สถิตในดวงใจไทยทั้งชาติ รำลึก พระปณิธาน “เจ้าฟ้าพัชร กิติยาภา” เจ้าหญิงนักกฎหมายผู้ทุ่มเทพระวรกายเพื่อคนยากไร้...สายธารพระเมตตาที่ไม่มีวันเลือนหายจากแผ่นดิน แม้กาลเวลาจะหมุนผ่านไปนานเพียงใด แต่ภาพของ “พระองค์ภา” สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าหญิงผู้ทรงมีรอยยิ้มอันอบอุ่นและเปี่ยมด้วยพระเมตตา ยังคงสถิตแน่นอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคนอย่างไม่มีวันเสื่อมคลายบนเส้นทางแห่งการทรงงานอันยาวนาน พระองค์ไม่ได้ทรงเป็นเพียงเจ้าฟ้าผู้สูงศักดิ์หากแต่ทรงเป็น “ที่พึ่ง” เป็น “แสงสว่าง” และเป็น “ผู้หยิบยื่นโอกาส” ให้กับผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสในสังคมอย่างแท้จริงทุกย่างก้าวที่ทรงพระดำเนินไปในอดีตจนถึงปัจจุบัน คือประวัติศาสตร์แห่งความทุ่มเทที่จารึกไว้ด้วยหยาดพระเสโท เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของประชาราษฎร์บนผืนแผ่นดินไทยหากจะกล่าวถึงพระผู้ทรงเป็น “ต้นแบบ” ของความมุ่งมั่นและความยุติธรรม ชื่อของพระองค์ภาจะปรากฏขึ้นมาเป็นอันดับแรกในใจของนักกฎหมายและประชาชนทั่วไปคำถามที่ไม่มีวันต้องการคำตอบ แต่ทว่าดังก้องอยู่ในใจของคนไทยทุกคนในยามนี้คือ “...จะมีเจ้าหญิงพระองค์ใดอีกหนอที่ทรงยอมตรากตรำพระวรกาย เดินสายเข้าไปรับฟังความทุกข์ยากของนักโทษหญิงในเรือนจำและทรงอุทิศพระองค์เพื่อปฏิรูประบบกระบวนการยุติธรรมโลกเพื่อสร้างชีวิตใหม่ให้กับคนที่สังคมเคยหันหลังให้?”หากย้อนมองหน้าประวัติศาสตร์การทรงงาน สิ่งที่ทำให้คนไทยซาบซึ้งและภาคภูมิใจที่สุด คือ การที่พระองค์ทรงเลือกทางเดินที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทรงมุ่งมั่นศึกษาด้านนิติศาสตร์จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกและทรงก้าวเข้าสู่การเป็น “อัยการ” ทำหน้าที่เนื้อนาบุญแห่งความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ภาพที่พระองค์ทรงประทับทำงานในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ณ สำนักงานอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน จังหวัดหนองบัวลำภูและเชียงราย ทรงนั่งพิจารณาสำนวนความด้วยความใส่พระทัย นำมาซึ่งความเลื่อมใสศรัทธาของราษฎรในพื้นที่เป็นอย่างยิ่งความทุ่มเทของพระองค์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศ แต่ทรงนำพาพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลไปประกาศบนเวทีโลก ทรงผลักดัน “ข้อกำหนดกรุงเทพฯ (The Bangkok Rules)” หรือมาตรฐานสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ซึ่งได้รับการยอมรับและประกาศใช้ไปทั่วโลกถือเป็นพระเกียรติยศสูงสุดที่ทรงสร้างไว้ในฐานะ “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” ผู้พลิกโฉมหน้าสิทธิมนุษยชนในเรือนจำ“กำลังใจ”...หลังกำแพงสูง และสายธารแห่งความรอดพ้นจากอุทกภัย เป็นอีกหนึ่งโครงการพระดำริที่สะท้อนถึงเนื้อแท้แห่งพระเมตตาคือ “โครงการกำลังใจฯ” ที่ทรงยื่นพระหัตถ์เข้าไปประคองผู้ต้องขังหญิงและเด็กติดผู้ต้องขังในเรือนจำ ทรงประทานอาชีพ ทรงประทานความหวังและที่สำคัญที่สุดคือทรงประทาน “คุณค่าความเป็นมนุษย์” กลับคืนไปให้พวกเขา เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างภาคภูมิใจไม่เพียงแต่มิติทางกฎหมาย ในยามที่ราษฎรต้องเผชิญกับมหันตภัยธรรมชาติ พระองค์ภาในฐานะประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จะทรงเป็นกำลังหลักในการนำถุงยังชีพพระราชทานไปแจกจ่ายถึงมือผู้ประสบภัยด้วยพระองค์เอง...ทรงลุยน้ำท่วมขังภาพพระวรกายที่ทรงปฏิสันถารกับราษฎรอย่างใกล้ชิดโดยไม่ถือพระองค์ ภาพพระวรกายที่เหน็ดเหนื่อย แต่พระพักตร์ยังคงเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม ได้กลายเป็นโอสถทิพย์ชโลมใจคนไทยในยามวิกฤติเสมอมาคุณูปการอันยิ่งใหญ่ที่ทรงฝากไว้ให้แผ่นดิน ตอกย้ำ... ความทุ่มเทพระวรกายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของพระองค์ภา ได้สร้างรากฐานสำคัญอันเป็นประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติใน 3 มิติหลัก หนึ่ง...การยกระดับสิทธิสตรีและผู้ด้อยโอกาส ทรงทำให้สังคมหันมามองเห็นปัญหาของผู้ต้องขังหญิงและแม่เลี้ยงเดี่ยว มอบโอกาสทางการศึกษาและอาชีพเพื่อตัดวงจรการกระทำผิดซ้ำ ยกระดับภาพลักษณ์กระบวนการยุติธรรมไทยในสายตาชาวโลกสอง...ระบบการบรรเทาสาธารณภัยเชิงรุก ผ่านมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ที่ไม่ได้เพียงแค่แจกของช่วยเหลือยามเกิดภัย แต่ทรงเน้นย้ำเรื่องการเฝ้าระวังและการฟื้นฟูอาชีพอย่างยั่งยืน ให้ชาวบ้านลุกขึ้นยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเองหลังน้ำลดสาม...แรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่ ทรงเป็นแบบอย่างของข้าราชการที่ดี ทรงงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อ่อนน้อมถ่อมตน และทรงใช้ความรู้ความสามารถทางวิชาการขับเคลื่อนงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริงแม้ในห้วงเวลาที่พระองค์ทรงอยู่ระหว่างการรักษาพระอาการประชวรและคนไทยทั้งชาติยังคงร่วมใจกันสวดมนต์ภาวนาส่งพลังใจถวายพระพรให้อย่างไม่มีวันลดละ แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ“ผลงานและพระปณิธานทั้งหมดที่ทรงสร้างไว้ในอดีต ได้กลายเป็นมรดกทางปัญญาและความดีงามที่ฝังรากลึกลงในผืนแผ่นดินไทยเรียบร้อยแล้ว”ความรักและความทุ่มเทที่พระองค์ภาทรงมอบให้แก่ประชาชน จะยังคงเป็นสายธารน้ำใจที่หล่อเลี้ยงหัวใจคนไทย ข้าราชการ และนักกฎหมายทุกคนให้เดินหน้าสานต่อพระราชปณิธาน ทำความดีเพื่อแผ่นดินโดยไม่ย่อท้อ เพราะพระองค์ไม่เคยทรงทอดทิ้งประชาชน...พระปณิธานยังคงอยู่...สถิตในดวงใจไทยชั่วนิรันดร์.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม