ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง แต่ละมื้อแต่ละเดย์ หายใจหายคอแทบไม่ทัน “แอร์สาวเจ้าจำปี” ถูกจับเฮโรอีนคาสนามบินเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ยังเป็นข่าวสนั่นลั่นทุ่ง อีกทางก็โผล่มาประจานซ้ำ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการจับกัญชาลอตใหญ่ที่อินโดนีเซีย ฮ่องกง ยุโรป ล้วนมีต้นทางจากไทยแลนด์ แดนสวรรค์ “สายควัน”ไฟลัดวงจรไปที่ต้นตอ ยี่ห้อ “ภูมิใจไทย” เจ้าของโปรเจกต์ “กัญชาเสรี” โดนถล่มยับความวัว ความควาย งานเข้าแบบถี่ๆ ข่าวฉาวกระแทกใส่แบบพลัสๆ สภาพ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้นำรัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” ต้องเจอจังหวะ “ผีจับยัด” ทั้ง “กัญชา–เฮโรอีน”สถานการณ์ “ยาเสพติดฟูฟ่อง” เบียดมากับกระแส “โกงเฟื่องฟู”ไล่ตามลำดับความเสียหายใหญ่หลวง มหกรรมทุจริตข้อสอบรับราชการองค์กรปกครองท้องถิ่น วีรกรรมไอ้โม่งปล้นซ้ำวิกฤติน้ำมัน ปฏิบัติการฮั้วจัดจ้าง TH-AI Passport ฯลฯข่าวฉาวรายวัน ประชาชนทางบ้านยังตามโฟกัสกันไม่ถูกนั่นจึงไม่ได้น่าแปลกอกแปลกใจกับตัวเลขสดๆร้อนๆที่สะท้อนผ่านโพลสำรวจหน้างานแบบเรียลไทม์ สำนักมาตรฐาน “นิด้าโพล” เปิดผลสำรวจความนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569แต้ม “นายกฯอนุทิน” รูดจาก 29.4 เปอร์เซ็นต์ เหลือร้อยละ 21.6แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มองลึกไปอีกชั้น ในโพลมันแฝงไว้ด้วยจุดที่น่าคิดกว่า โดยสถานการณ์คลื่นโกงกระแทก ยาเสพติดกระหน่ำ กระแสรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ คะแนนน่าจะรูดมหาราชกว่านี้ด้วยซ้ำกลายเป็นว่า “นายกฯอนุทิน” ก็ยังประคองตัวอยู่ในลำดับที่ 2เป็นรองแค่ “กุมารเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาชนที่ขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง ด้วยเปอร์เซ็นต์ลดลงจากเดิมเหมือนกัน จาก 30.60 มาอยู่ที่ร้อยละ 26.08โดยตัวเลขทางสถิติที่ชัวร์กว่าความรู้สึกที่มองด้วยสายตาเปล่า“นายกฯอนุทิน” ยัง “เอาอยู่” ไม่ได้อาการหนักเข้าขั้นต้องใส่เปลหามออกจากสนามและนั่นก็ตัดออกไปก่อนเลย กระแสข่าวลือไร้ตรรกะ ไร้ชื่ออยู่ในบัญชีนายกฯภูมิใจไทย ไร้ฐานรองรับในทางรัฐธรรมนูญ ปริศนา “ศ” ผู้หญิงผมสั้น ที่จ่อรอเสียบ “นายกฯสำรอง” หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองตามท้องเรื่อง “ศ” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ที่ยังไม่หายจากอาการแพ้ทุเรียน โดนเสียงตามสาย “ประกาศตามหาคนหาย” ขณะที่ “ศ” ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าค่ายส้ม ก็ร่วมวงเรียกเสียงฮา ยืนยันไม่ใช่ตัวเองแน่ เพราะผมยาวเก็บเอาไว้เป็น “ข่าวฮา” ช่วงส่งท้ายปี 2569 ดีกว่า“โพลประทับตรา” สถานะ “อนุทิน” ยังยืนหนึ่งใน “ขบวนแห่ธงอำนาจอนุรักษ์นิยม”อีกทั้งประเมินทิศทางลมในห้วงฤดูฝน การเมืองแบบไทยๆ ก็ยังไม่ได้ไหลไปถึงจุดพลิกคว่ำพลิกหงาย รัฐบาลภูมิใจไทยโต้คลื่นกระแทกแรงก็จริง แต่ด้วยขนาดเรือเดินสมุทร แรงขับเคลื่อนด้วยเสียงแน่นๆในสภาเพิ่งทำงานมาได้แค่ 3–4 เดือน แค่เริ่มออกจากท่า ไวเกินไปที่จะอับปางไอ้ประเภทที่หวังก๊วนเพื่อไทยจะ “โดดเรือหนี” เลิกคิดไปเลย ตามอาการจับไต๋ได้ แค่โดนภูมิใจไทยเบรกคิวเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปมที่มา ส.ส.ร. ยังไม่กล้าหือแม้แต่แอะเดียวสภาพก๊วนเถ้าแก่ใหญ่เหลือ “ตัวเล็กนิดเดียว” ขืนแห่ “เติมเชน” เข็น “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” กันแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ก็เข้าทาง “ก๊วนผู้กองยอดรัก” ที่เปิดประตูค่ายกล้าธรรมรอท่า ลุ้นเสียบทุกลมหายใจส่วน “จุดอ่อนไหว” รอยร้าวสนิมเนื้อใน “อำนาจคู่ 2 น.”เอาจริงๆก็ยังอยู่ในวิสัยอุดด้วยการจัดสรรอำนาจและผลประโยชน์ที่ลงตัว แบบ “อนุทิน” พึ่ง “บิ๊กบราเธอร์” ส่วน “เนวิน” พึ่ง “น้องเส้นใหญ่” ถือตั๋วโปรฯอำนาจพิเศษเตะก้นไม่ได้เหมือนเดิม แต่ก็กอดคอตุ๊ยท้องกันไปได้เทียบกับลุง 3 ป. ที่ตบจูบ “กลืนเลือด” กันจนจุกแล้วจุกอีก กว่าจะวงแตกแยกย้ายทางใครทางมัน ก็ลากอำนาจมาจนสังขารไปไม่ไหว หมดยุคหมดพลังทหารเฒ่า“อนุทิน–เนวิน” ยังมีเวลา ยั่ว แหย่ เย้า เอาเล่น เอาจริง ผ่านสงครามตัวแทนอย่างน้อยๆก็อีก 3 ปีกว่าๆครบเทอมรัฐบาล.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม