บทหนึ่งในหัวข้อการโฆษณา วิชานิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที่ผมจำได้ อาจารย์เสรี วงษ์มณฑา สอน ความถี่ในการโฆษณา อย่าให้มากเกินพอดี...เพราะอาจพลิกผัน ทำให้คนที่กำลังตัดสินใจซื้อสินค้า ต่อต้านสินค้าบทเรียนนี้ใช้ได้กับใครที่เล่นบทการเมืองซ้ำๆ ระวังอย่าให้ชาวบ้านเขาเบื่อจนไม่อยากเห็นหน้าแต่หากเป็นเรื่องที่ดีๆ อย่างเรื่องวาจาของก่วนจ้ง ที่หงอิ้งหมิง ขุนนางเก่าสมัยราชวงศ์หมิงเขียนไว้ แล้วมีคนเก็บไว้ในหีบหนังสือเก่า พระราชวังโบราณปักกิ่ง...จะคุยให้ฟังสักกี่ครั้ง...ก็ยังฟังไหวก่อนที่ก่วนจ้ง อัครมหาเสนาบดีแคว้นฉี จะถึงแก่กรรม เขาฝากวาจาไว้แก่ฉีหวนกง ผู้เป็นเจ้านาย ขอให้ตีตนออกห่างจากคนสี่คน อี้หยา ซู่เตียว ฉางจืออู และกงจื่อฉี่ฟาง ด้วยเหตุผล...จะเกิดภัยพิบัติใหญ่ในวันหน้าแต่ฉีหวนกงไม่เชื่อ คนทั้งสี่จะทรยศหักหลังตนได้ เขาแย้งวาจาก่วนจ้งว่า“อี้หยาเคยฆ่าลูกชายเอาเนื้อมาทำอาหารให้เรากิน ตอนที่เราอยากกินเนื้อ ซู่เตียวยอมเจ็บตัวเพื่อรับใช้เรา ฉางจืออูช่วยขับไล่ภูตผี...รักษาโรค สามคนนี้จะให้เราไม่ไว้วางใจได้อย่างไร?ส่วนกงจื่อฉี่ฟางติดตามเรามาถึง 15 ปี แม้บิดาตายก็ยังไม่กล้ากลับไปทำศพ คนคนนี้ไม่มีอะไรที่น่าสงสัย”“ท่านผิดแล้ว” ก่วนจ้งยังย้ำคำเดิม “ใครบ้างไม่รักลูกในไส้ อี้หยาฆ่าได้กระทั่งลูก นับประสาอะไรกับท่าน?มนุษย์ทุกรูปนามล้วนถนอมรักร่างกาย ซู่เตียวยอมกระทั่งแยกร่างตัวเอง ฉะนี้แล้ว นับประสาอะไรกับท่านส่วนที่ว่ามีโรคภัยไข้เจ็บจากภูตผี ท่านไม่ควรเชื่อฉางจืออูจนเกินไป ควรดูแลรักษาร่างกายท่านให้ดี ไม่เช่นนั้นเขาจะอาศัยอิทธิพลท่านสร้างข่าวลือหลอกลวงผู้คนเรื่อยไปใครเล่าจะไม่รักบิดา กงจื่อฉี่ฟางเกรงเดชานุภาพท่าน แม้บิดาตายก็ยังไม่ไปเซ่นไหว้ นับประสาอะไรกับท่าน”วาจาก่วนจ้งมีเหตุผล หลังก่วนจ้งถึงแก่กรรม ฉีหวนกงก็เนรเทศคนทั้งสี่ออกนอกแคว้นแต่หลังจากนั้น ฉีหวนกงเสวยอาหารก็ไม่ถูกปาก เพราะขาดอี้หยาดูแลใกล้ชิดพ่อครัว ในวังเป็นไปด้วยความยุ่งเหยิง เพราะขาดซู่เตียวหัวหน้าขันที โรคภัยไข้เจ็บรุมเร้า เมื่อขาดฉางจืออูคุมการรักษาพยาบาล กิจการบ้านเมืองยิ่งวุ่นวาย เมื่อขาดกงจื่อฉี่ฟางบริหารฉีหวนกงทนสภาพปกติที่คุ้นเคยไม่ไหว จึงสั่งตามคนทั้งสี่กลับปีต่อมา...ฉีหวนกงก็ล้มป่วย ฉางจืออูก็ออกไปป่าวร้องนอกวัง ฉีหวนกงใกล้สิ้นชีพเต็มที ทั้งยังร่วมมือกับอี้หยาและซู่เตียวก่อกบฏ ส่วนกงจื่อฟางยึดพื้นที่ส่วนหนึ่งไปสวามิภักดิ์กับแคว้นอุ้ยเมื่อฉีหวนกงทราบข่าวก็รำพึงถึงก่วนจ้ง “ท่านเล็งเห็นการณ์ ไกลนัก เมื่อข้าตายจะมีหน้าไปพบท่านในปรโลกได้อย่างไร?”เมื่อฉีหวนกงสิ้นชีพ ศพเขาถูกทิ้งนอนเดียวดายในวัง ไม่มีใคร ไปเหลียวแล สี่คนที่เขาเคยไว้วางใจ วุ่นวายอยู่กับการแย่งอำนาจกันและกันหงอิ้งหมิง ผู้เขียนเรื่องนี้ มีคำสอนสรุปว่า...ป่วยจึงรู้ความแข็งแรงว่าวิเศษ วุ่นวายจึงรู้ว่าความสงบเป็นความสุขนี้ เพราะขาดการเล็งเห็นไว้ก่อนได้ดีเพราะโชคช่วย แต่รู้ว่าคือรากเหง้าของความวิบัติ รักชีวิตกลัวตายแต่รู้สาเหตุแห่งความตาย นี่คือความเฉียบแหลมที่ไม่ว่าผู้นำหรือผู้ตามควรมี.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม