“เสก โลโซ” ออกจากเรือนจำคืนอิสรภาพ หลังได้รับการพักโทษกรณีมีเหตุพิเศษ ในระหว่างคุมประพฤติ 1 ปี 5 เดือน 21 วัน ต้องติดกำไลอีเอ็มจนกว่าจะพ้นโทษ เสกเผยทั้งน้ำตาขอบคุณทุกคนที่ห่วงใย จะไม่ก้าวพลาดอีก พร้อมฟิตร่างกายรับงานคอนเสิร์ต ส่วนคดี “ติ๊ก ชิโร่” นักร้องชื่อดัง ซิ่งรถตู้ชนสองพี่น้องดับ ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปีไม่รอลงอาญา ทนายความยื่นประกัน 2 แสนบาท ศาลสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว“เสก โลโซ” ออกจากเรือนจำแล้ว หลังได้รับการพักโทษ เปิดเผยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง บริเวณด้านหน้าเรือนจำเปิดโซนน้ำตก อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ดำเนินการปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ครบกำหนดได้รับการปล่อยตัวตามหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ 1 ในนั้นคือ “เสก โลโซ” หรือนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย ศิลปินร็อกชื่อดังของเมืองไทย ได้รับการพักการลงโทษ กรณีมีเหตุพิเศษและได้รับการปล่อยตัวในวันดังกล่าว เสก โลโซ เดินนำหน้าพร้อมกับนักโทษที่ได้รับการพักโทษกลุ่มแรกร่วมกันตั้งแถวสวมเสื้อสีขาวและริบบิ้นไว้อาลัย มีนางกานต์ วิภากร ศุขพิมาย ภรรยาเสก โลโซ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง บรรดากองทัพสื่อมวลชน ตลอดจนกลุ่มแฟนคลับ ต่างมารอคอยกันเป็นจำนวนมากสำหรับนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ นักโทษเด็ดขาดในคดีฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ เสพเมทแอมเฟตามีน และ 3,4 เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน ศาลพิพากษาตัดสินคดีกำหนดโทษไว้ 2 ปี 12 เดือน 20 วัน (หักขัง 3 วัน) นับแต่วันที่ 20 พ.ค.2568 จะพ้นโทษในวันที่ 31 พ.ค.2571 ได้รับการคัดเลือกเข้าอบรมโครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ หลักสูตร “การน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตของผู้ต้องขัง” ภายใต้โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา (หลักสูตร 5 เดือน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ณ เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง สังกัดเรือนจำกลางเพชรบุรี มีกำหนดการอบรม ระหว่างวันที่ 23 ม.ค.-23 มิ.ย.2569ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2569 พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 มีผลใช้บังคับ ทำให้นายเสกสรรค์มีสถานะเป็นนักโทษเด็ดขาดเข้าเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามมาตรา 9 (2), 10 (2) จึงได้พระราชทานอภัยลดโทษ 5 เดือน 20 วัน จากกำหนดโทษ 2 ปี 12 เดือน 20 วัน คงเหลือกำหนดโทษ 2 ปี 6 เดือน 30 วัน และจะพ้นโทษในวันที่ 13 ธ.ค.2570ทั้งนี้ เนื่องด้วยนายเสกสรรค์ได้รับความเห็นชอบให้พักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ เมื่อครั้งการประชุมวันที่ 27 พ.ค.2569 และ รมว.ยุติธรรมอนุมัติพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2569 เป็นเหตุให้เรือนจำกลางเพชรบุรีดำเนินการปล่อยตัว นายเสกสรรค์เพื่อเข้าสู่กระบวนการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษเพื่อคุมประพฤติ พร้อมติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวกำไล (EM) นายเสกสรรค์ได้รับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ปี 1 เดือน 9 วัน และมีระยะเวลาคุมประพฤติ 1 ปี 5 เดือน 21 วัน ในระหว่างการคุมประพฤตินายเสกสรรค์จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติของเจ้าหน้าที่จนกว่าจะพ้นโทษการได้รับการปล่อยตัวในครั้งนี้ เสก โลโซ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ขอบคุณชาวไทยทั้งประเทศที่ให้ความรักและสนับสนุนมาตลอด30ปี กราบขอบพระคุณพระองค์ภาที่ทำให้มีโครงการกำลังใจ ตนได้เข้าร่วมอยู่ที่นี่มา 5 เดือน เรียกว่าสำเร็จการอบรมภายใต้หลักสูตรฐานเศรษฐกิจพอเพียง ฉะนั้นจะออกไปดำเนินชีวิตอย่างมั่นคงและปลอดภัยจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง จะดูแลครอบครัวอย่างดี อยู่ในเรือนจำแม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงเวลา 1 ปี 1 เดือน 13 วัน รู้สึกว่ายาวนานมาก ไม่อยากให้ใครก้าวพลาดแบบ ผมอีก ไม่อยากให้ทุกคนไปยุ่งกับยาเสพติดและสิ่งที่ผิดกฎหมาย วันนี้ตนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและก้าวออกมาอย่างปลอดภัยแล้วก็จะไม่หวนกลับไปอีก แม้ว่าจะรู้สึกผูกพันกับน้องๆที่นี่ก็ตาม แต่ก็ไม่อยากอยู่ต่อ สัญญาว่าจะกลับไปให้กำลังใจน้องๆเมื่อมีโอกาส หลังจากนี้จะต้องฟิตร่างกายหัวใจเต็ม 100% เพื่อที่จะลุยเล่นคอนเสิร์ตให้กับแฟนเพลงได้รับชม ในวันที่ 26 มิ.ย. จะมีคอนเสิร์ตชื่อ “รีเบิร์ด” แปลว่าการเกิดใหม่ของตนเป็นคอนเสิร์ตเหมือนแฟนมีตติ้ง ขณะนี้ภรรยารับงานให้เต็มจนถึงปีหน้านางกานต์ ภรรยาเสก เปิดเผยว่า หลังจากที่พี่เสกมาอยู่ที่เรือนจำนี้ ตนมาเช่าบ้านใกล้เรือนจำเพื่อที่จะได้มาเยี่ยมให้บ่อยขึ้น พร้อมกับออกรถคันใหม่ให้เนื่องจากตอนนี้คิวงานของพี่เสกนั้นยาวไปจนถึงสิ้นปี 2570 แล้ว และพี่เสกอยากเล่นคอนเสิร์ตให้กับแฟนเพลงมากๆ เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นแล้ว และก็จะมีโปรเจกต์ใหญ่รออยู่สิ้นปีเช่นเดียวกันส่วนคดี “ติ๊ก ชิโร่” นักร้องชื่อดังเมาแล้วขับชนคนตาย 2 ศพ ที่ห้องพิจารณาคดี 301 ศาลอาญามีนบุรี ถนนสีหบุรานุกิจ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 มิ.ย. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ ฟ้องนายมนัสวิน หรือศักดิ์ นันทเสน หรือติ๊ก ชิโร่ อายุ 64 ปี นักร้องชื่อดังเป็นจำเลย ในความผิดฐานขับขี่รถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายกรณีเมื่อวันที่ 10 ต.ค.2567 เวลา 04.00 น. นายมนัสวิน จำเลย ขับรถตู้พุ่งชนรถ จยย.บริเวณสะพานข้ามถนนเทพรักษ์ ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้ น.ส.เทียรพร ศิวพรพิทักษ์ อายุ 28 ปี และนายจักรภัทร ศิวพรพิทักษ์ อายุ 21 ปี สองพี่น้องเสียชีวิต ขณะเกิดเหตุนายมนัสวิน จำเลย มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 151-166 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ที่กฎหมายกำหนดติ๊ก ชิโร่ เดินทางมาพร้อมกับนางพรรทิรา นันทเสน ภรรยา และทนายความ ขณะที่ฝ่ายผู้เสียชีวิตมีนายจีรวัฒน์ ศิวพรพิทักษ์ และนางหฤทัย อิ่มเอิบ ผู้เป็นพ่อและแม่มาร่วมฟังคำพิพากษาในฐานะโจทก์ร่วมด้วย ในระหว่างการพิจารณาคดีจำเลยได้ชดใช้เยียวยาแก่โจทก์ร่วมเป็นเงินจำนวน 3.5 ล้านบาท เรื่องค่าเสียหายทางแพ่งยังไม่สามารถตกลงกันได้ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานขับขี่รถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 2 ปี พิเคราะห์จากพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว โจทก์ร่วมและจำเลยยังไม่สามารถตกลงค่าเสียหายกันได้ จำเลยได้กระทำความผิดขับรถชนขณะมึนเมาสุราทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ พฤติกรรมมีความร้ายแรงไม่รอการลงโทษและให้ยึดใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ขณะที่ทนายความยื่นประกันตัวให้ติ๊ก ชิโร่ต่อมาศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ ตีราคาหลักประกัน 200,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลกับห้ามกระทำการในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกฟ้องคดีนี้ มิฉะนั้นถือว่าผิดสัญญาประกันด้านนายจีรวัฒน์ ศิวพรพิทักษ์ พ่อของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า แม้จะน้อมรับคำตัดสินของศาล แต่ยังรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากมองว่าบทลงโทษจำคุก 2 ปี เป็นโทษที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการสูญเสียชีวิตของคนถึง 2 คน ส่วนกรณีเรื่องเงินเยียวยายืนยันว่า ที่ผ่านมาระยะเวลาเกือบ 2 ปี ติ๊ก ชิโร่ ไม่เคยติดต่อมา ยอมรับว่ามีการเยียวยาค่าปลงศพและค่ารักษาพยาบาลจริงเป็นจำนวนเงิน 250,000 บาท รวมกับเงิน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และเงินที่ได้จากการเล่นคอนเสิร์ต สำหรับเงินจำนวน 500,000 บาท ที่นำมาวางต่อศาลในวันนี้ หากรวมกับเงินที่เคยจ่ายก่อนหน้านี้ จะทำให้ยอดเงินช่วยเหลือทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาทเท่านั้น ประเด็นการฟ้องร้องทางแพ่งตัวเลขค่าเสียหาย 24 ล้านบาท ไม่ใช่ยอดเรียกร้องที่แท้จริง เป็นเพียงการคำนวณมูลค่าความเสียหายตามหลักกฎหมาย ต้องหารือกับทนายความถึงตัวเลขที่เหมาะสมอีกครั้งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่