รายงาน Ericsson Mobility Report (EMR) ฉบับล่าสุด เผยผู้ใช้บริการ 5G ทั่วโลกทะลุ 3,000 ล้านแล้ว ส่วนผู้ใช้ในไทย สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 33 ล้านราย หรือ 36% ของผู้ใช้มือถือทั้งหมด คาดปี 2574 ยอดผู้ใช้ 5G ในไทยจะครอบคลุม 92% พบการใช้งาน Uplink พุ่งสูงขึ้น จากความนิยมสร้างคอนเทนต์ การใช้งานแอปพลิเคชันและ AI เผยอัปเดตเทคโนโลยี 6G ประเมินเปิดตัวเชิงพาณิชย์แรกปี 2573รายงาน EMR ฉบับเดือน มิ.ย.2569 เผยไตรมาสแรกของปี (ม.ค.- มี.ค.2569) มียอดผู้ใช้บริการ 5G บนเครือข่ายมือถือทั่วโลกมากกว่า 3,000 ล้านราย นอกจากนี้ยังพบว่าในผู้ให้บริการหลายๆรายอัตราการเติบโตของปริมาณการรับ-ส่งข้อมูลแบบ Uplink (ส่งข้อมูลออก) พุ่งแซงหน้า Downlink (รับข้อมูลเข้า) แล้วโดยจำนวนผู้ใช้บริการ 5G รายใหม่ที่เพิ่มขึ้น 162 ล้านรายทั่วโลก ทำให้ยอดรวมผู้ใช้อยู่ที่ 3,100 ล้านราย และคาดว่าภายในสิ้นปี 2574 จะขยายตัวสู่ 6,400 ล้านราย ขณะที่ยอดผู้ใช้ บริการ 5G ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียจะเพิ่มสู่ระดับ 670 ล้านราย ซึ่งคิดเป็นอัตราการเข้าถึงบริการ 5G เกินกว่า 50% ของจำนวนผู้ใช้งานมือถือทั้งหมดในภูมิภาคนี้ ปัจจุบัน มีผู้ให้บริการโทรคมนาคมราว 390 รายทั่วโลกที่เปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์แล้ว โดยจำนวนนี้มีมากกว่า 90 ราย เปิดให้บริการ 5G Standalone (SA) ณ สิ้นปี 2568 เครือข่าย 5G รองรับยอดทราฟฟิกดาต้าบนมือถือทั้งหมดในสัดส่วน 48% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 85% ภายในสิ้นปี 2574 โดยภูมิภาคยุโรปตะวันตก อเมริกาเหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) จะมีอัตราการใช้งาน 5G ใกล้เคียงหรือสูงกว่า 90% ภายในสิ้นปี 2574สำหรับไทย ณ สิ้นปี 2568 มีจำนวนผู้ใช้บริการ 5G อยู่ 33 ล้านราย คิดเป็น 36% ของผู้ใช้บริการมือถือทั้งหมดในประเทศ คาดว่าภายในปี 2574 จะขยายตัวสู่ 93 ล้านราย ซึ่งคิดเป็น 92% ของจำนวนผู้ใช้บริการมือถือทั้งหมดในไทยนายแอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของการบริโภคข้อมูล ซึ่งขับเคลื่อนผ่านแอปพลิเคชัน AI, การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ และคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเอง (User-Generated Content หรือ UGC) ปัจจัยเหล่านี้เร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบทราฟฟิกที่พึ่งพาการส่งออกข้อมูลแบบ Uplink อย่างมหาศาลแทนที่จะเป็นการรับเข้าข้อมูล Downlink เช่นเดิม“สิ่งสำคัญเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ คือต้องลงทุนต่อเนื่องในคลื่นความถี่ Mid-Band คุณภาพสูง โดยเฉพาะในย่านความถี่ 3.5 GHz ควบคู่ไปกับการเร่งวางระบบ 5G Standalone (SA)”ทั้งนี้ ความคับคั่งของการ Uplink เติบโตรวดเร็วกว่า Downlink โดยมีปัจจัยจากการเติบโตของการใช้แอปพลิเคชันเพื่อการสื่อสารและทำงานร่วมกันบนสมาร์ทโฟน การแชร์คอนเทนต์ที่สร้างขึ้น (User Generated Con tent-UGC) และระบบจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์จากการวัดผลความคับคั่งบนเครือข่ายของอีริคสัน พบว่าผู้ให้บริการ 43 ราย จาก 55 ราย มีอัตราการเติบโตของการ Uplink สูงกว่า Downlink โดยผู้ให้บริการ 17 รายมีความคับคั่งของ Uplink โตสูงกว่า Downlink กว่า 1.5 เท่า โมเดลจำลองสถานการณ์ของอีริคสัน ยังแสดงให้เห็นว่า ปริมาณการใช้งาน AI ที่เพิ่มเข้ามานั้น อาจส่งผลให้ความคับคั่งของการ Uplink ในปี 2574 สูงกว่าปี 2568 ถึง 3 เท่าตัวหรือมากกว่านั้นรายงานยังเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี 6G มากขึ้น ความคาดหวัง 6G ในระยะแรกนั้น ครอบคลุมถึงการสนับสนุนระบบตรวจจับและการสื่อสารแบบบูรณาการ หรือ Integrated Sensing and Communication (ISAC), การผสานรวมระหว่างเครือข่ายภาคพื้นดินและเครือข่ายดาวเทียมเพื่อลดช่องว่างสัญญาณ และการมุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างจริงจัง ซึ่งทั้งหมดนี้จะขับเคลื่อนด้วย AI-Native 6Gคาดว่าข้อกำหนด 6G ที่ใช้งานได้จริงชุดแรก จะได้รับการสรุปแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2571 หรือช่วงต้นปี 2572 โดยคาดว่าบริการ 6G เชิงพาณิชย์แรก จะเปิดตัวตามมาในปี 2573 โดยเชื่อว่าสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) จะเป็นกลุ่มแรกๆที่เริ่มนำ 6G มาใช้งาน เช่นเดียวกับการเปิดตัว 5G ที่ผ่านมา.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม