“อนุทิน” นำทีมแจง พ.ร.บ.โอนงบฯหมื่นล้าน การันตีคุ้มค่า-โปร่งใส-สัมฤทธิผล ฝ่ายค้านรุมชำแหละ“ไหม” ซัดล้วงงบลงทุนได้ไม่คุ้มเสีย ไร้ภาวะผู้นำชักหน้าไม่ถึงหลัง “กรณ์” เหน็บ พ.ร.บ.เป็ดง่อย ทำเป็นเด็กเล่นขายของ ฉะการคลังพ่ายให้การเมือง “อภิสิทธิ์” บ่นผิดหวังแต่ต้องรับหลักการ “เอกนิติ” โอดเสียใจถูกหมิ่นหงอการเมือง “วรงค์” แหย่รังแตน TH-AI Passport ได้ผล ลูกหาบสีน้ำเงินดาหน้าประท้วง สุดท้ายมติเอกฉันท์ 462 เสียง เห็นชอบหลักการ พ.ร.บ.โอนงบฯ69 “ภาวุธ” อ้างรอรวบรวมข้อมูลจะรีบเข้าพบดีเอสไอเร็วที่สุด ปัดชวนลงทุนแค่แชร์ประสบการณ์ “รุทธพล” เผยออกหมายเรียก “ภาวุธ” แล้ว แย้มโบรกเกอร์ให้ข้อมูลมีประโยชน์ ปค.ส่งตัว “รุ่งเรือง” ปลัดภูเก็ตกลับพื้นที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย นำทีมชี้แจงร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 เงิน 10,328 ล้านบาท ขณะที่ สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านรุมชำแหละทำเหมือนเด็กเล่นขายของ ไม่สามารถเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ตามเจตนา แต่สุดท้ายมติสภาผ่านฉลุยวาระแรก 462 ต่อ 0 เสียง“อนุทิน” นำทีมแจงโอนงบหมื่น ล.เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 จำนวน 10,328 ล้านบาท ตามที่ ครม.เสนอ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย อภิปรายนำเสนอว่า เพื่อให้รัฐบาลแก้ปัญหา ฟื้นฟู บรรเทาผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและสังคม ปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ใช้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 ให้ทันต่อสถานการณ์ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ร่าง พ.ร.บ.นี้สอดคล้องกรอบวินัยการเงินการคลังรายการที่นำมาจัดทำมาจากงบรายจ่ายประจำในรายการที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย หรือชะลอข้อผูกพันได้ อาทิ งบสัมมนา งบฝึกอบรม ประชาสัมพันธ์ หรืองบรายจ่ายลงทุนในรายการปีเดียว หรือรายการผูกพันที่ยังไม่สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ รวมถึงรายการที่ยกเลิกหรือชะลอได้ โดยไม่เกิดความเสียหายกับราชการการันตีคุ้มค่า–โปร่งใส–สัมฤทธิผลนายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลคำนึงการบริหารงบรายจ่ายช่วงไตรมาส 3 และ 4 ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในจำนวน 10,328 ล้านบาท แบ่งเป็นงบรายจ่าย 9,039 ล้านบาท และงบบูรณาการ 1,288 ล้านบาท เมื่อร่าง พ.ร.บ.โอนงบมีผลใช้บังคับ หน่วยรับงบประมาณสามารถขอรับการจัดสรรงบ นำไปทำภารกิจเร่งด่วนหรือจำเป็นได้ตามระเบียบบริหารงบกลางเงินสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น หวังว่า สส.จะรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ให้รัฐบาลนำงบไปใช้เรื่องจำเป็นเร่งด่วน ด้วยความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประเทศชาติ“ไหม” ซัดได้ไม่คุ้มเสียล้วงงบลงทุนต่อมา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า งบที่ถูกตัดส่วนใหญ่ 93% เป็นงบรายจ่ายลงทุน หากปล่อยงบดังกล่าวกว่า 9 พันล้านบาทหมุนเวียนในเศรษฐกิจจะทำให้มีตัวคูณทางเศรษฐกิจสูงกว่านำไปแจก หรือทำโครงการไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลไม่จริงจังกับการจัดลำดับความสำคัญ อ้างแต่นำเงินไว้รองรับภัยพิบัติในอนาคต แต่กลับตัดงบแผนบูรณาการจัดการทรัพยากรน้ำ 1,033 ล้านบาท รวมถึงตัดงบรายจ่ายลงทุน แทนที่จะตัดรายจ่ายประจำ รู้สึกงงว่ารัฐบาลจัดลำดับความสำคัญหรือไม่ หรือแค่ดึงในส่วนที่ดึงได้ แต่ไม่แตะงบที่ไม่มีประสิทธิภาพ สะท้อนความไม่มีภาวะผู้นำ เหมือนรอให้หนี้เพิ่มค่อยวิ่งหาเงิน กลายเป็นช่วยรัฐบาลหมุนเงินที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง แลกกับการชะลอการใช้จ่ายของหน่วยราชการ เมื่อเทียบภาระหนี้ที่ต้องจ่ายกว่า 1.4 แสนล้านบาท ได้ไม่คุ้มเสีย หากรัฐบาลเป็นบริษัทเอกชนถือว่ามีปัญหาการเงินอย่างหนัก เงินหมุนไม่ทันเพราะใช้จ่ายเกินตัว ติดหนี้มหาศาลจากคู่ค้า และคู่ความ ไม่ใช่เป็นหนี้ที่เกิดจากการกู้“กรณ์” เหน็บ พ.ร.บ.เด็กเล่นขายของนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ดูรายละเอียดในร่างแล้วเหมือนเด็กเล่นขายของมากกว่ามาทำงานบริหารการคลังประเทศ เป็น พ.ร.บ.เป็ดง่อย ไม่สามารถเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลนำเงินภาษีไปแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ตามเจตนา จากเดิมที่คิดว่าจะโอนงบได้ 1 แสนล้านบาท และควรออก พ.ร.บ.ฉบับนี้ตั้งแต่เดือน เม.ย. แต่ถูกปล่อยปละละเลยทิ้งเวลานานมากกว่าจะมาออก จึงไม่มีกระทรวงใดอยากคืนงบประมาณให้ ทุกกระทรวงต่างเร่งลงนามในสัญญา แม้ไม่ใช่โครงการเร่งด่วนหรือสำคัญ สุดท้ายจาก 1 แสนล้านบาท จึงเหลือแค่ 1 หมื่นล้านบาท ต้องมีคำอธิบายทำไมเหลือแค่นี้ ผลต่อระบบเศรษฐกิจแทบไม่มี เหมือนรัฐบาลแก้เขินและแก้ต่างในการโอนงบ หลังประกาศไว้ในการแถลงนโยบายรัฐบาล ส่วนแก้ต่างคือ แก้ต่างกับศาลรัฐธรรมนูญ วันนี้การคลังพ่ายให้การเมือง ถ้าพ่ายการเมืองเรื่อยๆ ก็เป็นห่วง รมว.คลัง“วรงค์” แหย่รังแตน TH–AI Passportบรรยากาศเริ่มดุเดือดขึ้นเมื่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี อภิปรายพาดพิงไปถึงโครงการ TH-AI Passport ว่ามีความไม่โปร่งใส ล็อกสเปกโครงการ ทำให้น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่าอภิปรายนอกประเด็น ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงเกิดปะทะคารมกับ นพ.วรงค์ที่ตอบโต้ว่า กลัวหรือไงถึงไม่ให้พูด จนนายโสภณ ประธานการประชุม ตักเตือน นพ.วรงค์ไม่ให้อภิปรายนอกประเด็น ไม่เช่นนั้นจะไม่อนุญาตให้พูดต่อ เพราะไม่เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.โอนงบ ไม่ใช่ปิดปากไม่ให้อภิปราย แต่ นพ.วรงค์ยังพยายามวกมาอภิปรายเรื่องเดิม พร้อมขอให้เปิดสไลด์ประกอบการอภิปราย โดยมี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย สนับสนุน ทำให้ สส.ภูมิใจไทยพากันประท้วง ทำให้บรรยากาศการประชุมไม่ราบรื่น จนนายโสภณใช้อำนาจวินิจฉัยสั่งให้ นพ.วรงค์ยุติการอภิปราย“มาร์ค” บ่นผิดหวังแต่รับหลักการนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า พรรคประชา ธิปัตย์สนับสนุนและพร้อมรับหลักการด้วยความผิดหวังอย่างยิ่ง ช่วงเกิดวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง เราสนับสนุนให้รัฐบาลออกร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ เชื่อว่าถ้ารัฐบาลตั้งใจลดต้นทุนพลังงาน และเร่งโอนงบประมาณเพื่อรองรับสถานการณ์ วันนี้ก็ไม่ต้องกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ฟังคำอธิบายความล่าช้าแล้วแปลกใจ อ้างต้องรอจัดงบประมาณปี 2570 ก่อน ทั้งที่หากย้อนกลับไปไม่เคยมีปีไหนติดขัดเรื่องนี้ เมื่อทำช้าก็ได้เงินน้อย ที่ผ่านมาเกือบทุกปีมีเงินไม่ได้เบิกจ่ายเกินแสนล้านตลอด และแทบไม่เห็นการสั่งการให้หน่วยงานรัฐทบทวนการใช้งบประมาณจริงจัง แค่บอกว่าถ้าโครงการใดยังไม่เซ็นสัญญาให้โอนงบกลับมา เหมือนส่งสัญญาณให้หน่วยงานรัฐเร่งเบิกจ่าย งบที่โอนได้แค่นี้ไม่มีความหมายแก้วิกฤติ รัฐบาลไม่พร้อมบริหารสถานการณ์วิกฤติ อยากโอนงบให้ได้น้อยๆ เพื่อให้กู้เงินได้มากๆ หวังผลทางการเมืองในอนาคตหรือไม่ ถ้าการคลังพ่ายการเมืองเรื่อยๆ ตนเป็นห่วงประเทศมากกว่า“เอกนิติ” เสียใจหมิ่นหงอการเมืองด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ชี้แจงว่า จากวิกฤติซ้อนวิกฤติ ทั้งวิกฤติสงคราม วิกฤติพลังงาน ลามสู่วิกฤติปากท้องประชาชน ยังเจอวิกฤติภัยแล้ง วิกฤติความมั่นคงชายแดนที่ต้องใช้งบดูแล แต่งบประมาณมีจำกัด รัฐบาลต้องบริหารจัดการทุกอย่างต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาสมดุล หลายคนไปเอาข่าวมาว่าจะโอนงบ 1 แสนล้านบาท ทั้งที่โครงการยังไม่เริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเลย ทำให้เหลืออยู่ไม่มากแค่หมื่นล้านบาท รู้สึกเสียใจที่ทุกคนมองว่าการคลังยอมการเมือง ไม่ให้ความสำคัญกับวินัยการเงินการคลัง แต่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินระดับโลก (มูดีส์) ปรับอันดับไทยจากติดลบเป็นมีเสถียรภาพ นี่คือข้อเท็จจริงจากการรักษาวินัยการเงินการคลังคู่กับการดูแลเศรษฐกิจไทย เม็ดเงินที่เหลือนี้จะเอาใช้ในงบกลาง เป็นกระเป๋าสำรองรับมือวิกฤติพลังงาน ภัยแล้ง ยืนยันว่าสิ่งที่ทำไปช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดีกว่าที่คาดเอกฉันท์ 462 เสียงโหวตท่วมท้นกระทั่งเวลา 13.50 น. หลัง สส.อภิปรายครบแล้วที่ประชุมลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 ด้วยคะแนน 462 ต่อ 0 งดออกเสียง 1 ตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ 25 คน มาพิจารณาในวาระ 2 จะประชุม กมธ.ครั้งแรก วันที่ 26 มิ.ย.นี้ โดยรายงานว่ามีการนำเข้าพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 2 ก.ค.“ภาวุธ” อ้างรอข้อมูลเหตุหายหน้าวันเดียวกัน นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ปรากฏตัวครั้งแรกที่รัฐสภาในรอบ 1 สัปดาห์ หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดี Forex ให้สัมภาษณ์ย้ำว่าไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับสแกมเมอร์ และ Forex แชร์ลูกโซ่ หรือธุรกิจอาชญากรรมข้ามชาติ หรือชักชวนใครมาลงทุน พอเห็นว่าดีเอสไอเริ่มตั้งข้อสงสัย จึงกลับไปตรวจสอบข้อมูลในธนาคารทั้งหมด ตนมีหลายธนาคาร บางธนาคารต้องเดินไปที่สาขา ต้องขอย้อนหลังเกือบ 5 ปี ใช้เวลาประมาณ 4-5 วัน ข้อมูลไม่ครบก็ไม่กล้าออกมาพูด อยากให้ครบก่อนจะได้เตรียมข้อมูลไปชี้แจงกับดีเอสไอ เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงใช้เวลาสักพัก ตอนนี้จริงๆข้อมูลยังไม่ครบ เพราะบางธนาคารใช้เวลานานมาก ต้องรออีกนิดหนึ่ง เมื่อได้ข้อมูลครบจะเข้าไปพบกับดีเอสไอให้เร็วที่สุด มั่นใจว่าไม่ได้ผิดอะไร ข้อมูลที่เห็นเป็นการเทรดทองคำ ซื้อ-ขายทองคำล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์ม เมื่อถามว่าเงินที่โอนเข้ามา 28 ล้านบาท 14 ครั้ง ตรวจสอบหรือยังว่ามาจากไหน นายภาวุธตอบว่า ตัวเลขยังมาไม่ครบทุกธนาคาร แต่ไม่ได้เทรดมานานแล้วเพราะเจ๊งเหมือนกันปัดชวนลงทุนแค่แชร์ประสบการณ์ผู้สื่อข่าวถามว่ามีคลิปโปรโมต QRS Global 1 ใน 4 โบรกเกอร์ Forex แถมโชว์รางวัลสะสมแต้มแลกทริปฝรั่งเศส นายภาวุธตอบว่า เวลาเทรดเราต้องหาความรู้ จึงไปเรียนคลาสต่างๆ พอเรียนแล้วเขาก็มาสัมภาษณ์ว่ามีประสบการณ์อย่างไร คลิปจะเป็นลักษณะที่ตนเล่าประสบการณ์ “ไม่ได้เชิญชวนว่า เฮ้ย...ทุกคนมาเทรดกันดีกว่า ไม่มีเลย” แค่เล่าว่าเทรดอย่างไร ได้ความรู้อะไรแค่นี้ ส่วนการแลกของก็เหมือนกับเราไปซื้อของตามร้านค้า สะสมแต้มได้ การเทรดก็มีระบบแต้มสะสม แลกของมาได้เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ตนคนเดียว วันนั้นมีเป็นสิบๆคนที่สัมภาษณ์ ตกใจว่าทำไมมีตนอยู่คนเดียวที่ออกมากลายเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ วันนี้ยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัย หน้าที่คือต้องไปชี้แจง เราเน้นความโปร่งใสอยู่แล้วตามนโยบายพรรค ที่มีข่าวว่าจะลาออก ยืนยันยังไม่ออก ยังไม่หนีไปไหน มั่นใจได้เลยว่าเราพร้อมเข้าสู่กระบวนการ เมื่อถามว่ามีการขุดประวัติบริษัท พบมีความเชื่อมโยงกับบริษัทพี่สาวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นายภาวุธรีบปฏิเสธว่า เรื่องบริษัทเป็นเรื่องที่ต้องชี้แจงกับดีเอสไอ อาจไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่มาชี้แจงตรงนี้ ยืนยันยังทำหน้าที่ สส.อย่างเต็มที่“รุทธพล” เผยออกหมายเรียก “ภาวุธ”พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับคดี Forex เป็นคดีพิเศษว่า พยายามเร่งรัด แต่ธุรกรรมค่อนข้างเยอะ เช่น ธุรกรรมการเงินมีถึง 6-7 หมื่นธุรกรรม ต้องใช้เวลาวิเคราะห์ รวมถึงพยานหลักฐานอื่น ทั้งเอกสาร คอมพิวเตอร์ที่ได้จากปฏิบัติการตรวจค้น 24 จุด เกรงว่าจะล่าช้าจึงต้องตั้งคณะทำงานเพิ่มเจ้าหน้าที่เข้ามาอีก เบื้องต้นให้นโยบายว่าต้องรายงานความคืบหน้าทุก 15 วัน ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเชิญนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เข้าชี้แจงเมื่อไหร่ พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า มีการออกหมายเรียกหลายคน ในนั้นมีนายภาวุธด้วย กำหนดให้มาพบในวันที่ 2 ก.ค. ทุกคนที่ออกหมายเรียกไปมีหมายเหตุว่าหากพร้อมสามารถมาพบพนักงานสอบสวนได้เลย เมื่อถามว่านายภาวุธชี้แจงว่าในคลิปไม่ได้เป็นการโฆษณาเชิญชวน พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า เป็นเรื่องของการรวบรวมพยานหลักฐาน และศาลจะใช้ดุลพินิจตัดสินว่าคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในสื่อเป็นลักษณะการเทรด หรือการชักชวน โฆษณาชวนเชื่อแย้มโบรกเกอร์ให้ข้อมูลมีประโยชน์เมื่อถามว่า ปปง.เริ่มรู้ถึงเส้นเงินแล้วหรือยัง พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า ยังไม่ถึงตรงนั้น ธุรกรรมค่อนข้างเยอะ คงต้องให้เวลาและความเป็นธรรมตรวจสอบให้ละเอียด เมื่อถามถึงกรณีโบรกเกอร์เข้าไปชี้แจงในดีเอสไอว่าดำเนินการถูกกฎหมาย แต่ ธปท.ระบุว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า เท่าที่ทราบมีเรื่องของบริษัท QRS Global เข้ามาชี้แจง ยืนยันเราฟังเสียงทุกฝ่าย จากการสอบถามพนักงานสอบสวนเห็นว่ามีประโยชน์ต่อทางดีเอสไอ ทำให้ทราบในหลายเรื่องที่ดีเอสไอยังไม่ทราบ เหมือนมาเพิ่มเติมในส่วนของพยานหลักฐานว่า ใครเป็นใคร ส่วนบุคคลใดที่สื่อโซเชียลพูดถึงในตอนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวพันกับ QRS ถือว่าเราได้ข้อมูลเพิ่มเติมส่งตัวปลัดจังหวัดภูเก็ตกลับพื้นที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ลงนามในคำสั่งถึง ผวจ.ภูเก็ต เรื่องให้ข้าราชการกลับมาปฏิบัติิราชการต้นสังกัด อ้างถึงคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 1512/2569 ลงวันที่ 20 พ.ค. ตามคำสั่งที่อ้างถึงกรมการปกครองได้ให้ข้าราชการช่วยราชการกรมการปกครองเป็นการประจำทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. ถึงวันที่ 24 มิ.ย. กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงของกรมการปกครองได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ประกอบกับครบกำหนดระยะเวลาตามคำสั่ง กรมการปกครองจึงขอส่งตัวข้าราชการ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต กลับมาปฏิบัติราชการต้นสังกัด ทั้งนี้หากข้าราชการรายดังกล่าวมารายงานตัวเมื่อใด โปรดแจ้งให้กรมการปกครองทราบด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่