สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาอยู่ในจุดเฝ้าระวังอีกครั้ง หลังจากรัฐบาลจีนยอมรับมอบรถถังรุ่น T59D จำนวน 39 คัน ให้กัมพูชานำไปใช้ในการฝึกซ้อมร่วม แม้อ้างว่าเป็นการมอบให้ตามข้อตกลงเดิมปี 2016 และยังไม่มีการเคลื่อนรถถังดังกล่าวมาที่บริเวณแนวชายแดน แต่กองทัพไทยเตรียมยกระดับเฝ้าระวังเข้มข้นขึ้นเพราะท่าที ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา กัมพูชา แสดงอาการแข็งกร้าว ระหว่างลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.บันเตียเมียนเจย ประกาศความมุ่งมั่นทวงคืนดินแดนจากประเทศไทย อ้างถูกทหารไทยยึดครองอย่างผิดกฎหมาย โดยพร้อมใช้ทั้งมาตรการเจรจาทางการทูตอย่างสันติ หรือการใช้กำลังทางทหาร หากมีความจำเป็นฮุน เซน ยังตอกย้ำท่าทีแข็งกร้าวว่ากัมพูชาไม่เดือดร้อน และไม่สนใจ แม้รัฐบาลไทยยังคงปิดด่านชายแดนต่อไปอีก 100 ปี หรือ 500 ปี เพราะไม่ขาดแคลนสินค้าอุปโภค บริโภค เนื่องจากกัมพูชามีศักยภาพผลิตสินค้าที่ต้องการใช้ได้เองในประเทศ หรือนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ทดแทนสินค้าที่เคยนำเข้าจากไทยท่าทีดุดันของฮุน เซน เป็นผลพวงจากการเมืองในประเทศที่ต้องการปลุกกระแสชาตินิยม ฉวยจังหวะการลงพื้นที่เยี่ยมผู้อพยพภัยสงคราม จ.บันเตียเมียนเจย นำประเด็นทวงคืนดินแดนมาพูดหาเสียง เรียกคะแนนนิยม สร้างความชอบธรรมในการครองอำนาจต่อ โชว์ให้เห็นกัมพูชายืนด้วยลำแข้งตัวเองได้ ไม่พึ่งพาประเทศไทยตลอดจนการเดินยุทธศาสตร์เล่นบทเหยื่อ อ้างถูกประเทศไทยรุกล้ำอธิปไตย เพื่อดึงให้องค์กรระหว่างประเทศ เข้ามาแทรกแซงร่วมไกล่เกลี่ยข้อพิพาท กดดันให้ไทยเข้าสู่เวทีเจรจาโลก ผ่านกลไกการปักปันเขตแดนในพื้นที่ทับซ้อน หรือตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ทรัพยากรร่วมกัน ที่กัมพูชามั่นใจจะชิงความได้เปรียบได้ขณะที่ท่าทีรัฐบาล และฝ่ายความมั่นคงของไทย ยืนยันมาตรการแข็งกร้าว ยึดหลักปกป้องอธิปไตยอย่างเข้มแข็ง พร้อมติดตามสถานการณ์พื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด กองทัพบก และกองทัพเรือ สั่งยกระดับการป้องกันชายแดน ทั้งทางบก และทางทะเล พร้อมยืนยันเดินหน้าปิดด่านถาวร จะไม่สั่งเปิดด่านชายแดนอย่างเด็ดขาดกองทัพไทย ดำเนินมาตรการเชิงรุก สร้างความอุ่นใจด้านความปลอดภัยให้ประชาชนตามแนวชายแดนไทย– กัมพูชา เป็นบทพิสูจน์ประเทศไทยพร้อมก้าวเดินบนเส้นทางสันติภาพและมิตรภาพระหว่างประเทศ แต่หากอธิปไตยชาติถูกรุกล้ำ ก็พร้อมปกปักแผ่นดินเกิดอย่างสุดกำลัง ไม่หวั่นไหวต่อท่าทีคุกคามของเพื่อนบ้านเกเร.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม