“ทรัมป์” สั่งกองทัพสหรัฐฯเปิดฉาก โจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ทำลายระบบต่อต้านอากาศยานฐานเรดาร์ คลังน้ำจืดบนเกาะเกชม์ เกาะซิริก เมืองท่าบันดาร์อับบาส ตอบโต้เหตุ ฮ.โจมตีอาปาเช่ ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกในช่องแคบฮอร์มุซ ด้านอิหร่านโต้กลับ ยิงขีปนาวุธและฝูงโดรนถล่มกองเรือที่ 5 และฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดน พร้อมประกาศกร้าว สหรัฐฯ-อิสราเอล ละเมิดหยุดยิง จะได้รับการตอบสนองรุนแรงขึ้น ขณะที่สื่อฯอิสราเอล เผยสหรัฐฯยอมคืนสินทรัพย์อิหร่านที่อายัดไว้ 3 พันล้านดอลลาร์แลกยุติโจมตีอิสราเอลสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน ยังคงอยู่ในทิศทางไม่แน่นอน หลังกองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) ออกแถลงการณ์ยืนยันเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งให้กองทัพสหรัฐฯในภูมิภาค ปฏิบัติการโจมตีต่อประเทศอิหร่านแบบจำกัดวง เพื่อตอบโต้ต่อกรณีเฮลิคอปเตอร์จู่โจมรุ่นอาปาเช่ถูกยิงตกในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ใกล้ชายฝั่งประเทศโอมาน เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นระบุว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุที่เกิดขึ้น โดยเป็นผลงานของโดรนพิฆาตรุ่นชาเฮดของอิหร่าน แต่นักบินสหรัฐฯ ทั้ง 2 นายปลอดภัย ขณะที่สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า เหตุเฮลิคอปเตอร์สหรัฐฯตกไม่ได้เกิดจากการจงใจยิงทั้งนี้ ปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ จำนวน 3 ระลอก มุ่งเน้นเป้าหมายทางการทหารในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ มีรายงานระบบต่อต้านอากาศยาน ฐานเรดาร์ คลังน้ำจืดบนเกาะเกชม์ เกาะซิริก เมืองท่าบันดาร์อับบาส ถูกยิงด้วยจรวดร่อนและจรวดจากเครื่องบินรบ นายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ออกแถลงการณ์ว่าการที่กองทัพสหรัฐฯ ยังคงปฏิบัติการอยู่ใกล้ดินแดนของอิหร่านได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความผิดพลาดที่เกิดจากตัวบุคคล อุบัติเหตุ หรือถูกลูกหลง แต่การโจมตีใดๆ ที่เกิดขึ้นทางอิหร่านจะไม่นิ่งเฉย และถ้าต้องการได้รับความปลอดภัย สหรัฐฯควรถอนกำลังออกไปจากภูมิภาคภายหลังจากกองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้ตัดสินใจใช้ขีปนาวุธมากกว่า 20 ลูก รวมถึงฝูงโดรนพิฆาตโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศอาหรับอีกครั้ง เป้าหมายคือศูนย์บัญชาการกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ในประเทศบาห์เรน ฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในประเทศคูเวต และฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในประเทศจอร์แดน ถือเป็นครั้งแรกที่กองทัพอิหร่านปฏิบัติการโจมตีต่อดินแดนของประเทศจอร์แดนนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯและอิสราเอล กับอิหร่าน อุบัติขึ้นในวันที่ 28 ก.พ. ฝ่ายอิหร่านอ้างว่าขีปนาวุธ 4 ลูกประสบความสำเร็จในการทำลายโรงเก็บเครื่องบินรบพรางเรดาร์รุ่น F-35 และศูนย์บัญชาการของสหรัฐฯ ในจอร์แดน แต่ไม่ได้ยืนยันรายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นในบาห์เรนและคูเวตต่อมากองบัญชาการ CENTCOM ของสหรัฐฯ ประกาศว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้บรรลุเป้าหมายป้องกันตัวเองเป็นที่เรียบร้อย การโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นไปเพื่อตอบโต้เหตุเฮลิคอปเตอร์สหรัฐฯถูกยิงตก และเป็นการโจมตีแบบจำกัดวงมุ่งเน้นเป้าหมายทางการทหาร กองทัพสหรัฐฯยังคงมุ่งมั่นที่จะป้องปรามภัยคุกคามที่ไร้ความชอบธรรมจากอิหร่าน ส่วนกองทัพอิหร่านได้ข่มขู่เพิ่มเติมว่าพวกอาชญากรกองทัพสหรัฐฯควรรับรู้ว่าการคุกคามจะได้รับการตอบสนองที่รุนแรงยิ่งขึ้นและเป็นวงกว้างยิ่งขึ้นส่วนนายอิสมาอิล บากอยี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐฯพยายามบั่นทอนกระบวนการเจรจาทางการทูตด้วยการส่งสารย้อนแย้งเป็นท่าทีและข้อเรียกร้องอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับละเมิดการหยุดยิง เช่นเดียวกับรัฐบาลไซออนนิสต์ (อิสราเอล) ที่ยังละเมิดการหยุดยิงในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง กระบวนการทางการทูตและสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามรบไม่อาจแยกประเด็นจากกันได้ ถือเป็นสองสิ่งที่ต้องนำมารวมกันเพื่อเป็นเครื่องมือในการปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศวันเดียวกัน สำนักข่าวเคเอเอ็นของอิสราเอลรายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลอิหร่านว่า กองทัพอิหร่านตัดสินใจยุติการโจมตีต่อประเทศอิสราเอล ภายหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯยอมตกลงคืนสินทรัพย์ของอิหร่านที่อายัดไว้มูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 96,000 ล้านบาท โดยทางสหรัฐฯมีการประสานงานให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นำเงินสดจำนวนดังกล่าวขนขึ้นเครื่องบินจากกรุงอาบูดาบีไปส่งมอบให้อิหร่านที่กรุงเตหะรานอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่