“ความเครียด” คือปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกาย...จิตใจต่อสถานการณ์ต่างๆ สัญญาณเตือนภาวะ เครียดสะสม...ทางร่างกาย เหนื่อยง่าย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว หัวใจเต้นเร็ว ระบบย่อยอาหารแปรปรวน...ทางจิตใจและอารมณ์ หงุดหงิดง่าย ว้าวุ่นใจ รู้สึกเบื่อหน่าย แยกตัวออกจากสังคมผลกระทบระยะยาว...อาจเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะ และภาวะซึมเศร้า หากคุณมีอาการเหล่านี้ อาจกำลังเผชิญกับภาวะเครียดโดยไม่รู้ตัวเจนวาย หรือ Gen Y เริ่มเบื่อโลก และกลายเป็น “อินโทรเวิร์ต” เร็วกว่ารุ่นก่อน?...“ไทยรัฐออนไลน์” นำเสนอเรื่องราวน่าสนใจนี้ไว้ ด้วยปัจจุบันคน Gen Y เริ่มมีพฤติกรรม “เบื่อโลก” และหันมานิยามตัวเองว่าเป็น “อินโทรเวิร์ต” หรือรักความสันโดษเร็วกว่าคนรุ่นก่อนๆอย่างเห็นได้ชัดคำถามคือ...อะไรคือสาเหตุ? คำตอบคือ “เจนวาย” คือกลุ่มคนที่กำลังอยู่ในช่วงวัยทำงานหลัก (อายุประมาณ 28-45 ปี) ซึ่งเป็นช่วงชีวิตที่ต้องรับแรงกดดันจากรอบทิศทาง ต้องดูแลพ่อแม่วัยเกษียณ ต้องเลี้ยงดูประคับประคองลูกๆ (สำหรับคนที่มีครอบครัว)...ต้องเผชิญความคาดหวังในที่ทำงานและการแข่งขันที่สูงลิ่วชาวเจนวายเผชิญกับภาวะความเครียดและหมดไฟในระดับที่สูงมากอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยหลักมาจากความกังวลด้านค่าครองชีพและความก้าวหน้าในอาชีพ เมื่อพลังงานในชีวิตถูกใช้ไปกับการแก้ปัญหาและแบกรับความรับผิดชอบจนหมด กลไกการป้องกันตัวเองจึงทำงานด้วยการ “ปิดสวิตช์” จากสังคมภายนอกเพื่อเก็บ “พลังงาน” ที่เหลืออยู่น้อยนิดไว้กับ “ตัวเอง”“เจนวาย” คือรุ่นที่เติบโตมาพร้อมกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ใช้ชีวิตกึ่งหนึ่งบนโลกออนไลน์ จนกลายเป็นดาบสองคม...เสพติดการเปรียบเทียบ การเห็นภาพชีวิตดีๆ ความสำเร็จ หรือความร่ำรวยของคนอื่น กระตุ้นให้เกิดภาวะกลัวตกกระแสหรือกลัวพลาดโอกาสสำคัญ และรู้สึกว่าตัวเองยังดีไม่พอผนวกกับความสิ้นหวังในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจเป็นอีกหนึ่งตัวเร่งสำคัญ เจนวายเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์...โรคระบาดครั้งใหญ่ มาจนถึงภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันเมื่อความพยายามอย่างหนักไม่ตอบโจทย์ความสำเร็จเหมือนคนรุ่นพ่อแม่ เจนวายจึงเริ่มตั้งคำถามกับคุณค่าของการดิ้นรน และเลือกที่จะ “เบื่อโลก” แล้วหันมาโฟกัสกับความสุขเล็กๆในพื้นที่ส่วนตัวแทนผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาหลายคนชี้ว่า หลายคนที่บอกว่าตัวเองเป็นอินโทรเวิร์ตในตอนนี้ แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่เนื้อแท้มาตั้งแต่เกิด แต่เป็น...คนที่มีพฤติกรรมเก็บตัวจากสถานการณ์บังคับประเด็นสำคัญคือ...“เบื่อโลกได้ เก็บตัวได้ แต่ต้องไม่ลืมดูแลใจตัวเอง” การที่ชาวเจนวายเริ่มเบื่อโลกและรักสันโดษมากขึ้นไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายและจิตใจว่า “เรากำลังเหนื่อยเกินไปแล้ว” การเลือกที่จะปฏิเสธสังคมบ้าง ปิดมือถือบ้าง หรือนอนนิ่งๆอยู่ในเซฟโซนของตัวเอง คือวิธีรีชาร์จแบตเตอรี่ที่ดีที่สุดแต่...หากความรู้สึก “เบื่อโลก” เริ่มเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวัง ดิ่ง หรือไม่อยากทำสิ่งที่เคยชอบ การหันไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญหรือนักจิตวิทยาก็เป็นทางออกที่ดี ที่จะช่วยให้ชาวเจนวายผ่านช่วงวัยนี้ไปได้อย่างแข็งแรง...อาจจะเริ่มต้นด้วยบรรเทาความเครียดได้ด้วยวิธีง่ายๆในชีวิตประจำวันด้วยตัวเอง...ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจัดสรรเวลาในแต่ละวันให้สมดุล ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หาเวลาพักผ่อนด้วยกิจกรรมที่ชอบ...ฝึกผ่อนคลาย ลองนั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจ หรือปรับความคิดให้มองโลกในแง่บวก ที่สำคัญ ...หลีกเลี่ยงข่าวสารที่ทำให้จิตตก การเสพข่าวมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะเครียดจากการไถจอได้พลิกแฟ้มข้อมูลจาก Mental Health Check–In (MHCI) กรมสุขภาพจิต เสมือน “เทอร์โมมิเตอร์” ที่วัดอุณหภูมิความเครียดและความเปราะบางทางจิตใจของคนไทย จะเห็นภาพสะท้อนที่น่าสนใจและน่ากังวล ช่วงปี 2564 (โควิด-19) เปรียบเสมือน “ภาวะวิกฤติเฉียบพลัน” ความเครียดพุ่งสูงจากการปรับตัวที่รวดเร็วเกินไปช่วงปี 2566–2567 เปรียบเสมือน “ภาวะเหนื่อยล้าสะสม” โดยเฉพาะในวัยเรียน วัยทำงาน...ความเครียดเปลี่ยนจากความกลัวมาเป็นความกังวลเรื่องอนาคต การเรียน และภาระทางการเงิน ช่วงปี 2568–ปัจจุบัน คือ “ยุคแห่งความเปราะบางและสังคมที่หมุนเร็ว” เข้าสู่ “ภาวะเคยชินกับความกดดัน”แต่...ในขณะเดียวกันก็เป็นภาวะที่ “เปราะบางทางจิตใจสูงที่สุด” มีแนวโน้มความกังวลจาก “ความเครียด” สู่ “ความไร้ความหวัง”...ความกังวลต่อการเอาตัวรอดทั้งเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น การแข่งขันในตลาดงานที่ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีเอไอ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทำให้หลายคนอาจจะรู้สึกว่า “ขยันเท่าเดิมแต่ได้น้อยลง” ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความเครียดเรื้อรังที่ลึกกว่าเดิม...น่าสนใจว่าเทรนด์ของ “ภาวะสิ้นหวัง” คนจำนวนมากรู้สึกว่าพยายามไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ซึ่งเป็นตัวเร่งสำคัญที่นำไปสู่ความเสี่ยงด้านภาวะซึมเศร้าและการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างไรก็ตาม กลุ่มที่น่ากังวลยังคงเป็น “เยาวชนไทย” ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ...เยาวชนและคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุดในยุคปัจจุบัน ข้อมูลระบุชัดเจนว่าเยาวชนมีความเครียดสูง ภาวะหมดไฟในการเรียนและเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้ามากกว่ากลุ่มอายุอื่นอย่างมีนัยสำคัญโดยมีปัจจัยกระตุ้นที่ไม่ได้มีแค่เรื่องการเรียน แต่เป็นเรื่องการถูกกลั่นแกล้งทั้งในโรงเรียนและออนไลน์ รวมถึงความกังวลด้านเศรษฐกิจของครอบครัวที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กโดยตรงเปรียบเสมือนคนที่มี “ความอ่อนล้าเรื้อรัง” ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารเพียงพอ...ไม่มีพลังใจ...“พลังสุขภาพจิตต่ำ” ทำให้เมื่อเจอเรื่องกระทบจิตใจเพียงเล็กน้อยก็พร้อมจะ “ล้ม” ได้ง่ายกว่าปัจจุบัน “สุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องของคนป่วยแต่เป็นเรื่องของทุกคน” การที่คนไทยมีความเครียดสะสม...หมดไฟมากขึ้นเรื่อยๆเป็นสัญญาณเตือนว่า “โครงสร้างสังคม” เรากำลังตึงเครียดเกินไป.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม