จะว่าไปแล้ว โครงการเมกะโปรเจกต์ ต่างๆของรัฐบาลชุดนี้ ถูกเพ่งเล็ง คัดค้าน ตรวจสอบเกือบจะทุกเรื่อง แม้แต่การกู้เงินก็ถูกตรวจสอบ หมายความว่า ความน่าเชื่อถือของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ตกต่ำมาก โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอีถูกจี้หนัก โครงการแลนด์บริดจ์ ถูกค้านทุกเม็ด มีเรื่องการทุจริต ที่ส่วนใหญ่อยู่ในกระทรวงภายใต้สังกัดของพรรคภูมิใจไทยกำลังถูกโฟกัสมากที่สุดแต่รัฐบาลชุดนี้ก็ไม่ได้ท้อถอย พยายามหาช่องทางเดินหน้าทุกโครงการไม่ว่าจะเป็นช่องเล็กช่องน้อย ไม่ได้เต็มโครงการเอาครึ่งโครงการก็ยังดี โครงการเก่าไม่ผ่านก็เสนอโครงการใหม่เข้ามาทดแทน มีความวิริยะอุตสาหะเป็นเลิศ การประชุม ครม.ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ กระทรวงการคลังโดยรองนายกฯและ รมว.คลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เสนอขอกู้เงินจากธนาคารโลก หรือ world bank เพื่อเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ของ กรมทางหลวงชนบท ที่อยู่ในสังกัดกระทรวงคมนาคม ที่มี พิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นเจ้ากระทรวงนำมาใช้ในโครงการ สะพานเชื่อมเกาะลันตา จ.กระบี่ และ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อม จ.พัทลุง กับ จ.สงขลา โดยให้เหตุผลว่า เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับโครงข่ายคมนาคมภาคใต้ เพื่อศักยภาพการเดินทาง การขนส่ง และการท่องเที่ยวในพื้นที่ทั้งสองโครงการผ่านความเห็นชอบของ ครม.ตั้งแต่สมัยที่ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็น รมว.คมนาคม ภายใต้วงเงินงบประมาณจำนวน 6,354 ล้านบาท แบ่งเป็นการก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามทะเลสาบ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา-อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง วงเงินก่อสร้างประมาณ 4,500 ล้านบาท มีการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดิมคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงปลายปี 2566 แล้วเสร็จในปี 2569โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา จ.กระบี่ วงเงิน 1,854 ล้านบาท ผ่านการประเมินสิ่งแวดล้อมแล้ว ออกแบบโครงการรายละเอียดแล้ว คาดเริ่มก่อสร้างในปี 2566 แล้วเสร็จในปี 2569 ซึ่งมีการแบ่งสัดส่วนการลงทุนเป็นเงินกู้จากต่างประเทศ ประมาณร้อยละ 70 และจากงบประมาณร้อยละ 30 อยู่ระหว่างการขออนุมัติจาก world bank แต่ รมว.คมนาคมสมัยนั้นมีปัญหาและรัฐบาลมีอันเป็นไปก่อนจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมโครงการนี้ จึงได้ถูกผลักดันให้เข้า ครม.อนุทิน 2 เพื่อเดินหน้าโครงการดังกล่าวอีกครั้ง โดยมี กระทรวงการคลัง เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจากเดิมหรือไม่ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมจึงเจาะจงที่จะกู้จาก world bank โดยไม่ใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศ และโครงการดังกล่าวมีความจำเป็นเร่งด่วนขนาดไหนในสภาวะที่การเงินการคลังของประเทศอยู่ในวิกฤติรัฐบาลชุดนี้มีแต่เรื่องชวนสงสัยไม่หยุดไม่หย่อน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม