“ภาวุธ” ออกโรงแจง ยันไม่เกี่ยวข้องสแกมเมอร์-Forex-ขบวนการแชร์ลูกโซ่-แก๊งธุรกิจข้ามชาติ แค่ลูกค้าเปิดพอร์ตเทรดทองคำ กับ QRS กำลังรวบรวมหลักฐานเข้าชี้แจงต่อดีเอสไอ “ไอซ์” ประกาศกร้าวไม่กลัว “บิดาไชยชนก” แอบห่วง พ.ร.บ.งบฯ 70 ยัดไส้ TH-AI Passport เฟส 2 สวดส่งพวกเชลียร์ปกป้องลูกนาย สั่งเสียคนรุ่นใหม่กล้าหาญ กมธ.พรรคน้ำเงินรับลูกกลุ่มเชียร์ดัน TH-AI Passport ไปต่อ “เอกนัฏ” จ่อรื้อโครงสร้างแยกบัญชีต้นทุนค่าไฟสาธารณะ เลิกยัดค่าไฟส่องทางตกปีละ 1.5-2 หมื่นล้าน ลงไปในค่า FT “อนุทิน” ต่อสายตรงคุยนายกฯออสเตรเลีย ตั้งวงหม่ำกลางวันกับ รมต.เพื่อไทยชื่นมื่น จับตาร่างงบฯ 70 งบกลางฯพุ่งกระฉูด 6.9 แสนล้าน อัดงบยุทธศาสตร์ AI กว่า 6 พันล้านนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ หรือธุรกิจ Forexขบวนการแชร์ลูกโซ่ และขบวนการแก๊งธุรกิจข้ามชาติใดๆ แค่เป็นหนึ่งในลูกค้าที่เปิดพอร์ตเทรดทองคำกับ QRS ตามปกติ พร้อมรวบรวมหลักฐานเข้าชี้แจงต่อดีเอสไอ“อนุทิน” เปิดงาน “อาชีวอนามัย”เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 38 (Thailand Safe@Work 2026) มีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน นายจ้าง ลูกจ้าง เข้าร่วม นายกฯแสดงความยินดีกับสถานประกอบกิจการที่ได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัย พร้อมกล่าวเปิดงานว่า นึกย้อนถึงประสบการณ์การทำงานในอดีต ในฐานะวิศวกรก่อสร้างที่ต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ และมาตรฐานด้านความปลอดภัยในระดับสูง ตลอดการทำงานกว่า 30 ปี เห็นชัดว่าความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จทุกประเภท องค์กรที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงาน จะสามารถยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้ทั่วโลก จากนั้นเดินชมนิทรรศการนวัตกรรมความปลอดภัยอุตสาหกรรมโทร.สายตรงคุยนายกฯออสเตรเลียต่อมาเวลา 12.30 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หารือทางโทรศัพท์กับนายแอนโทนี แอลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยและออสเตรเลีย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายแสดงความยินดีที่จะได้พบกันอีกครั้งในโอกาสอันใกล้ โดยเฉพาะการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการในอนาคต โดยเฉพาะในปีที่ทั้งสองประเทศเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต รวมถึงหารือผลักดันการค้าการลงทุน และความมั่นคงร่วมกันหม่ำกลางวัน รมต.เพื่อไทยชื่นมื่นกระทั่งเวลา 13.00 น. นายอนุทินรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยทั้ง 7 คน อาทิ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัฒกรรม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ จากนั้นนายอนุทินเดินลงมาส่งพร้อมให้สัมภาษณ์ว่า รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยมาทานข้าวกลางวันด้วย พยายามพบกับรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อสร้างความคุ้นเคยหารือร่วมกัน ใครมีอะไรแนะนำหรือบ่นกันก็เอามาบอกตรงนี้ ดีกว่าไปพูดกันข้างนอก เขาไม่บ่นอะไรมีแต่ชม ไม่มีการคุยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีประเด็นเรื่องการเมือง มีแต่การแสดงความปรารถนาดีต่อกัน ให้ความมั่นใจกันว่าจะสนับสนุนให้ภารกิจรัฐบาลบรรลุเป้าหมายไปด้วยกัน“ภาวุธ” โต้เอี่ยวสแกมเมอร์–Forexวันเดียวกัน นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กชี้เเจงว่า ย้ำก่อนว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ไม่ได้ ทำธุรกิจ Forex ไม่เกี่ยวข้องขบวนการแชร์ลูกโซ่ และขบวนการแก๊งธุรกิจข้ามชาติใดๆ เป็นหนึ่งในลูกค้าที่เปิดพอร์ตเทรดทองคำกับ QRS ตามปกติ เท่าที่ทราบมีลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมาก จากภาพที่แชร์กันในสื่อออนไลน์กับความสัมพันธ์ของตนกับผู้บริหาร QRS ตามที่ย้ำไปคือนักเทรดคนหนึ่งเท่านั้น ปกติมีงานพบปะนักเทรดกันอยู่เรื่อยๆ การถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารถือเป็นเรื่องปกติที่หลายท่านก็ถ่ายกัน แต่อาจเพราะเป็นตนเลยถูกจับจ้องเป็นพิเศษ จากคลิปที่เผยแพร่ ขอชี้แจงว่าวันนั้นเข้าไปร่วมงานในฐานะนักเรียน เพื่อศึกษาเทคนิคการดูกราฟ ไม่เคยไปเป็นผู้สอนและไม่เคยชักชวนใครรวบรวมเอกสารเข้าชี้แจงดีเอสไอนายภาวุธระบุอีกว่า และในคลิปเป็นเพียงการสัมภาษณ์แชร์ประสบการณ์การเทรดส่วนตัวทั่วไป ไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อหรือเชิญชวนให้ใครมาสมัครเทรดกับโบรกเกอร์ไหนทั้งสิ้น การเทรดทองที่นี่มีคะแนนสะสม (Reward Points) เหมือนเวลาเราไปซื้อสินค้าแล้วมีแต้มแจก แล้วนำไปแลกของได้ คล้ายกัน ตนนำแต้มจากยอดเทรดไปแลกทริปเดินทางไปต่างประเทศ ตามเงื่อนไขของระบบ ส่วนข้อสงสัยอื่นๆกำลังรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนที่สุด ส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างรอเอกสารจากสถาบันการเงิน ยืนยันว่าเมื่อเอกสารพร้อมจะเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกับดีเอสไอโดยตรงแน่นอน“ไอซ์” กร้าวไม่กลัว “บิดาไชยชนก”ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีไม่พบโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ว่า ขอบคุณที่สำนักงบประมาณตัดโครงการนี้ไป เท่าที่ทราบโครงการนี้ขอ 900 ล้านบาท ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ตัดทิ้งทั้งโครงการ เมื่อถามว่ากังวลอาจมีการสอดไส้เข้ามาทีหลังหรือไม่ น.ส.รักชนกตอบว่า กังวลมาก ต้องติดตามยาวๆว่าจะทำต่อหรือไม่ รวมถึงเฟสหนึ่งด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ต้องกล้าหาญกว่านี้ ไม่รับผิดชอบอะไรเลย ปล่อยให้ข้าราชการประจำเป็นหนังหน้าไฟ ทำตัวเป็นไข่ในหิน “ส่วนตัวหากกลัวว่าพ่อคุณไชยชนกจะทำอะไรหรือไม่ก็คงไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว ชาตินี้ ประเทศนี้ ถ้าพวกเราหนึ่งใน สส.ที่ออกมาพูดเรื่องนี้ หรือตัวดิฉันต้องเป็นอะไรไป อยากให้มีคนรุ่นใหม่ๆ เติมเข้ามา เป็นคนที่กล้าหาญยืนหยัดเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน”สวดส่งพวกเชลียร์ปกป้องลูกนายผู้สื่อข่าวถามว่าฝั่งรัฐบาลตั้งข้อสังเกตว่าที่ฝ่ายค้านออกมาพูดเรื่อง TH-AI Passport เพราะบริษัทในเครือข่ายตัวเองไม่ได้รับงาน น.ส.รักชนกตอบว่าตลกมาก คนที่ออกมาพูดคือประธาน กมธ.การตำรวจจากพรรคภูมิใจไทย เราไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์บริษัทใดบริษัทหนึ่ง เหมือนที่ฝั่งรัฐบาลกำลังทำอยู่ แต่กำลังปกป้องผลประโยชน์ทุกบริษัท ที่เงินก้อนนี้จะมาเป็นเงินสร้างผลประโยชน์ให้อุตสาหกรรมเอไอหรือเทคโนโลยีที่ควรเป็นของทุกคน ก่อนวิพากษ์วิจารณ์ขอให้ตั้งสตินิดหนึ่งอยู่บนข้อเท็จจริง ถ้าไม่ตั้งสติ ในหัวคิดแต่จะปกป้องแต่ลูกนาย วาดลวดลายโชว์นาย หรือแข่งกันออกมาพูดซี้ซั้ว จุดไฟเผาตัวเองผ่านสื่อโชว์ผลงานให้นายเห็น ต้องอับอายต่อสาธารณชนเอง ประชาชนจ่ายเงินภาษีจ้างท่านมาให้เป็นตัวแทนเขา ไม่ใช่มารับใช้กลุ่มอำนาจการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งกลุ่มเชียร์ดัน TH–AI Passport ไปต่อขณะที่นายอลงกต มณีกาศ สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ประธานกรรมาธิการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจาก น.ส.สุจิตรา ทาปลัด ตัวแทนภาคประชาชน และนายปรีชา ศรีประดู่ ตัวแทนภาคธุรกิจ ขอให้เดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ต่อ และควรจัดให้มีระบบติดตามและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ ผลสัมฤทธิ์โครงการ การใช้งบประมาณ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ ขยายโอกาสการเข้าถึงไปยังประชาชนทุกกลุ่มพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพพลังงานจ่อรื้อโครงสร้างค่าไฟใหม่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า กระทรวง กำลังจัดทำแนวทางแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าสาธารณะ ที่ปัจจุบันยังถูกนำไปรวมอยู่ในต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ประชาชนทั่วประเทศต้องร่วมรับภาระ โดยเตรียมเสนอที่ประชุม ครม.ปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาไฟฟ้าในปัจจุบัน ที่มาจากมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ปี 2530 ที่กำหนดให้การไฟฟ้ายกเว้นการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสาธารณะจากหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่หน่วยงานภาครัฐเหล่านั้นจะไม่เรียกเก็บค่าเช่าพื้นที่ในการติดตั้งเสาไฟฟ้า และพาดสายส่งกระแสไฟฟ้า ปัจจุบันต้นทุนค่าไฟสาธารณะ เฉลี่ยอยู่ที่ 10 สต.ต่อหน่วย หรือคิดเป็น 1.5-2 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยวางแนวทางบริหารจัดการแก้ไขปัญหาออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะสั้น (มาตรการเร่งด่วน) จะแยกบัญชีต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากโครงสร้างค่าไฟฟ้าในปัจจุบัน เพื่อไม่ให้นำต้นทุนส่วนนี้ไปมัดรวมอยู่ในค่าไฟฟ้าฐานอีกต่อไป และในระยะยาว (มาตรการยั่งยืน) จะหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการจัดสรรงบประมาณ มารองรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้โดยเฉพาะโยกงบคมนาคมมากสุด 2.4 พัน ล.ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 25 มิ.ย.นี้ วาระสำคัญคือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ตามที่ ครม.เสนอ มีหลักการสำคัญคือการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ของหน่วยรับงบประมาณบางรายการ ไปตั้งไว้ในงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 10,328 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2569 ประเทศไทยเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจและสังคมจากปัจจัยภายในและภายนอก จึงมีภารกิจเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราะงบกลางวงเงิน 9.9 หมื่นล้านบาท ที่มีอยู่เดิมไม่เพียงพอ จำเป็นต้องโอนงบประมาณบางรายการมาแก้ปัญหาฟื้นฟูผลกระทบจากความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาความมั่นคงชายแดน โดยมีการโอนงบประมาณ 19 กระทรวงมาไว้ที่งบกลางฯ กระทรวงที่ถูกโอนงบฯสูงสุด คือ กระทรวงคมนาคม 2,442 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายลงทุน รองลงมา คือ กระทรวงมหาดไทย 1,846 ล้านบาท กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 1,040 ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 837 ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุข 262 ล้านบาทงบกลางฯ 70 พุ่งกระฉูด 6.9 แสน ล.สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษในวันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 2.78 ล้านล้านบาท รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 71,038 ล้านบาท รายจ่ายลงทุน 789,171 ล้านบาท รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 151,520 ล้านบาท เมื่อจำแนกตามกลุ่มงบประมาณพบว่าเป็นรายจ่ายงบกลางมากที่สุด 693,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2569 5.99 หมื่นล้านบาท มีการจัดสรรไว้รองรับผลกระทบจากวิกฤติความผันผวนของราคาพลังงาน 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณรองมาคือกระทรวงการคลัง 440,871 ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ 359,576 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 288,280 ล้านบาทอัดงบยุทธศาสตร์ AI กว่า 6 พันล้านขณะที่ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบปี 70 มี 6 ด้าน ประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 407,165 ล้านบาท 2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 348,427 ล้านบาท ที่มีรายละเอียดแผนงานส่งเสริมและสนับสนุน AI 2 แผนงาน ได้แก่ แผนงานส่งเสริมการวิจัยพัฒนาและสร้างนวัตกรรมทางอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง 4,600 ล้านบาท กับแผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล 1,560 ล้านบาท 3.ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 611,194 ล้านบาท 4.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 960,916 ล้านบาท 5.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 137,507 ล้านบาท 6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ 676,320 ล้านบาทโอ่ พ.ร.ก.กู้เงินกระตุ้น ศก.เติบโตทั้งนี้ ในร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 ยังสรุปภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดจะขยายตัวร้อยละ 1.5-2.5 จากการอุปโภคบริโภค การลงทุนภาคเอกชน และแรงสนับสนุนจาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ (พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) รวมถึงการขยายตัวด้านการส่งออก แต่เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง การชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก รวมถึงภาระหนี้สินภาคครัวเรือน และภาคธุรกิจ ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจไทยปี 2570 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 1.7-2.7 ตามการฟื้นตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจและการค้าโลก ที่จะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของภาคการส่งออกสินค้าและบริการ รวมถึงแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และ พ.ร.ก.กู้เงินอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่