นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยกล่าวว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุโจมตีโรงเรียนประถมเมืองมินาปของอิหร่านในช่วงต้นสงครามเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา อาจไม่ได้รับการเปิดเผยคำกล่าวของผู้นำสหรัฐฯตีความได้ว่าเรื่องอาจหายเข้ากลีบเมฆ การเสียชีวิตของผู้บริสุทธิ์ 168 คน จะไม่ได้รับคำตอบ อย่างไร ก็ตาม ตามคำว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เอกสารการสอบสวนได้ปรากฏออกมาแล้ว แม้จะยังไม่มีการชี้ชัดว่า อาวุธที่ใช้ถล่มเป็นของสหรัฐฯ (ตามที่มีรายงานขั้นต้นว่าคือจรวดโทมาฮอว์กอเมริกัน) หรือเป็นอาวุธจากกองทัพอิสราเอลแต่ผลสรุปคือ กองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENT COM) ได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้น จัดทำรายงานเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่เดือน เม.ย. และไม่ได้นำเปิดเผยสู่สาธารณชน โดยรายงานดังกล่าวได้บ่งชี้ว่า “ความผิดพลาด” ยิงโรงเรียนครั้งนี้ เกิดจากปัญหา “ซอฟต์แวร์” ไม่ตรงกันต้นเรื่องคือหน่วยวิเคราะห์ข่าวกรองของสหรัฐฯ ได้ทำการประเมินไปแล้วในปี 2562 ว่าพื้นที่เกิดเหตุดังกล่าวเคยเป็นฐานของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นพื้นที่พลเรือน อาคารเก่าต่างๆได้กลายเป็นสถานศึกษาไม่ถือเป็นเป้าหมายทางการทหารอีกต่อไปอย่างไรก็ตาม รายงานที่ส่งไปให้ระดับบังคับบัญชาการของกระทรวงกลาโหมเพนตากอน เป็นซอฟต์แวร์คนละตัว กับซอฟต์แวร์ที่เบื้องบนใช้ ข้อมูลจึงไม่ลิงก์เชื่อมโยงกัน และทำให้พอถึงเวลาสั่งการโจมตี ภาพที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ จะไม่มีคำบรรยายที่นักวิเคราะห์ใส่มา ว่าอาคารตรงนี้คือโรงเรียนประถมเท่ากับว่าตอนสั่งถล่ม ทางนายทหารระดับบัญชาการก็จะมีแต่ข้อมูลเก่า ไม่เห็นข้อมูลใหม่ที่หน่วยวิเคราะห์ข่าวกรองอัปเดตมา กลายเป็นความผิดพลาดจากช่องโหว่ของระบบการทำงานภายในเพนตากอน ซึ่งส่งผลให้มีเด็กนักเรียนวัย 6-13 ขวบเสียชีวิตอย่างน่าเศร้ากว่า 120 คน.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม