Omega Block เป็นรูปแบบการบล็อกของกระแสลมกรดในชั้นบรรยากาศที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ โดยมีลักษณะการโค้งงอคล้ายกับโอเมกา อักษรกรีกโบราณ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์โดมความร้อน ตัวบล็อกนี้จะดักมวลอากาศร้อนเอาไว้ด้านใต้และไม่เคลื่อนที่ไปไหนเป็นเวลานานหลายวันหรือนับสัปดาห์โดมความร้อนทำให้ทวีปยุโรป มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 5-10 องศาเซลเซียส นอกจากนั้นยังมี Tropical Nights หรือปรากฏการณ์ที่ตอนกลางคืนอุณหภูมิไม่ยอมลดต่ำกว่า 20-26 องศาเซลเซียส ทำให้ผู้คนไม่ได้พักผ่อนจากความร้อนที่สูงขึ้นทั้งฝรั่งเศสและสเปน ในหลายพื้นที่อุณหภูมิพุ่งไป 40-43 องศาเซลเซียส ทำให้ทางการฝรั่งเศสมีการประกาศเตือนภัยระดับสีแดงหรือระดับสูงสุดครอบคลุมกว่าครึ่งประเทศบางพื้นที่ของเยอรมนีอุณหภูมิแตะ 41-41.5 องศาเซลเซียส ขณะที่อิตาลีประกาศเตือนภัยระดับสีแดงใน 18 เมืองหลัก รวมถึงมิลาน โรม และเวนิส ซึ่งสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอุณหภูมิอยู่ที่ 39-42 องศาเซลเซียส เนเธอร์แลนด์ก็มีการประกาศเตือนภัยระดับสีแดงในหลายจังหวัดเช่นกันขยับขึ้นไปทางเกาะอังกฤษ สำนักอุตุนิยมวิทยาอังกฤษออกคำเตือนความร้อนรุนแรงระดับสีแดงต่อเนื่องหลายวัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยากมาก โดยอุณหภูมิในอังกฤษตอนใต้พุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียส แม้แต่ยุโรปตอนเหนืออย่างเดนมาร์ก อุณหภูมิช่วงที่ผ่านมาพุ่งไปที่ 36.6 องศาเซลเซียสสื่อยุโรปนำเสนอภาพความร้อนที่ทำให้โครงสร้างพื้นฐานในยุโรปเสียหายหลายแห่ง ทางหลวงของเยอรมนีบางช่วงต้องปิดให้บริการเพราะยางมะตอยแตกและหลุดร่อนจากความร้อน รถไฟความเร็วสูงต้องชะลอความเร็ว พลาสติกสัญญาณไฟจราจรในอิตาลีละลายตัวจนเกือบปิดบังดวงไฟ และเบลเยียมก็มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างมากจากการใช้เครื่องปรับอากาศวิกฤติคลื่นความร้อนในยุโรปครั้งนี้ไม่ใช่แค่สภาพอากาศแปรปรวนทั่วไป แต่กำลังยกระดับจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไปสู่ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อระบบพลังงาน การคมนาคมความมั่นคงทางอาหาร และศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรปโดมความร้อนในยุโรปทำให้อุณหภูมิของแม่น้ำสูงเกินไป ส่งผลให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในฝรั่งเศสอย่างน้อย 3 แห่งต้องลดกำลังการผลิตหรือปิดตัวลงชั่วคราว เพราะไม่สามารถใช้น้ำในแม่น้ำมาหล่อเย็นระบบตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมได้รวมทั้งกระแสลมที่นิ่งสนิททำให้กังหันลมผลิตไฟฟ้าได้น้อยกว่าปกติ ทำให้บางประเทศต้องเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดปรากฏการณ์ความร้อนจัดที่มาคู่กับภัยแล้งก็ทำลายพืชผลทางการเกษตร และทำให้ระดับแม่น้ำสายหลัก เช่น แม่น้ำไรน์ลดต่ำลงจนวิกฤติ กระทบต่อการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบทางเรือซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของอุตสาหกรรมยุโรปหลายงานศึกษาประเมินว่า ภายในช่วง ค.ศ.2026-2030 หากยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เสี่ยงที่จะสร้างความเสียหายสะสมต่อจีดีพี หรือส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผลิตภาพในอุตสาหกรรมหลักคิดเป็นมูลค่ามหาศาลอาคารและโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากของยุโรปถูกออกแบบให้ลดการสูญเสียความร้อนในฤดูหนาว มากกว่าการรองรับอุณหภูมิระดับ 40 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะยุโรปเหนือและยุโรปตะวันตกมีอัตราการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในครัวเรือนต่ำ โดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 20 เท่านั้น ทำให้ในหลายพื้นที่มีผู้ได้รับผลกระทบจากความร้อนอย่างรุนแรงงานวิจัยหลายฉบับชี้ว่า วิกฤติความร้อนและแล้งที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ส่งผลกระทบต่อกลุ่มประชากรที่ยากจนที่สุดร้อยละ 20 แรกของยุโรปมากกว่ากลุ่มอื่น เพราะทำให้รายได้ของกลุ่มนี้ลดลง และอาจทำให้ประชาชนคนยุโรปหลายสิบล้านคนตกอยู่ใต้เส้นความยากจนมีรายงานผู้เสียชีวิตจากความร้อนในยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น ก็ยังมีอุบัติเหตุคนจมน้ำเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ทั้งฝรั่งเศสและอังกฤษมีผู้จมน้ำเสียชีวิตรวมกันหลายสิบราย โดยหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างที่ประชาชนลงเล่นน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อคลายร้อนความร้อนจัดคือระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจ พลังงาน และสังคม นี่เป็นปัญหาท้าทายครั้งใหญ่ของยุโรป ที่ต้องเร่งแก้ให้ได้ก่อนที่ความสูญเสียจะมากจนเกินเยียวยา.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม