรูปที่มีไขมันสูงได้แต่ต้องใช้ในปริมาณที่กฎหมายกำหนด เช่น เครื่องเทศและเครื่องปรุงรส ให้ใช้สาร BHA หรือ BHT ได้ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หากผู้ประกอบการใช้ในปริมาณตามกฎหมายกำหนด ผู้บริโภคก็ปลอดภัย แต่หากใช้ในปริมาณมากๆ หรือเกินที่กฎหมายกำหนด อาจทำให้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหากได้รับปริมาณมากและสะสมในระยะยาว โดยหน่วยงาน National Toxicology Program ของสหรัฐฯ คาดว่า สาร BHA จะก่อมะเร็งในคน และการได้รับปริมาณสูงๆอาจทำให้ตับทำงานหนัก สถาบันอาหารเก็บตัวอย่างกระเทียมเจียวสำเร็จรูป จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ยี่ห้อ ที่วางขายในตลาดและซุปเปอร์มาร์เกตในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนํามาวิเคราะห์ปริมาณ BHA และ BHTผลการวิเคราะห์พบว่าทั้ง 5 ตัวอย่าง พบสาร BHA อยู่ในช่วง 12.34-30.56 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และมีอยู่ 1 ตัวอย่าง ที่พบสาร BHT ปริมาณ 8.36 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งพบในปริมาณน้อยมาก แต่หากยังกังวลแนะนำว่าควรเลือกซื้อกระเทียมเจียวสำเร็จรูปที่ฉลากระบุ “No BHA/BHT” หรือซื้อยี่ห้อที่ได้มาตรฐาน หรือเจียวกระเทียมทานเองที่บ้าน เพื่อมั่นใจว่าปลอดจากสารกันหืนชัวร์ๆ. ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย