สนามชิงผู้ว่าฯ กทม.เดือดปุด “คริส โปตระนันทน์” ปูดไม่หยุดอ้างมีผู้ว่าฯเงา จุฬาฯ คอนเนกชันคุมระบบอากง ตั้งอดีต ผอ.เขตชื่อย่อ ปร.ทำมาหากินแผ่เส้นเลือดฝอย โยงใยเซ็งลี้ ผอ.เขตหัวละ 4 ล้าน เก็บส่วย กทม.เฉลี่ยเขตละ 10 ล้านบาท รีดดะหัวคิวต่างชาติค้าขายรายละ 3-5 แสน ค่าตัดต้นไม้ ตรวจบ่อดักไขมันเดือนละ 5 แสน ฝ่ายโยธาฯฟาดใบอนุญาตปีละกว่าพันล้าน ท้าผู้ว่าฯคนดีประกาศจัดการให้สิ้นซาก “ชัชชาติ” ควงลูกชายหาเสียงเขต “จอมทอง-บางขุนเทียน” ปัดไม่รู้-ไม่มีส่วย กทม. บอกอยู่มา 4 ปีถ้ามีทุจริตคงตายไปแล้ว “ต่อศักดิ์” โบ้ยไม่ได้พูดถึงตัวเอง โต้ไม่มีเอี่ยวซื้อขายตำแหน่ง 100 เปอร์เซ็นต์ กรณี “ปารุส” เรื่องเก่าตั้งแต่ปี 66 “กาย” สับ รบ.สร้างภาพ ไม่แก้ปัญหาจริง เน้นตัดสิทธิผู้สูงวัยวืดสิทธิบัตรคนจน “สรศักดิ์” หวด “สีหศักดิ์” เพลี่ยงพล้ำตามเกมกฎหมายกัมพูชาไม่ทันสนามเลือกตั้งชิงผู้ว่าฯ กทม.ดุเดือดขึ้น เมื่อนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อและประธานพรรคเศรษฐกิจ แถลงเปิดหลักฐานอ้างถึงระบบอากง ทั้งซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขตและการเรียกรับผลประโยชน์“คริส” ดับเครื่องชน “ระบบอากง”เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มิ.ย.ที่อาคารเอ็ม กรุ๊ป ถนนวิภาวดีฯ พรรคเศรษฐกิจ นำโดยนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อและประธานพรรคเศรษฐกิจ แถลงเปิดหลักฐานระบบอากงหรือระบบความไม่โปร่งใสภายใน กทม.ว่า การออกมาแถลงไม่ใช่ดิสเครดิต โจมตีทางการเมืองแต่พูดความจริง เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหา ต้องยอมรับว่าการทุจริตใน กทม.ยังมีอยู่จริง แม้แต่อดีตผู้ว่าฯ กทม.ยังยอมรับ จนมีคำถามตามมาว่าอดีตผู้ว่าฯ กทม.ที่เชื่อว่าเป็นคนดี มีความสามารถ แต่ทำไมคนดีคนสุจริตยังบริหาร กทม.ให้บริสุทธิ์ไม่ได้ ดังนั้น ต้องชี้ให้เห็นถึงสาเหตุทำไมการทุจริตยังมีอยู่ ระบบอากงคือคนที่มีเส้นสายใน กทม.ทั้งในงานโยธา มีบริษัทที่รับงานใน กทม. อากงคือเปรียบเหมือนผู้ว่าฯเงา เป็นคนขับเคลื่อนบริหารงาน โดยอดีตผู้ว่าฯ กทม.เป็นแค่ผู้เซ็นชื่อเท่านั้น และยังแต่งตั้งชายปริศนา เรียกว่า “ปร.” อดีต ผอ.เขต เข้ามาทำมาหากินแบบเส้นเลือดฝอย โดยอากงเป็นจุฬาคอนเน็กชันที่อดีตผู้ว่าฯ กทม.รู้จักดีปูดชายปริศนา “ปร.” มือขวาหาประโยชน์นายคริสกล่าวว่า ปัญหาเหล่านี้ได้รับร้องเรียนจากผู้ที่ไม่ได้ขึ้นตำแหน่งมาร้องเรียนและบุคคลต่างๆ ให้ข้อมูลว่าใครอยากเป็น ผอ.เขต ชายปริศนาปร.จะเรียกไปคุย คนที่ปฏิเสธการจ่ายเงิน 4 กิโล จะไม่ได้ขึ้นตำแหน่ง อดีตผู้ว่าฯ กทม.ต้องไปถามผอ.เขตหลายแห่งว่าต้องจ่ายเงินหรือไม่ นอกจากนั้นการบริหารงาน 4 ฝ่ายที่ถูกตั้งข้อสังเกตนำไปหาประโยชน์เป็นการส่วนตัว เช่น ฝ่ายเทศกิจ ที่ปล่อยให้มีต่างชาติเข้ามาทำการค้าขายและเรียกเก็บเงิน 3-5 แสนบาท ส่วนฝ่ายรักษาความสะอาด ที่ใช้ของราชการไปใช้ส่วนตัว เพื่อหาประโยชน์ในการตัดต้นไม้ ขณะที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อม เช่น การตรวจบ่อดักไขมัน เดือนละประมาณ 5 แสนบาท ส่วนฝ่ายโยธาที่มีอำนาจออกใบอนุญาต ได้จำนวนเงินปีละกว่าพันล้านบาท เฉลี่ยต่อเขตเขตละ 10 ล้านบาท จึงเกิดคำถามว่าสุดท้ายเงินที่ขูดรีดไปไหน และทุกสำนักงานเขตถูกตั้งข้อสังเกตเกิดเหตุแบบนี้เกือบทั้งนั้นแฉแทรกแซงโยกย้าย ผอ.เขต–ผู้ตรวจนายคริสกล่าวว่า อดีตผู้ว่าฯ กทม.ไม่สามารถปฏิเสธการรับผิดชอบได้ แต่กลับบอกว่าเจ้าหน้าที่ทำกันเอง จึงต้องถามว่าเงินที่จ่าย 4 โลเหมือนเป็นต้นทุนสัมปทานให้ทำมาหากินได้หรือไม่ เรื่องดังกล่าวเกิดจริงหรือไม่ ขอให้ย้อนไปก่อนหน้านั้นเคยปรากฏข่าว เมื่อวันที่ 5 ก.ย.66 มีข้อความว่านายชัชชาติระบุรับไม่ได้กับการทุจริตและมีการเอ่ยชื่อบุคคล “ป” เช่นกัน จึงเกิดคำถามว่าเป็นคนเดียวกันกับผังในปี 69 ที่มีชายปริศนา “ปร.” ที่มีการเชื่อมโยงกับระบบอากงหรือไม่ รวมถึงกรณีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายให้ ผอ.เขตและผู้ตรวจ 16 คนไปรับตำแหน่งภายในเวลาเพียง 9 วัน โดยไม่สนใจคำสั่งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (กพค.) ที่ให้แก้ไขกฎเกณฑ์ถือเป็นการแทรกแซง ท้าทายโดยไม่สนใจคำสั่ง กพค.หรือไม่ เมื่อถามหาหลักฐานก็มีหลักฐานมาให้ดู และถามกลับว่ากล้ากำจัดระบบอากงออกจาก กทม.และทำตัวเองให้เป็นผู้ว่าฯ กทม.ขับเคลื่อนงานอย่างแท้จริงท้าลั่นฟ้องเลยจะได้ดูหลักฐานกันนายคริสกล่าวว่า เชื่อว่านายชัชชาติมีโอกาสเป็นผู้ว่าฯ กทม.อีกครั้ง จึงเรียกร้องให้กล้าประกาศจัดการระบบอากง ไม่มีการเก็บเงินส่งนายหรือการทำมาหากินของ ผอ.เขตแต่สิ่งที่สงสัยยังเกรงใจระบบอากง เพราะ ผอ.เขต เป็นเครือข่ายที่จะมาจัดการเลือกตั้งหรือไม่ วันนี้เป็นเวลาเหมาะสมที่จะถกเถียงว่าสิ่งที่ตนพูดและได้รับร้องเรียนมีจริงหรือไม่ ที่พูดอยากให้ กทม.ดีขึ้น ผอ.เขตไหนที่จะฟ้องให้มาเลยจะได้ดูหลักฐานกัน เมื่อถามว่าได้ตรวจสอบความไม่โปร่งใสการแต่งตั้งโยกย้ายสมัยก่อนนายชัชชาติหรือไม่ นายคริสตอบว่า เรามี ส.ก.ที่ให้ข้อมูล แต่เรื่องไม่ดังไม่ได้รับความสนใจ จนถึงช่วง 4 ปีหลังเริ่มหนักขึ้น จึงอยากให้แก้ไขตรงนี้ พรรคเศรษฐกิจอยากให้แก้กฎหมายอาญาการให้และรับ ระบุผู้ให้ไม่มีความผิดจะได้ให้เบาะแสข้อมูล และแก้กฎหมาย ป.ป.ช.การยื่นบัญชีทรัพย์สิน ให้ ผอ.เขตต้องแสดงและเปิดเผยรายละเอียดบัญชีทรัพย์สินด้วย“ชาญเทพ” ได้ทีโวลับมีดปราบโกงขณะที่ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช หรือ “บิ๊กหยม“ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 12 กล่าวว่า หากได้รับเลือกไปเป็นผู้ว่าฯ กทม. มีนโยบายเอาผิดการทุจริต ตั้งคณะกรรมการสอบเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หากพบว่าผิดต้องไล่ออก“ชัชชาติ” ควงลูกชายช่วยเดินหาเสียงช่วงเช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม. ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 พร้อมทีมงาน ขึ้นรถแห่หาเสียงลงพื้นที่เขตจอมทอง-บางขุนเทียน โดยนายชัชชาติสีหน้ายิ้มแย้ม มีกำลังใจดีเป็นพิเศษ เพราะมี “แสนดี” แสนปิติ สิทธิพันธุ์ บุตรชายที่เพิ่งกลับมาจากสหรัฐฯมาช่วยลงพื้นที่หาเสียงด้วย นายชัชชาติกล่าวว่า ได้พบกับนายสารัช ม่วงศิริ ผู้สมัคร ส.ก.กลุ่มคนทำงาน ได้พูดคุยกันว่าในพื้นที่มีปัญหาอะไรที่ต้องนำไปปรับเป็นนโยบายในพื้นที่นี้มีประชากรอยู่จำนวนมาก ถนนหนทาง ผู้สูงอายุเยอะ อีกทั้ง รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน จะพัฒนาเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร ไม่ให้ผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงแต่มาติดเพื่อนแทน การที่บุตรชายมาช่วยหาเสียงด้วยยังกังวลว่าจะทำได้หรือไม่ เพราะไม่ได้สมัครเป็นผู้ช่วยหาเสียง แต่ทีมกฎหมายระบุว่าหากเป็นลูกผู้สมัครทำได้ แต่ยังให้นิ่งและยืนยิ้มโบกมืออย่างเดียวกลัวพูดผิด เมื่อมีลูกมาอยู่ใกล้ๆ ถือว่าเป็นกำลังใจที่ดี เพราะเราสนิทกันอยู่ใกล้กันก็มีความสุข ส่วนที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ระบุว่า การติดป้ายโฆษณาหาเสียงของตน เป็นพื้นที่ที่ทีมงานพรรค ปชน.เคยไปติดต่อขอ ติดตั้ง แต่กลับไม่สามารถติดตั้งได้ ไม่ทราบจริงๆแต่ใจจริงแล้วไม่อยากให้เกิดการเลือกปฏิบัติ หากรู้ว่ามีการเลือกปฏิบัติจะไปถอนโฆษณาที่นั่นออก ไม่อยากให้เกิดเรื่องว่าไม่ให้คนนี้ แต่มาให้เรา เพราะไม่แฟร์ปัดไม่รู้ ไม่มีเซ็งลี้ ผอ.เขต–ส่วย กทม.เมื่อถามถึงกรณีนายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ แถลงข่าวเปิดข้อมูลอ้างเกี่ยวพันขบวนการทุจริตของระบบอากงและในสำนักงานเขตของ กทม. นายชัชชาติกล่าวว่า ไม่ทราบเลยถ้าเกิดมีเรื่องแบบนี้ต้องมีคนมาบอกแล้ว ถ้าการเรียกเงินคงจะต้องรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ได้ถามนายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งรู้จักกับคนใน กทม.ดีอยู่แล้วก็บอกว่าไม่มี การซื้อขายตำแหน่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ ใครเคยทำอะไรมาเราไม่รับทราบ สำหรับตนไม่ทำ การเอาคนทุจริตมาอยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร สุดท้ายแล้วเขาเป็นเจ้านายเรา เพราะเขาจ่ายเงินให้เราแล้ว ต้องหาเงินทดแทนในสิ่งที่จ่ายเรามา สุดท้ายเจ๊งกันใหญ่แล้วก็ไม่มีผลงานเกิดขึ้นฟุ้ง 4 ปีถ้ามีทุจริตคงตายไปแล้ว“การทำงานในรอบ 4 ปีที่ผ่านมาคิดว่าทำงานได้ดี เพราะเอาคนดีเข้ามาตำแหน่ง เรื่องทุจริตถ้ามีจริง ผมคงตายไปแล้ว เพราะมีคนจ้อง เพราะมี ส.ก.จากทุกพรรคที่คอยตรวจสอบอยู่ เรามาด้วยตัวคนเดียวไม่มี ส.ก.ในมือ ถือเป็นระบบ Check and balance ที่สมบูรณ์ ส่วนการโยกย้าย ผอ.เขต เป็นไปตามระบบความรู้ความสามารถ เป็นไปตามเกณฑ์ เชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง”นายชัชชาติกล่าว“ต่อศักดิ์” พลิ้วไม่ได้พูดถึงตัวเองด้านนายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ว่า คิดว่าความจริงมันก็คือความจริง ต้องให้สังคมเห็นเอง แต่บังเอิญเขาไม่พูดถึงตนเลยในวันนี้ ฉะนั้นเราคงไม่ควรจะตอบเขา ส่วนคนใกล้ชิดที่มีการระบุตัวอักษรย่อป ร.นั้น เขาก็ไม่ได้บอกชื่อ ความจริงคนใกล้ชิดตนมีเยอะกว่านั้นเยอะแยะเลย เราไม่รู้จะตอบยังไง ถ้าเขาลอยมาเราก็ลอยไป เมื่อถามว่ามีการอ้างอิงถึงนายปารุส อรหัตมานัส อดีต ผอ.เขตวังทองหลางที่เคยให้ข่าวไว้ตั้งแต่ปี 66 นายต่อศักดิ์กล่าวว่า มันนาน เก่าแล้วตั้งแต่ปี 66 แล้ว ตอนหลังเขาก็ไม่ได้เกี่ยวข้องเลยยันไม่เกี่ยวข้องเซ็งลี้เก้าอี้ 100%นายต่อศักดิ์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามได้มีการให้ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ อัดเทปอยู่ แต่คิดว่าวันนี้เขาระมัดระวังมากขึ้น มันต้องสร้างสรรค์ ต่อไปเราจะทำระบบอากง AI และสำหรับตนนอกจากไม่ยึดโทรศัพท์แล้ว ยังให้ใช้โทรศัพท์และใช้โน้ตบุ๊ก LM ด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการระบุว่าไปคุยกันที่เซฟเฮาส์ย่านสุทธิสาร นายต่อศักดิ์กล่าวว่า ไม่มี จะกล้าไปหรือ เมียผมดุจะตาย ทั้งนี้เราต้องเชื่อมั่นในความจริง สิ่งสำคัญคือการเมืองถ้าไม่เริ่มต้นจากความจริง ทุกอย่างจะไม่เรียบร้อยและจะไปกันยาก ไม่กังวลที่จะมีการเปิดหลักฐานรอบใหม่ การเมืองก็เป็นแบบนี้ ยืนยันว่าไม่มีการเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้พูดกับหัวหน้าหน่วยงาน พูดทุกที่ว่าใครเสียตังค์ไปก็เป็นเรื่องของคุณเอง ส่วนตนได้พวงมาลัยแล้วไปไหว้พระด้วยกันเท่านั้นเอง และการที่มาโจมตีตนในระบบอากง คิดว่าตัวเองอายุเยอะแล้วต้องดูแลน้องๆ ถ้าเขาจะไปฟ้องร้องก็ว่าไปตามคดีทีม ปชป.หาเสียง “สวนหลวง–ประเวศ”เมื่อเวลา 06.30 น. ที่สวนหลวง ร.9 เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เบอร์ 5 พร้อม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และคณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช นายสกลธี ภัททิยกุล นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ร่วมลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงให้นายอนุชาและทีมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพ มหานคร (ส.ก.) เขตสวนหลวง-ประเวศ มีนายณัช กรณ์ เชิดชูกิจกุล ผู้สมัคร ส.ก.เขตสวนหลวงเบอร์ 5 นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล ผู้สมัคร ส.ก.เขตประเวศ เบอร์ 5 นายตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ ผู้สมัคร ส.ก.เขตพระโขนงเบอร์ 4 และนายศิวโรจณ์ แสงจรัสโชติ ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางนา เบอร์ 1 พรรค ปชป. ร่วมลงพื้นที่ด้วย นายอนุชาทักทายประชาชนกลุ่มคนรักษ์สุขภาพที่มาออกกำลังกายและเดิน-วิ่ง พร้อมทดสอบอุปกรณ์การออกกำลังกายในสวนหลวง ร.9 ด้วยชูเพิ่มพื้นที่สาธารณะปลอดภัยนายอนุชากล่าวว่า เช้านี้ลงพื้นที่สวนหลวง ร.9 ต้องการเห็นการเชื่อมต่อไปที่บึงหนองบอนที่ต้องมุ่งเน้นเพิ่มการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สวนสาธารณะ แม้จะมีกล้องวงจรปิดแล้ว แต่ยังต้องมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตรามากขึ้น อาจมีมิจฉาชีพปะปนเข้ามา มีหลายจุดยังไม่มีกล้อง CCTV และควรมีที่นั่งพักเพิ่มขึ้น รวมถึงการบำรุงรักษาดูแลต้นไม้ พันธุ์ไม้ในสวนบางจุดยังดูแห้งแล้ง อาคารต่างๆในสวนสาธารณะไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ ต้องพัฒนาบริหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด อยากให้ กทม.จัดอุปกรณ์ออกกำลังกายย้ายเข้าร่มเพราะอุปกรณ์ตากแดด ตากฝน อายุการใช้งานน้อยลงและบำรุงรักษายาก อีกเรื่องการพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าของ กทม.แต่ละเขต ประชาชนต้องการแตกต่างกัน ทีมพรรค ปชป.มีนโยบายวินวินทั้งสองฝ่าย ต้องคุยภาษีที่ดิน ภาษีโรงเรือนกับประชาชนในพื้นที่อยากให้เป็นอะไร และเจ้าของที่เราจะไปถามว่าถ้าปลูกสวนอาจได้ลดภาษี แต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่ แต่ถ้าใช้ทำประโยชน์เป็นสวนสาธารณะหรืออื่นๆ ทำแน่ เพราะเรามีผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต ต้องเอกซเรย์ดูแต่ละพื้นที่ว่าตรงไหนสามารถเอามาทำประโยชน์อะไรได้เพิ่มบ้างย้ำการเมืองสุจริต สวนส่วย กทม.เมื่อถามว่าตอนนี้มีการพูดถึงส่วยใน กทม.นายอนุชากล่าวว่า นายอภิสิทธิ์มาเป็นหัวหน้าพรรคประกาศเน้นทำการเมืองสุจริต กทม.ก็ตรวจสอบได้ สัปดาห์ก่อนพรรคเปิดแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ติดตามการใช้งบฯส่วนราชการได้ ถ้าเกิดการร้องเรียนประเด็นอะไรกับผู้บริหารทุกระดับ มีความผิดปกติตรงไหน และพรรค ปชป.ไม่ต้องรอให้ศาลตัดสิน เราแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองได้ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้ว ส่วนผลโพลที่ยังตามหลังผู้สมัครคนอื่น ยิ่งดี ยิ่งเราตามมากเท่าไหร่ ประชาชนยิ่งให้กำลังใจมากขึ้นเท่านั้น ทีม ปชป.ส่งทั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.50 ทำงานเป็นทีม ชาวบ้านตอบรับดีขึ้น แฟนคลับเก่ายืนยันจะกลับมาเลือก ทำให้ต้องทำงานมากขึ้นเป็นคำมั่นสัญญาหนุนรัฐเข้มปราบแก๊งต่างชาติ–ขรก.ชั่ว ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีนายกฯประชุมปราบอาชญากรรมจะไม่ให้ต่างชาติเข้ามาใช้ประโยชน์ในไทยว่า รับฟังคำร้องเรียนหลายพื้นที่เป็นปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ด้วย ต้องยอมรับว่าคนไทยบางส่วนเข้าไปร่วมกระบวนการ พรรคสนับสนุนให้จัดการจริงจัง แต่ไม่อยากให้ทำสร้างกระแสชั่วระยะเวลา แต่ต้องบังคับใช้กฎหมายจริงจัง ไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดกระทบภาพลักษณ์ ก่อนหน้านี้ชูเป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่พอมีข่าวแบบนี้จะทำให้คนไม่กล้าไปเที่ยวอีก เราไม่ได้ว่าคนต่างชาติไม่ว่าแรงงานหรือนักลงทุนล้วนจำเป็นกับระบบเศรษฐกิจไทย แต่ต้องทำความชัดเจนว่า 1.ต้องปฏิบัติตามกฎตามกฎหมายเข้มงวดจริงจัง 2.รัฐบาลออกแบบนโยบายว่าการลงทุนเชื่อมโยงคนไทยให้มีโอกาสให้มีรายได้มากขึ้นมากกว่าสร้างอาณาจักรของตัวเอง“ดร.โจ” ชูหวยใบเสร็จ SME ฟื้นตลาดเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน กทม.นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรค ปชน. เบอร์ 10 พร้อมนายกันตพงศ์ ดีชัยยะ ผู้สมัคร ส.ก.เขตตลิ่งชัน ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพ่อค้าแม่ค้าประชาชน ขอคะแนนเสียง ประชา สัมพันธ์นโยบาย นายชัยวัฒน์ให้สัมภาษณ์ว่า เลือกลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เนื่องจากเป็น 1 ใน 4 ตลาดน้ำสำคัญของเขตตลิ่งชัน มีศักยภาพเคยคึกคักมากกว่านี้ ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทั้งชาวไทยและต่างชาติมาใช้บริการจำนวนมาก แต่ปัจจุบันซบเซาลง อยากนำเสนอนโยบายหวยใบเสร็จ SME กทม.กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าขนาดเล็ก ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ สะสมสิทธิ์การซื้อสินค้าทุก 20 บาทรับ 1 สิทธิ์นำไปลุ้นรางวัล กทม.จะจัดสรรงบฯเป็นรางวัลเดือนละ 10 ล้านบาท จูงใจประชาชนหันมาสนับสนุนร้านค้าชุมชนมากขึ้น จะช่วยสร้างความคึกคักให้ตลาดและเศรษฐกิจฐานราก จะพัฒนาย่านท่องเที่ยวและชุมชน ให้ กทม. สนับสนุนภาคเอกชนและคนในพื้นที่ต่อยอดอัตลักษณ์ จุดเด่น เรื่องราวของชุมชน นำมาพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งค้าขายที่มีเอกลักษณ์ รวมทั้งพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้น“กาย” สับแนวคิดรัฐสงเคราะห์ล้าหลังนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลังชี้แจงหลักเกณฑ์คัดกรองผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ระบุบัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือคนยากจนที่สุดจริงๆว่า สะท้อนวิธีคิดแบบรัฐสงเคราะห์ล้าหลัง ทำเหมือนความยากจนเป็นข้อสอบที่ประชาชนต้องพิสูจน์ให้ผ่าน ประเทศไทยมีบทเรียนมาแล้วหลายครั้งจากนโยบายที่ใช้คัดกรองเข้มข้น ประชาชนจำนวนมากที่เดือดร้อนจริงกลับตกหล่น รัฐบาลไม่ได้เรียนรู้ความผิดพลาดในอดีต บางกรณีกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ประชาชนต้องเผชิญความยากลำบากจนเกินเยียวยา รัฐบาลย้อนกลับไปสู่แนวคิดเดิมพยายามหาวิธีตัดคนออกจากระบบให้มากที่สุด เพื่อให้ตัวเลขผู้ได้รับสิทธิลดลง และนำไปอ้างเป็นความสำเร็จทางการบริหาร การตรวจสอบสิทธิการลดหย่อนภาษีอุปการะบิดามารดา รัฐมีสิทธิตรวจสอบการใช้สิทธิที่ไม่ถูกต้อง แต่ไม่ควรใช้กรณีเฉพาะบางส่วนมาเป็นเหตุผลสร้างภาระและความหวาดระแวงให้ประชาชนทั้งระบบ ท้ายที่สุดผู้สูงอายุและครอบครัวที่กำลังเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจอยู่แล้วกระทบที่สุด รัฐบาลควรตั้งคำถามว่าทำไมผู้สูงอายุจำนวนมากยังต้องพึ่งพาบัตรคนจนเพื่อความอยู่รอด มากกว่าตั้งคำถามว่าจะคัดใครออกจากระบบได้อีกอัดเน้นสร้างภาพ ไม่เน้นแก้ปัญหานายณัฐชากล่าวว่า ปัญหาที่แท้จริงนโยบายสวัสดิการ รัฐบาลไม่ได้มุ่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างจริงจัง แต่ให้ความสำคัญกับผลทางการเมืองมากกว่าผลลัพธ์ เป้าหมายนโยบายไม่ใช่แก้ปัญหา แต่สร้างคะแนนนิยม สร้างภาพลักษณ์หรือแสวงหาคำชื่นชมให้รัฐบาล กลไกจึงเน้นประชาสัมพันธ์มากกว่าเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตประชาชน การช่วยเหลือประชาชนไม่ควรเป็นความเมตตาจากผู้มีอำนาจ ต้องเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเสมอภาค และมีศักดิ์ศรี ต้องก้าวข้ามแนวคิดแบบผู้ใหญ่ใจดี ที่คอยกำหนดว่าประชาชนคนใดสมควรได้รับความช่วยเหลือ ไปสู่การสร้างรัฐสวัสดิการที่ลดการตกหล่น ลดการตีตราความยากจนอัด “สีหศักดิ์” เพลี่ยงพล้ำกัมพูชานายสรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กล่าวถึงกรณีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ประเทศ แถลงข่าวต่อคณะทูต 67 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อชี้แจงกรณีที่กัมพูชายื่นเรื่องใช้กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ว่าคำแถลงของ รมว.ต่างประเทศ ที่พยายามบอกว่าไทยไม่ได้ถูกลากไป แต่ไปด้วยความมั่นใจอาจเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองลดแรงกระแทก ปฏิเสธความเพลี่ยงพล้ำ ความเป็นจริงทางกฎหมาย คำว่าภาคบังคับ (Compulsory) หมายความว่าไทยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ถ้าไทยไม่ตั้งผู้ประนอมภายใน 21 วันสหประชาชาติจะตั้งตัวแทนให้ไทยอยู่ดี กัมพูชาเดินเกม “หมากบังคับ” ที่ไทยเป็นคนเปิดช่องให้เองยกเคสติมอร์ฯเตือนสติต้องรอบคอบนายสรศักดิ์กล่าวว่า การหยิบยกโมเดลข้อพิพาทติมอร์-เลสเตกับออสเตรเลียมาชี้ว่ากระบวนการประนอมภาคบังคับใช้เวลาประมาณ 2 ปีและผลลัพธ์ไม่ผูกมัดทางกฎหมาย ต้องกลับมาคุยทวิภาคีอยู่ดี ต้องพิจารณาให้ลึกซึ้งรอบคอบ เพราะเนื้อหาที่คณะกรรมการประนอมภาคบังคับตัดสินมา กลายเป็นบรรทัดฐานและแรงกดดันจากสังคมโลกบีบออสเตรเลีย เป็นประเทศใหญ่ยอมถอยและต้องลงนามความตกลงกับติมอร์ในที่สุด ภายในกรอบ 21 วันนี้ที่ไทยต้องส่งรายชื่อนักกฎหมายระหว่างประเทศ 2 คนเป็นผู้ประนอมฝ่ายไทย หวังอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะเลือกบุคคลที่เชี่ยวชาญระดับสากลแท้จริง และต้องวางยุทธศาสตร์เชิงรุกทางการทูตเวทีสากล อย่าปล่อยให้ไทยตกเป็นจำเลยในสายตาชาวโลก ต้องใช้งบฯมหาศาลต่อสู้ในกระบวนการนี้ ขอให้รักษาผลประโยชน์ของชาติได้อย่างที่ทุกคนคาดหวังขยี้ 3 จุดบอดผลพวงยกเลิก MOU44นายสรศักดิ์กล่าวว่า ทั้งนี้ 3 จุดบอดรัฐบาลไทยต่อผลพวงจากการยกเลิก MOU44 ท่าทีรัฐบาลชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ 3 ประเด็นสำคัญ 1.การสร้างสุญญากาศจนกัมพูชาใช้เป็นข้ออ้างชอบธรรม การที่ไทยยกเลิก MOU 44 ฝ่ายเดียวอ้างจะเจรจาภายใต้บริบทใหม่ แต่กลับไม่มีกรอบเจรจาที่เป็นรูปธรรมไปเสนอ ถือเป็นความผิดพลาดร้ายแรง UNCLOS เป็นเพียงประมวลกฎหมาย ไม่ใช่โต๊ะเจรจาสำเร็จรูป การไม่มีกรอบการทำงาน ทำให้กัมพูชาฉวยความชอบธรรมในเวทีโลกทันทีว่าไทยเป็นฝ่ายปิดประตูการเจรจาทวิภาคี และมีสิทธิ์จะไม่รอฟังว่าไทยจะเอาอย่างไรต่อ 2.การปฏิเสธเรื่องการพัฒนาร่วม (JDA) ขัดกับหลัก UNCLOS ที่นายสีหศักดิ์อ้างว่ากระบวนการประนอมภาคบังคับ จะจำกัดเฉพาะเส้นเขตแดนและไม่เห็นด้วยที่กัมพูชาจะพ่วงเรื่องพื้นที่พัฒนาร่วม (JDA) เข้ามา เป็นการมองข้ามอนุสัญญา UNCLOS มาตรา 74 (3) และ 83 (3) ที่ระบุชัดเจนว่าระหว่างที่ยังตกลงเขตแดนไม่ได้ รัฐภาคีต้องพยายามทำความตกลงชั่วคราวที่มีลักษณะปฏิบัติคือ JDA กัมพูชาหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นการเดินตามข้อบทกฎหมาย ฝ่ายไทยปฏิเสธว่าไม่อยู่ในกรอบไม่น่าจะถูกต้อง 3.วาทกรรมย้อนแย้ง ในเมื่อรัฐบาลอ้างว่าคุยทวิภาคีภายใต้ MOU44 มากว่า 20 ปีไม่คืบหน้าจนต้องยกเลิก แล้วจะเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าถ้าคุยกันเองแบบไม่มีกรอบจะจบได้ภายใน 2 ปี การพูดว่ากัมพูชาปิดประตูความไว้ใจ หลังการพบกันที่ฟิลิปปินส์ยิ่งสะท้อนว่าการทูตไทยตามเกมกฎหมายกัมพูชาไม่ทันรบ.โหนโพลลุย TH-AI Passportวันเดียวกัน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลรับทราบผลโพลสำนักวิจัยซุปเปอร์โพล เรื่อง “ความต้องการ AI ของประชาชน” สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยตื่นตัว เปิดรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กว้างขวาง ร้อยละ 91.2 รู้จักหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับ AI ร้อยละ 72.5 เคยนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวัน ร้อยละ 63.7 เห็นด้วยให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ต่อไป ภายใต้หลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ขอบคุณประชาชนที่สนใจและติดตามการดำเนินงานด้าน AI ผลสำรวจสะท้อนว่าคนไทยไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่เห็นว่าเป็นเครื่องมือสำคัญพัฒนาคุณภาพชีวิต รัฐบาลจึงพร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการ TH-AI Passport อย่างรอบคอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ จะให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับจริงเป็นสำคัญ มุ่งเน้น 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การใช้ AI เพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุนให้ประชาชน การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล การพัฒนาทุนมนุษย์ผ่านการศึกษาและการยกระดับทักษะแรงงาน รวมถึงการใช้ AI เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง เป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศระยะยาว เตรียมความพร้อมให้คนไทยใช้ AI เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในโลกยุคใหม่ปราบเข้มพนันออนไลน์รับบอลโลกน.ส.พลอยทะเลกล่าวอีกว่า ตามข้อสั่งการของนายกฯเน้นย้ำแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม ยกระดับป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจและเว็บไซต์ URL ผิดกฎหมาย กระทรวงดีอีปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจและเว็บไซต์ URL การพนันผิดกฎหมาย ตามคำสั่งศาลและประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มต่างๆตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68-31 พ.ค.69 จำนวน 673,699 รายการ เฉพาะเดือน พ.ค.ปิดกั้น URL การพนันผิดกฎหมายได้ 78,796 รายการ เร่งยกระดับปิดกั้น URL การพนันออนไลน์เข้มข้น โดยเฉพาะช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่จะเริ่มขึ้นเดือน มิ.ย. พร้อมสั่งการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เฝ้าระวังและป้องกันเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกอย่างเข้มข้น โดยการนำเทคโนโลยี AI ช่วยตรวจจับทำให้การสกัดกั้นทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น“อนุทิน” เปิดงานไหมไทยสู่เส้นทางโลกเมื่อเวลา 18.45 น. ที่หอประชุมกองทัพเรือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย พร้อมนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เป็นประธานพิธีเปิดโครงการมหกรรมผ้าไหม “ไหมไทยสู่เส้นทางโลก” ครั้งที่ 15 ประจำปี 2569 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา และส่งเสริมให้ประชาชนเห็นคุณค่าและความสำคัญของผ้าไหมไทยมี รมต. ผู้แทนสถานทูต ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาเข้าร่วม นายอนุทินกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ปีนี้เป็นปีทองของผ้าไหมไทย เห็นกระแสก่อตัวอย่างชัดเจนอีกครั้งจากคนรุ่นใหม่นับตั้งแต่มีงานพระราชดำริ “ใส่ผ้าไทยอย่างไรให้สนุก” และผ้าไทยได้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในงานนิทรรศการภายใต้พระอุปถัมภ์ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté : Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นประธาน จากนั้นนายกฯมอบรางวัลผู้ชนะการออกแบบผ้าไทยในโครงการประกวด The Next Big Silk Designer ครั้งที่ 7 ชมการแสดงแฟชั่นโชว์ ชุดไทยพระราชนิยมและชุดผ้าไหมไทยประยุกต์ โดยนางธนนนท์ พร้อมรัฐมนตรีและคู่สมรส ร่วมเดินแบบชุดผ้าไทย อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่