สันติภาพในภูมิภาคตะวันออก กลางยังอึมครึม หลัง “ทรัมป์” ยังไม่ยอมรับข้อตกลงยุติศึก ย้ำคำเดิม “อิหร่าน” ต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ร่วมมือกับสหรัฐฯทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงทั้งหมด ยื่นคำขาดอิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุกรอบข้อตกลงสองฝ่าย ขยายเวลาหยุดยิงอีก 60 วัน เปิดเส้นทางเดินเรือเสรีในช่องแคบฮอร์มุซ ยุติมาตรการปิดล้อมทางทะเล และเปิดฉากเจรจาประเด็นนิวเคลียร์ ด้าน “อิหร่าน” ซัดกลับ “ทรัมป์” ไม่ได้ต้องการเจรจาจริง แต่มีเป้าหมายอื่นแอบแฝงสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ถึงความคืบหน้าการเจรจายุติศึกระหว่างสหรัฐ อเมริกาและอิหร่านว่า ยังคงไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตนจะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายต่อข้อเสนอเพื่อยุติสงคราม แต่จนถึงขณะนี้ทรัมป์ยังคงไม่อนุมัติข้อตกลง หลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกับทีมความมั่นคงในห้องสถานการณ์ฉุกเฉินของทำเนียบขาวเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุเพียงว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะยอมรับข้อตกลงที่เป็นผลดีต่ออเมริกาและตอบรับเงื่อนไขเด็ดขาดที่กำหนดไว้เท่านั้น โดยย้ำจุดยืนว่าอิหร่านจะต้องไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ก่อนหน้านี้ ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านทรูธ โซเชียล แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนตัว ยื่นคำขาดว่าข้อตกลงดังกล่าวจะต้องระบุให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และอิหร่านต้องร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงทั้งหมด สำหรับกรอบข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือกันในปัจจุบัน ครอบคลุมถึงการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน การเปิดเส้นทางเดินเรือเสรีในช่องแคบฮอร์มุซ การยุติมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านโดยกองทัพสหรัฐฯ และการเปิดฉากเจรจาในประเด็นนิวเคลียร์ด้านอิหร่านแสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้และปฏิเสธข้อเรียกร้องของทรัมป์ โดยนายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน แถลงอย่างระมัดระวังว่า แม้จะยังคงมีการแลกเปลี่ยนข้อความและดำเนินการทางการทูตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีข้อตกลงที่เสร็จสมบูรณ์ พร้อมติติงท่าทีเผด็จการของผู้นำสหรัฐฯว่า อิหร่านได้บอกลาคำว่า “ต้อง” ไปตั้งแต่ 47 ปีที่แล้ว (นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลาม) และจะตัดสินใจบนพื้นฐานของผลประโยชน์และสิทธิของประชาชนอิหร่านเท่านั้น นอกจากนี้ รัฐบาลอิหร่านยังชี้ว่า การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯเป็นสิ่งผิดกฎหมายมาตั้งแต่ต้นและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง อิหร่านกำลังจับตาดูว่าสหรัฐฯจะยกเลิกการปิดล้อมจริงตามที่ประกาศไว้ หรือเป็นเพียงแค่ราคาคุยเพื่อการโฆษณาชวนเชื่อ พร้อมเน้นย้ำว่า ตอนนี้อิหร่านมุ่งเน้นไปที่การยุติสงครามเท่านั้น ยังไม่มีการเจรจาในรายละเอียดของแผนการนิวเคลียร์แต่อย่างใดขณะเดียวกัน นายโมห์เซน เรซาอี สมาชิกสภาที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และอดีตผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ โจมตีผู้นำสหรัฐฯ ว่า ทรยศต่อวิถีทางการทูตเป็นครั้งที่ 3 จากการที่ยังคงมาตรการปิดล้อมทางทะเล และยื่นข้อเรียกร้องที่เกินกว่าเหตุในระหว่างการเจรจาขยายเวลาหยุดยิง 60 วัน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นข้อพิสูจน์ว่าทรัมป์ไม่ได้ต้องการเจรจาจริง แต่มีเป้าหมายอื่นแอบแฝงส่วนกองบัญชาการกลางกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) ซึ่งรับผิดชอบปฏิบัติการในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ยืนยันว่า กองกำลังสหรัฐฯ ยังคงปักหลักและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดทั่วตะวันออก กลาง พร้อมเผยแพร่ภาพเครื่องบินรบรุ่น เอฟ-16 ขณะบินลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าเพื่อแสดงความพร้อมรบระดับสูงสุดสำหรับสถานการณ์สู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอล กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนใต้ของเลบานอนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยไม่มีฝ่ายใดสนใจข้อตกลงหยุดยิง กลุ่มฮิซบอลเลาะห์แถลงว่า ได้เปิดฉากซุ่มโจมตีทหารราบของอิสราเอลที่พยายามรุกคืบเข้ามายังหมู่บ้านกานดูรีเยห์ ในเขตนาบาติเยห์ โดยใช้ระเบิดแสวงเครื่องและระดมยิงจรวดเข้าใส่ ส่งผลให้ทหารอิสราเอลได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนกำลังออกไป ก่อนที่กองทัพอิสราเอลจะส่งเครื่องบินรบและปืนใหญ่ระเบิดปูพรมซ้ำเพื่อเปิดทางถอย นอกจากนี้ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังระบุว่า สามารถยิงทำลายโดรนสอดแนมรุ่น เฮอร์มีส 450 ของอิสราเอล ร่วงเหนือน่านฟ้าเมืองโซตาร์ อัล-ชาร์กียา รวมถึงยิงจรวดโจมตีหน่วยควบคุมการจราจรทางอากาศภายในฐานทัพอากาศเมรอน ซึ่งเป็นศูนย์สอดแนมและบัญชาการหลักของอิสราเอลบนภูเขาเมรอน ห่างจากชายแดนเลบานอนราว 8 กิโลเมตรนอกจากนี้ มีรายงานว่ากองทัพอิสราเอลได้ออกคำสั่งด่วน บังคับให้ประชาชนในหมู่บ้านและเมืองทางตอนใต้ของเลบานอนรวม 7 แห่ง ได้แก่ ไมฟาดุน, ชูกิน, เซบดิน, เจเดดัต อันซาร์, ซรารีเยห์, มัซราอัต เคาธารีเย็ต เอล-เรซ และมัชการา ในหุบเขาเบกา อพยพออกจากบ้านเรือนทันที โดยสั่งให้หนีขึ้นไปทางเหนือเลยแนวแม่น้ำซาห์รานีซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนถึง 40 กิโลเมตร เนื่องจากอิสราเอลกำลังยกระดับการโจมตีทางอากาศและปืนใหญ่อย่างรุนแรงทะลุเขตแนวความมั่นคงเดิมขณะที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่ากองกำลังภาคพื้นดินของอิสราเอลได้รุกคืบข้ามแม่น้ำลิตานี ที่อยู่ลึกเข้ามาจากชายแดนอิสราเอล-เลบานอนประมาณ 30 กิโลเมตรแล้ว ซึ่งถือเป็นการขยายขอบเขตการบุกรุกทางบกครั้งใหญ่ สอดคล้องกับภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์ข้อมูลที่เผยให้เห็นว่า กองทัพอิสราเอลจงใจทำลายล้างและรื้อถอนอาคารบ้านเรือนในหมู่บ้านแถบชายแดน เลบานอนอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเตือนว่า ปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้าง “เขตกันชนถาวร” ที่ไร้ผู้อยู่อาศัยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่