“รุทธพล” เผยดีเอสไอพบพิรุธเส้นเงิน “ภาวุธ” โอนผ่านบริษัท สปาร์กฯที่เจ้าตัวเคยถือหุ้น โยน กกต.ฟันถึงขั้นยุบพรรคไหม ดีเอสไอขอหลักฐานเทรดทองละเอียดยิบ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ก็ไม่รอดโดนเรียกด้วย แต่ยังไม่แจ้งดำเนินคดี หรือออกหมายเรียกผู้ต้องหา มีผู้เสียหายเกือบ 100 ราย “ไอติม” แฉคลิป “ครูแก้ว” พูดชัด สว.น้ำเงิน ชี้ไปสุมหัวฮั้วกันที่อยุธยา มีเก็บภาพข่มขู่ด้วย เสนอค่าใช้จ่าย 1 ขีด ต้องมัดจำครึ่งขีด จี้ กกต.ส่ง 229 รายที่ถูกชี้มูลขึ้นศาล รอวิปฝ่ายค้านถกโหวตคว่ำ พ.ร.บ.งบฯ 70 “วรงค์” ร้อง ป.ป.ช. สอบ “ไชยชนก-ปลัดดีอี” ล็อกสเปก ปปป.บุกรวบ “ปลัดภูเก็ต” เรียกรับใต้โต๊ะพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีข้อสงสัยการเทรดทองของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พบพิรุธไม่ผ่านโบรกเกอร์ หรือเพย์เมนต์เกตเวย์ แต่โอนผ่านจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ขณะที่ดีเอสไอขอหลักฐานการเทรดทองละเอียดยิบ“รุทธพล” ชี้ดีเอสไอพบพิรุธเส้นเงินเมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 26 มิ.ย. ที่ทําเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีชี้แจงกระทู้ในสภา ระบุมีเส้นทางการเงินบางส่วนโอนมาถึงนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) 28 ล้านบาท โดยไม่ใช่บริษัทที่นายภาวุธอ้างเป็นการเทรดทองว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีข้อสงสัยการเทรดทอง ที่ต้องมีโบรกเกอร์ มีบริษัทชำระเงิน ที่โอนเงินเข้าและรับเงินออก อย่างบริษัท QRS Global เป็นโบรกเกอร์ ส่วนบริษัทชําระเงิน หรือเพย์เมนต์เกตเวย์ ใช้ของบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด จากการตรวจสอบเบื้องต้น การรับโอนของนายภาวุธได้รับเงินโอนจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด 28 ล้านบาท แบ่งโอนครั้งละ 2 ล้านบาท 14 ครั้ง นี่เป็นข้อสงสัย เพราะปกติการเทรดทองเราจะฝากเงินเข้าบริษัทอะไร ต้องรับโอนเงินจากบริษัทนั้น จากการตรวจสอบบริษัท สปาร์กฯ นายภาวุธเคยเป็นผู้ถือหุ้นมาก่อนโยน กกต.ฟันถึงขั้นยุบพรรคไหมผู้สื่อข่าวถามว่าบทบาทของบริษัท สปาร์กฯ มีหน้าที่พักเงินก่อนเปลี่ยนแปลงธุรกรรมการเงินใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า ขอให้ดีเอสไอตรวจสอบก่อน ในผังดีเอสไอมีบริษัทที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทชำระเงิน เป็นช่องทางผู้รับโอนเงินจากการเทรดที่แยกออกมา บางบริษัทจดทะเบียนว่าเป็นบริษัทชําระเงิน แต่หน่วยงานที่รับจดทะเบียนไม่อนุญาตให้ประกอบธุรกิจทางด้านนี้ เมื่อถามว่าหากตรวจสอบบริษัทที่เกี่ยวข้องพบว่ามีความผิด แล้วมีการโอนเงินไปให้พรรคประชาชน ความผิดจะถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณาดีเอสไอขอหลักฐานเทรดทองยิบผู้สื่อข่าวรายงานจากดีเอสไอว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหมายเรียกพยานแก่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้เข้าชี้แจงในวันที่ 2 ก.ค.ที่กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ให้มาชี้แจงกรณีพนักงานสอบสวนคดีพิเศษพบเส้นทางการเงินระหว่าง บริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด โอนเงิน 28 ล้านบาท ในวันเดียว คือวันที่ 18 ก.ค.67 จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท เข้าไปยังบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายภาวุธ ว่าเป็นการทำธุรกรรมในเรื่องใด หากนายภาวุธระบุว่าเป็นการเทรดทองคำ ต้องมีหลักฐานการทำธุรกรรมการเทรดทองคำทั้งหมดมาแสดง ว่าเป็นการเทรดทองคำกับบริษัทใด ไทม์ไลน์การเทรด และผลตอบแทนในการเทรดที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่นายภาวุธ เคยเป็นกรรมการบริษัท หรือถือหุ้นในบริษัทที่ปรากฏความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงเส้นทางการเงินในแผนผังรูปภาพการสืบสวนของดีเอสไอ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้อยู่ทั้งในกลุ่มของไอบี (IB) ผู้ชักชวนการลงทุน, กลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ และกลุ่มบริษัทเพย์เมนท์ ล้วนมีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องระหว่างกัน อีกทั้งยังมีคลิปบอกเล่าประสบ การณ์การเทรดกับบริษัท QRS Global สะสมแต้มด้วย“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ไม่รอดโดนเรียกด้วยส่วนกรณีนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกพยานแล้วเช่นกัน ให้เข้ามาชี้แจงกรณีพบความเชื่อมโยงเส้นทางการเงินกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ชื่อดัง 2 ราย คือ บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM หากเจ้าตัวสะดวกเข้าพบก่อนนัดหมาย หรือจะขอเลื่อน สามารถประสานแจ้งความประสงค์กับพนักงานสอบสวนได้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนยังคงมีเพียงแค่หมายเรียกพยานเท่านั้น ยังไม่ได้แจ้งดำเนินคดี หรือออกหมายเรียกผู้ต้องหาแต่อย่างใด เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเป็นธรรม ขณะนี้มีผู้เสียหายเกือบ 100 ราย ที่เข้ามาให้ข้อมูลรายละเอียดกับพนักงานสอบสวน อาทิ พฤติการณ์ทางคดี มูลค่าความเสียหายจากการลงทุน การเข้าถึงการเทรดเงินตราต่างประเทศ ช่องทางผู้แนะนำการลงทุน“ไอติม” แฉ “ครูแก้ว”พูดชัด สว.น้ำเงินที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงกรณีครบรอบ 2 ปีเลือก สว.ระดับประเทศ และเปิดหลักฐานเพิ่มเติมการฮั้ว สว. เป็นคลิปวิดีโอให้สื่อมวลชนดู ระบุว่า หลักฐานแรกเป็นคลิปเสียงนักการเมืองใน จ.นครพนม ในคลิปปรากฏภาพนายศุภชัย โพธิ์สุ “ครูแก้ว” อดีต สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย กล่าวกับผู้มางานพิธีบายศรีสู่ขวัญในโอกาสที่นายสิทธิกร คงยศ ได้รับเลือกเป็น สว. เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2567 ระบุว่า “นายสิทธิกรเป็น 1 ใน 3 สว.ที่ได้รับเลือก ในฐานะผู้สนับสนุนประกาศอย่างไม่อายใครว่า สว.นครพนมทั้ง 3 ท่านนี้เป็นสว.สายสีน้ำเงินชัดเจน เพราะสีน้ำเงินเป็นสีของสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ต้องอายใครว่าเราเป็นคนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำงานร่วมกันมาหลายปี นายสิทธิกรเป็นคนคงเส้นคงวา มุ่งมั่นตั้งใจ ทุ่มเท ช่วยงานการเมืองผมมาตลอด ตอนนี้ไม่ได้สังกัดพรรค ภท. เพราะผิดกฎหมาย แต่สังกัดสีน้ำเงิน”สุมหัวฮั้วที่อยุธยาถูกเก็บภาพข่มขู่จากนั้นนายพริษฐ์เปิดหลักฐานชุดที่ 2 เป็นภาพโรงแรมแห่งหนึ่ง พร้อมกล่าวว่า จากพยานที่บอกเล่ามา เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 24-25 มิ.ย.67 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นอกจากบรรดาผู้สมัครแล้ว ยังมีบุคคลสำคัญอยู่ในห้องประชุมด้วย มีอาจารย์อักษรย่อ “ป” มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำโพย พยานเล่าให้ฟังว่าในวันนั้นมีการจัดทำโพยด้านหลังเอกสาร สว.3 เพื่อใช้สำหรับการเลือก สว. ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย มีผู้สมัครบางคนที่เกิดอาการไม่พอใจ เพราะไม่เห็นตัวเลขผู้สมัครตัวเองปรากฏอยู่ในโพย มีบุคคลท่านหนึ่งที่ท้ายที่สุดกลายมาเป็น สว. พูดว่าไม่ต้องกลัว เดี๋ยวจังหวัดอื่นก็จะมาเลือกหมายเลขของเรา รวมถึงให้สัญญาด้วยว่าถ้าใครไม่มีแต้ม มาเอาเงินสดกับผม 3 แสนบาท ยังมีตำแหน่งผู้ช่วยสว.เวียนกันได้ มีการบอกว่าให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้าไว้ และเก็บภาพในกล้องวงจรปิดไว้แล้ว เป็นการข่มขู่ผู้สมัครทางอ้อม ทีมงานได้ไปสำรวจโรงแรมแห่งนี้ มีกล้องวงจรปิดเสนอค่าใช้จ่าย1ขีดให้มัดจำครึ่งขีดนายพริษฐ์กล่าวต่อว่า หลักฐานที่ 3 คือ หนึ่งในผู้สมัคร สว. จาก จ.นครพนม ตอนนี้เป็น สว.แล้ว ได้ซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับบุคคลอื่น 9 คน มีรายละเอียดแจ้งถึงไฟลท์บิน และราคาตั๋ว ส่วนหลักฐานที่ 4 คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ช่วง 1 สัปดาห์ก่อนการเลือก สว. มีการนัดรวมตัวกันที่โรงโม่ปูนแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม และนายพริษฐ์เปิดหลักฐานสุดท้ายเป็นคลิปเสียง สว.นครพนม ที่คุยกับผู้นำอีกคนนำเสนอผลประโยชน์ ในคลิปปรากฏเสียงนำเสนอเงิน 1 ขีด โดยจะให้มัดจำครึ่งขีด และพาดพิงว่าพรรคอื่นก็มีการจัดตั้งเหมือนกัน ถ้าเราไม่ทำเขาก็ทำ พวกตนทำให้แล้วทุกอย่างเป็นค่าใช้จ่ายหมด พร้อมโน้มน้าวให้ผู้สมัคร สว.ที่ผ่านการคัดเลือก มาช่วยบล็อกตำแหน่ง และมีการเสนอตำแหน่งผู้ช่วย สว.ให้ พร้อมเงินเดือนเป็นการตอบแทนจี้ กกต.ส่ง 229 รายที่ถูกชี้มูลขึ้นศาลเมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าหลักฐานชุดนี้ กกต.อาจไม่นำไปประกอบการพิจารณา นายพริษฐ์ตอบว่า หาก กกต.ทำงานตรงไปตรงมา ต้องนำหลักฐานทุกส่วนมาพิจารณาประกอบกัน การแถลงข่าววันนี้นอกจากสื่อสารต่อสาธารณะแล้ว ยังสื่อสารไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เมื่อถามว่ามีโอกาสที่ กกต.จะพิจารณาคดีฮั้ว สว.แบบเหมาเข่ง นายพริษฐ์ตอบว่า ในเมื่อกรรมการไต่สวนมองว่ามีอย่างน้อย 229 คนที่มีมูลความผิด กกต.ก็ควรดำเนินการทั้งหมด แต่เชื่อว่าคณะทำงานของชุดไต่สวนชุดที่ 26 คงดูหลักฐานดูความเชื่อมโยงของทั้ง 229 คน ประกอบกัน ถึงได้มีมติออกมาว่ามีมูลความผิดอย่างน้อย 229 คน และ กกต.ก็ควรส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาทั้งหมด ตามที่คณะทำงานชุดไต่สวนชุดที่ 26 เสนอขึ้นมารอวิปฝ่ายค้านถกโหวตคว่ำงบฯ 70นายพริษฐ์ยังกล่าวถึงแนวทางการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะโหวตคว่ำเหมือนเดิมหรือไม่ว่า อยากให้รอมติอย่างเป็นทางการของพรรค ปชน. และวิปฝ่ายค้าน ส่วนที่มีการเปิดเผยว่างบประมาณไปกองที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ค่อนข้างเยอะ เป็นข้อสังเกตที่เราเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงงบประมาณจากปี 69 มาถึงปี 70 กระทรวงดีอี โดยเฉพาะบางหน่วยที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport พบว่าได้รับงบฯจำนวนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เรามีผู้อภิปรายเจาะลึกในงบฯของดีอี ส่วนจะทำให้รัฐบาลสะเทือนได้หรือไม่ ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน“เอกนิติ” นั่งประธาน กมธ.โอนงบฯช่วงสายที่รัฐสภามีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 จำนวน 10,328 ล้านบาท ก่อนที่ประชุมมีมติเลือกนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน กมธ.มีรองประธาน 6 คน คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส.นครราชสีมา พรรคประชาชน น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู สส.ลำปาง พรรคกล้าธรรม และนายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย เลขานุการ กมธ. คือ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย และทีมโฆษก กมธ. 3 คน ได้แก่ นางคมคาย อุดรพิมพ์ สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และนายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย อดีต สส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน“วรงค์” ร้อง ป.ป.ช.สอบ “ไชยชนก”ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เอื้อประโยชน์ล็อกสเปกให้บริษัทเอกชนและพวกพ้องหรือไม่ นพ.วรงค์กล่าวว่า มายื่นเรื่องให้ตรวจสอบนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี และนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี รวมถึงผู้เกี่ยวข้องในโครงการนี้ จากการตรวจสอบพบหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการล็อกสเปกเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนคนใกล้ชิดบริษัทหนึ่ง“นฤชา” แย้มปลัดภูเก็ตติดบ่วงอาญาวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนฤชาโฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ให้สัมภาษณ์กรณีมีคำสั่งให้ปลัดจังหวัดภูเก็ตกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิมว่า เรื่องคดีความต่างๆเป็นกระบวนการต่อไป ถ้าใครมีความผิดและประเด็นอะไรก็ว่ากันต่อไป เมื่อถามว่ามีประเด็นอื่นที่นอกเหนือจากการดึงให้ไปช่วยราชการหรือไม่ นายนฤชาตอบว่า ประเด็นอื่นอยู่ในกระบวนการ ส่วนเรื่องคดีอาญาเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานสอบสวนต้องว่ากันไป เมื่อถามย้ำว่าเป็นเรื่องคดีอาญาเกี่ยวกับอะไร นายนฤชาตอบว่า พวกเราก็รู้อยู่แล้วว่าเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับในพื้นที่ภูเก็ตใช่หรือไม่ นายนฤชาพยักหน้ารับว่า ก็เกี่ยวข้อง เมื่อถามว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินทองหรือผลประโยชน์อะไร นายนฤชาตอบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกันทั้งหมดนายกฯแจงส่งตัวกลับตามขั้นตอนต่อมาช่วงเย็น ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ขณะเดินชมงาน “OTOP Midyear 2026 ไทยช่วยไทยสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาสู่ระดับสากล” หลังยกเลิกกำหนดการเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กรณีมีคำสั่งให้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต กลับไปปฏิบัติราชการต้นสังกัดเดิมว่า นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ดำเนินการและรายงานแล้ว เนื่องจากครบ 30 วันของการตรวจสอบ แต่การตรวจสอบไม่ได้หยุดยังคงเดินหน้าต่อ ทุกเรื่องก็เป็นหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ถ้าไม่ผิดก็ไม่ผิด แต่ถ้าผิดต้องว่ากันต่อตามกฎหมายปปป.ตะครุบ “ปลัดภูเก็ต” เรียกรับกระทั่งเวลา 19.00 น. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธุ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.5 บก.ป. นำกำลังพร้อมหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 จับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต กรณีถูกกล่าวหาว่าเรียกรับผลประโยชน์ในการเซ็นใบอนุญาตการก่อสร้างในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และกำลังนำตัวไปกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อดำเนินการต่อไปกทม.พร้อมรับฝนหนักวันเลือกตั้งอีกเรื่อง นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพ มหานคร กล่าวถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 28 มิ.ย.ว่า กทม.เตรียมความพร้อมรับมือฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงวันเลือกตั้ง จัดทำแผนเผชิญเหตุกรณีเกิดน้ำท่วมฉุกเฉิน มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำร่วมกับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เตรียมพร้อมระบบระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำ ตรวจสอบสถานีสูบน้ำ บ่อสูบน้ำ ประตูระบายน้ำและระบบไฟฟ้า ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมจัดเตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง รถสูบน้ำเคลื่อนที่ รวมทั้งควบคุมระดับน้ำ จัดกำลังเจ้าหน้าที่และหน่วยเร่งด่วนประจำพื้นที่ หน่วยเร่งด่วนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมตลอดวันเลือกตั้ง “ภายหลังปิดหีบลงคะแนนในเวลา 17.00 น. และเข้าสู่กระบวนการนับคะแนน ประชาชนสามารถร่วมติดตามและตรวจสอบผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง ส.ก. และผู้ว่าฯ กทม. ได้ผ่านเว็บไซต์ www.เลือกตั้งกรุงเทพ69.com ที่จะรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการและอัปเดตความคืบหน้าต่อเนื่อง“ชัชชาติ” อัดโปรไฟไหม้ 24 ชั่วโมงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทีมชัชชาติ จัดโปรแกรมทริปไฟไหม้ โค้งสุดท้าย เดินสายหาเสียง 24 ชั่วโมง ให้ครบ 50 เขต รอบ กรุงเทพฯ ทั้งเดินและขึ้นรถแห่ ไปยังย่านสำคัญ พร้อมไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก : ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ ยูทูบ : ทีมชัชชาติ ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. เวลา 18.00 น. ถึงวันที่ 27 มิ.ย. เวลา 18.00 น. ทั้งนี้ นายชัชชาตินัดรวมพลจุดสตาร์ต เวลา 18.00 น. ที่สกายวอล์ก ช่องนนทรี จากนั้นเคลื่อนขบวนไปพบปะประชาชนบริเวณลานด้านหน้าสวนลุมพินี ปากคลองตลาด ถนนข้าวสาร และเวลา 22.00-04.00 น. ขึ้นรถแห่ไปยัง 15 เขต ก่อนที่จะไปตลาดมีนบุรี ต่อด้วยสวนลุมพินี สวนเบญจกิติ วงเวียนใหญ่ ตลาดใหม่ทุ่งครุ ตลาดสดธนบุรี BTS สะพานตากสิน และปิดจบที่สยามสแควร์ปชน.ลุยฝนเติมกรุงเทพให้เต็ม 10ช่วงเย็นที่บริเวณลานน้ำพุ สวนเบญจกิติ พรรค ปชน. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่สนาม กทม.โค้งสุดท้าย ภายใต้ชื่อ “เติมกรุงเทพให้เต็ม 10” รณรงค์หาเสียงให้กับนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. และทีมผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 เขต ท่ามกลางกลุ่มเมฆฝนก่อตัวหนาทึบ และเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้บรรดาแฟนคลับพากันเข้าไปหลบฝนในศูนย์การประชุมสิริกิติ์ มีบางส่วนที่ยังคงกางร่มจับจองพื้นที่ มีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.พรรค ปชน.ขึ้นเปิดเวทีเป็นคนแรกอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่