เข้าสู่ สนามพระวิภาวดี อาทิตย์สุดท้ายของเดือน 6 กันแล้ว เริ่มที่ พระสมเด็จ พิมพ์เจดีย์ วัดระฆังฯ กรุงเทพฯ พิมพ์มาตรฐาน อันดับ ๒ ในสกุล “วัดระฆังฯ” ที่เรียงลำดับ เป็น ๑.พิมพ์ใหญ่ ๒.พิมพ์เจดีย์ ๓.พิมพ์เกศบัวตูม ๔.พิมพ์ฐานแซม ซึ่งแต่ละพิมพ์ ยังแยกพิมพ์ย่อยๆตามความแตกต่าง อย่าง “พิมพ์เจดีย์” แยกเป็น ๑.พิมพ์ใหญ่ องค์พระเส้นศิลป์อวบล่ำ ๒.พิมพ์กลาง องค์พระดูย่อม ๓.พิมพ์เล็ก ขนาดองค์พระดูแคบเล็ก “ผอม”--องค์นี้ เป็นพระพิมพ์กลาง และเป็น องค์หน้าใหม่ สวยแจ่ม พิมพ์ชัด เนื้อใช่ ผิวเนื้อมีรอยสัมผัสบางเบา พอให้เห็นเนื้อในที่อัดแน่นด้วยมวลสารครบสูตร ปัจจุบันเป็นพระ ของ Mr.Kai D พระสมเด็จ พิมพ์เจดีย์ วัดระฆังฯ ของ Mr.Kai D.องค์ที่สอง พบที่กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี คือ พระมเหศวร พิมพ์ใหญ่ เศียรโต ฐานเตี้ย เนื้อชินเงิน ซึ่งเป็นพุทธศิลป์อู่ทอง มีเอกลักษณ์ เป็นองค์นั่งปางมารวิชัย พระเศียรสวนกัน จึงเรียก “พระสวน” ต่อมาผู้ใช้บูชาพบอานุภาพคุ้มครองป้องกันภัย แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี เสริมอำนาจบารมี เป็นที่เลื่องลือ จึงเรียกว่า “พระมเหศวร” เข้าใจว่าเป็นการนำพระนาม “สมเด็จพระนเรศวรฯ” กษัตริย์ยอดนักรบ มาผสมพิมพ์องค์พระ เพื่อเทิดอานุภาพ “บู๊” ในองค์พระ ที่เชื่อได้ว่าสร้างไว้โดยพระฤๅษีพิมพ์พาไลย พร้อมพระผงสุพรรณฯ ซึ่งมีพุทธศิลป์ร่วมสมัยบรรจุอยู่ในกรุเดียวกัน (มีพบเพียงแห่งเดียว)ในกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองสุพรรณฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๖ สมัย นายอี้ กรรณสูต เป็นเจ้าเมือง พระมเหศวร พิมพ์ใหญ่เศียรโต ฐานเตี้ย กรุวัดพระศรี รัตนมหาธาตุ ของ โต้ง คนสุพรรณ.พระมีจำนวนพัน แยกตามความแตกต่างได้ถึง ๒๔ แบบ เช่น ฐานสูง-ฐานเตี้ย, สวนเดี่ยวหลังผ้า, สวนเดี่ยวหลังนาคปรก, สวนเดี่ยวหลังซุ้มระฆังฯ โดยแบ่งเป็นกลุ่มพิมพ์ ๕ พิมพ์คือ ๑.พิมพ์ใหญ่ ๒.พิมพ์กลาง ๓.พิมพ์เล็ก ๔.สวนเดี่ยว ๕.สวนตรง ซึ่งได้รับยกย่องเป็น ๑ ใน ๕ พระยอดขุนพลนั่ง เนื้อชิน (๑.พระหูยานลพบุรี ๒.พระพุทธชินราชใบเสมา จ.พิษณุโลก ๓.พระท่ากระดาน จ.กาญจนบุรี ๔.พระมเหศวร จ.สุพรรณบุรี ๕.พระท่ามะปราง จ.พิษณุโลก) องค์นี้ ของ เสี่ยโต้ง คนสุพรรณ พระสภาพสวยสมบูรณ์ ร หน้าตา จมูก ปาก ชัดเจนแจ่ม ผิวเนื้อมีคราบฝ้า รากรุ จับแน่น บอกอายุความเก่าถึงยุคสมัย แบบนี้ราคาอยู่ที่หลักแสนกลาง พระปิลันทน์ พิมพ์หยดแป้ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.จ.ทัต เสนีย์วงศ์) วัดระฆังฯ ของก้อง ท่าพระจันทร์.องค์ที่สามเป็น พระปิลันทน์ พิมพ์หยดแป้ง ซึ่ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.จ.ทัต เสนีย์วงศ์) วัดระฆังฯ กรุงเทพฯ อดีตเจ้าอาวาสองค์ที่ ๗ สร้างไว้ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพุทธบาทปิลันทน์ ระหว่างปี พ.ศ.๒๔๐๗-๑๓ เป็น พระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ ผสมผงใบลาน มี ๓ เนื้อ คือ ๑.เนื้อสีเทา พบมากสุด ทั้งเนื้อหยาบ-เนื้อละเอียด ๒.เนื้อใบลาน ละเอียดแกร่ง หนึกนุ่ม ๓.เนื้อขาว ขาว–อมเหลือง พบน้อยสุดส่วนใหญ่เป็นพระไม่บรรจุกรุ มีพบลงกรุบ้าง เป็นพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์ พิมพ์ซุ้มครอบแก้ว พระแพร่หลาย จากการที่คนร้ายลักลอบบุกกรุ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๑ กับตอนเปิดกรุเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๐ พระที่พบจะมีคราบกรุแบบ “ไขวัว” สีขาวหม่น ขาวนวล น้ำตาล พิมพ์พระมีมากกว่า ๒๐ พิมพ์ เช่น ๑.พิมพ์ซุ้มประตู ๒.พิมพ์ครอบแก้วใหญ่ ๓.พิมพ์ครอบแก้วเล็ก ๔.พิมพ์เปลวเพลิงใหญ่ ๕.พิมพ์เปลวเพลิงเล็ก มีทั้งยกพระหัตถ์ขวาและยกพระหัตถ์ซ้าย๖.พิมพ์ปรกโพธิ์ มีหลายแบบทั้ง ซุ้มสี่เหลี่ยม ซุ้มครอบแก้ว ใหญ่-เล็ก ๗.พิมพ์โมคคัลลาน์-สารีบุตร ๘.พิมพ์ปางปฐมเทศนา ๙.พิมพ์พระปิดตาส่วน พิมพ์หยดแป้ง ของ เสี่ยก้อง ท่าพระจันทร์ องค์นี้ สภาพสวยสมบูรณ์เดิมๆ ราคายังแค่หลักหมื่นกลางๆ แต่ก็เริ่มหายาก เพราะคนนิยมใช้บูชาแทน “พระสมเด็จ” กันมากขึ้น เพราะเชื่อว่า สมเด็จฯโต มีส่วนร่วมสร้าง และมีผงพุทธคุณ ๕ ประการของท่าน ผสมรวมอยู่ในเนื้อ เหรียญพระพรหม เนื้อทองคำ หลังจาร อ.เฮง ไพรวัลย์ ของอิทธิ ชวลิตธำรง.ตามมาด้วย เหรียญพระพรหม เนื้อทองคำ หลังจาร อ.เฮง ไพรวัลย์ ฆราวาสจอมขมังเวทย์ ด้วยวิชาอาคม สายวัดประดู่ทรงธรรม ที่สืบทอดเป็นศิษย์สายตรงของ หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติฯ พร้อมพระสหมิกธรรม หลวงปู่สี วัดสะแกฯ ที่บวชรุ่นเดียวกัน เมื่อ อ.เฮง สึกได้เปิดสำนักเป็นอาจารย์สัก ในเรือ เดินทางขึ้นล่อง มีศิษย์ตลอดลำน้ำเจ้าพระยา มีชื่อเสียงแพร่หลายในยุคสงคราม มีศิษย์ตั้งแต่เชื้อพระวงศ์ เจ้าใหญ่นายโต ท่านสร้างเครื่องรางมีเอกลักษณ์ ได้รับความนิยมสูง เช่น ตะกรุดจักรพรรดิ์ แหวนปลอกมีด ผ้ายันต์พระพรหม เหรียญพระพรหม ที่ออกแบบมีเอกลักษณ์งดงาม เพราะมีพรสวรรค์ในเชิงช่างเหรียญนี้ ของ เสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง จัดเป็น เหรียญพระพรหม หลังจารอักขระยันต์ (ครู) จักรพรรดิ ลายมือ อ.เฮง แบบครบสูตร อักขระชัดแจ่มทุกตัว ทำให้ดูมีพลัง มีสร้างไว้ทั้ง เนื้อเงิน นาคและ ทองคำ อย่างเหรียญนี้ ที่มีพบน้อยกว่าน้อย โดยเฉพาะเหรียญสภาพสมบูรณ์ สวยแชมป์เดิมๆที่ยังไม่เคยเห็นเหรียญไหนเทียบได้ พระชัยวัฒน์ชินบัญชร กะหลั่ยทอง พ.ศ.๒๕๑๗ หลวงปู่ทิม อสิรโก วัดละหารไร่ ของอเดล กิติศิริสวัสดิ์.ตามมาด้วย พระชัยวัฒน์ชินบัญชร พ.ศ.๒๕๑๗ หลวงปู่ทิม อสิรโก วัดละหารไร่ จ.ระยอง พระพิธีใหญ่ “ชินบัญชร” สร้างแบบ เทหล่อ โบราณ ด้วยเนื้อชนวนหลัก เป็น แผ่นยันต์ชินบัญชร กับ แผ่นยันต์นะ ๑๐๘ ลายมือจารท่านทำพิธีเทหล่อวันที่ ๕ พ.ค.๒๕๑๗ มี ๔ ชนิด คือ พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ พระสังกัจจายน์ พระปิดตา องค์นี้ ของ อเดล กิติศิริสวัสดิ์ เป็นพระชัยวัฒน์ ที่มีสร้างเป็นเนื้อทองคำ ๕๙ องค์ เนื้อนวะ กะหลั่ยทอง ๙๕ องค์ เนื้อนวะ โลหะ ๑,๘๙๕ องค์ และเนื้อเงิน ซึ่งมีน้อยมากปัจจุบันได้รับความนิยมสูง ขอเพียงเป็นพระแท้ ดูง่าย อย่างองค์นี้เป็นเนื้อนวะ กะหลั่ยทอง ๑ใน ๙๕ องค์ สภาพสมบูรณ์สวยเดิม (แกะกล่อง)--กะหลั่ยทอง เต็มร้อยแบบนี้ ราคาอยู่ที่หลักแสน ตะกรุดมงคลโสฬส หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม วัดสะพานสูง ของ อิทธิ ชวลิตธำรง.ถัดไป ดูเครื่องรางของขลัง ตะกรุดมงคลโสฬส หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม วัดสะพานสูง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่ง คนเล่นของ สมัยโบราณ มีคำบอกถึงการพิจารณาพระดี มีวิชา ว่า “พระเก่ง ต้องเก่งตะกรุด” หมายถึงพระองค์ใด มีวิชาอาคมขลัง ให้ดู อานุภาพตะกรุดที่ท่านสร้าง ซึ่งในวงการ มีจัดอันดับ ท็อปไฟว์ คือ ๑.ตะกรุดโสฬส มหามงคล หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ๒.ตะกรุดไมยราพสะกดทัพ หลวงพ่อกุน วัดพระนอน ๓.ตะกรุดมงกุฎพระพุทธเจ้า หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ๔.ตะกรุด ๓ กษัตริย์ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ๕.ตะกรุดหลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง อันว่า ตะกรุดมงคลโสฬส หลวงปู่เอี่ยม นี้ ท่านสร้างเอง โดยนำแผ่นโลหะทองแดง ขนาด ๓.๕ นิ้ว ตีตารางเป็นช่อง ลงอักขระ พระคาถาโสฬส ชั้นใน ล้อมด้วยอักขระพระคาถาไตรสรณคมน์ เป็นชั้นกลาง ลงอักขระพระคาถาบารมี ๓๐ ทัศ เป็นชั้นนอกสุดแล้วม้วน ปลุกเสกด้วย คาถามหาทะมึน ๑๐,๐๐๐ จบ ในเวลา ๓ พรรษา แล้วถักเชือกหุ้มเป็นเกลียว พอกผงพุทธคุณ เคลือบรักผึ่งแห้ง แล้วนำเข้าพิธีปลุกเสกใหญ่ ก่อนออกให้ทำบุญบูชา นำรายได้บูรณะวัดปรากฏว่า มีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ปรากฏเป็นประสบการณ์ ด้านคุ้มครองป้องกันภัย แคล้วคลาดถึงคงกระพันชาตรี มหาอุด หยุดปืน ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า เป็นที่เลื่องลือ รายหนึ่งเล่าว่า ขณะนอนอยู่ในบ้าน ถูกอริบุกเหยียบอก ยิงจ่อหัว แต่ไม่ตาย มีเพียงรอยถากข้างหู และยังมีชีวิตอยู่ในทุกวันนี้ โดยมีตะกรุดคล้องคอ มา ๓๑ ปี จนเชือกถัก รักล่อน หลุดเหลือไม่ถึงครึ่ง แต่ “เซียนใหญ่” ให้ราคาหลักล้าน แต่ยังไม่ขายวันนี้ เป็น ตะกรุดมหาโสฬส ดอกงาม สภาพสมบูรณ์เยี่ยม จุดพิจารณาครบถ้วนตามมาตรฐาน เป๊ะทุกจุด เจ้าของไม่ใช่ใคร เสี่ยเพชร อิทธิ ที่กำลังมือขึ้น มีพระเครื่อง-ของขลัง ชั้นยอด ชิ้นเยี่ยม เข้ารังต่อเนื่อง เจ้าของเป็นปลื้มมากๆ บอกซื้อรวมมาหลายชิ้นจ่ายไปหลายล้านลากันด้วยเรื่องปิดท้าย ในบ้าน เสี่ยกิตติ ซึ่งนิยมสะสมพระหลักยอดนิยม ระดับเบญจภาคี โดยเฉพาะ พระนางพญา มีครบพิมพ์ เพราะเป็นพระเมืองพิษณุโลก ถิ่นกำเนิด ซึ่ง เสี่ยกิตติ ชอบบรรยายลักษณะ พิมพ์พระ ให้ใครฟังเป็นที่เฮฮา เพราะเคยถูกภรรเมียเข้าใจผิด ว่าสามีคิดนอกใจ เมื่อแอบได้ยินสามีคุยโทรศัพท์ บรรยายความงามของ พระนางพญา พิมพ์อกนูนใหญ่ ว่า หน้าสวย แบบหูตากะพริบ อกนูนใหญ่ อย่างนางงามกว่าจะรู้ว่าพูดถึงพระนางพญา ก็โกรธไปหลายวัน อาทิตย์ที่ผ่านมา เสี่ยกิตติ คุยโทรศัพท์กับเพื่อนเซียนพระ แล้วก็เออๆอ๋อๆว่าหน้าสวย อกใหญ่ ทรงอวบ ผิวหยวก ขายาว เหรอ เมียนั่งอยู่ข้างๆก็เข้าใจว่าพูดถึงพระนางพญา แต่ไม่วายสงสัย ถามว่า พระนางพญา ขายาว เขาดูกันยังไง เห็นทุกองค์ก็เหมือนกัน คราวนี้ เสี่ยกิตติ ยิ้ม บอกว่า เซียนพระไม่ได้คุยถึงนางพญา แต่คุยถึงแคชเชียร์คนใหม่ในร้านกาแฟที่ศูนย์พระ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.สีกาอ่างคลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม