คนกรุงเทพฯชอบหลอกโพล อาจเป็นคำกล่าวที่ฟังแล้วอาจไม่ขำในมุมของนักสถิติ แต่ก็ไม่ได้เกินเลยจากความเป็นจริง โดยเฉพาะกับปรากฏการณ์เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.รอบที่แล้วๆมา มันก็มีเหตุการณ์พลิกล็อกหักปากกาโพล เมื่อผลการลงคะแนนในวันจริง ออกมาตรงกันข้ามกับผลโพลที่ตัวเต็งแชมป์พ่ายแพ้แบบหลุดลุ่ยโดยความพิเศษของสนามปราบ เซียน แม้แต่ตัวผู้สมัครเองหรือพรรคต้นสังกัดก็คงไม่กล้าทุ่มเดิมพันการันตีชัยชนะ เพราะมันปักใจเชื่อโพลเลยไม่ได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้เห็นปฏิบัติการข่าวสาร หรือไอโอที่สังเกตได้ถึงความถี่ ผู้สมัครตัวเต็งไม่กี่รายที่มีการใช้โซเชียลมีเดีย ฟีดข่าวแบบถี่ๆ สร้างการรับรู้ของสังคมไปในทิศทางเดียวกับผลโพลอิทธิพลไอโอโซเซียลฯกับโพลตัวเลขสมมติ เพี้ยนไปเพี้ยนมาได้ ดีสุดก็คือไม่เสี่ยงหน้าแตก โดนคน กทม.หลอกหัวทิ่มหัวตำ สำนักมาตรฐานอย่าง“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ จึงเลือกสำรวจในมุมที่ฉีกออกไป และได้ผลออกมาว่าคนกรุงส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 60 ตั้งใจเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.อิสระ มากกว่าสังกัดพรรคผลสำรวจนิด้าโพลก็ตรงกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เป็นส่วนใหญ่ ที่ผู้สมัครอิสระประสบความสำเร็จ ทั้งในรายของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิจิตต รัตตกุล นายสมัคร สุนทรเวช หรือแม้แต่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เว้นแต่ในยุคของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน หรือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่คว้าแชมป์ในสีเสื้อพรรคประชาธิปัตย์แน่นอนโดยสถิติที่ยังขัดกัน มันจึงเหมาสรุปไปเลยไม่ได้ว่าคน กทม.ชอบเลือกผู้ว่าฯเมืองกรุงไม่สังกัดพรรคการเมือง เพราะมันเป็นเรื่องของกระแสแต่ละยุค แต่ละเงื่อนไขสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆยืนยันได้ในมุมมาตรฐานการเลือกตั้งที่สะท้อนมาทุกยุคทุกสมัย คือ คนกทม.ชอบการเมืองที่ชัดเจน เปิดหน้าเปิดตัวเปิดสังกัดนั่นก็เพราะคุณสมบัติความตรงไปตรงมา สามารถบ่งบอกถึงมาตรฐานการ บริหารงานอย่างโปร่งใส ไร้วาระซ่อนเร้น ไม่ใช่เริ่มต้นในสนามเลือกตั้งก็เล่นเกมตบตาประชาชน โดยเฉพาะกับคนกรุงเทพฯที่มีระดับความรู้ความเข้าใจทางการเมืองสูงกว่าพื้นที่อื่น ย่อมไม่ชอบที่จะตกอยู่ในสภาพเหมือนโดนดูถูกภูมิปัญญา หลงเหลี่ยมง่ายๆมันจึงไม่มีปัญหาสำหรับพรรคประชาชนที่ส่งผู้สมัครในนามพรรค ในฐานะแชมป์กวาด สส. เหมา กทม.ครบทุกเขต หรือพรรคประชาธิปัตย์ที่ลุ้นสู้ในนามพรรค แม้แพ้หลุดลุ่ยสนามใหญ่ จะก้ำกึ่งๆก็คือนายชัชชาติที่ลงอิสระ แต่มักบังเอิญลงพื้นที่หาเสียงไปเจอกับผู้สมัคร ส.ก. ป้ายหาเสียงโทนสีเขียวเหมือนกัน และเคยสังกัดพรรคเดียวกัน.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม