ภูมิภาคตะวันออกกลางจ่อกลับมาระอุอีกครั้ง หลังกองทัพสหรัฐฯเปิดปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีเมืองทางภาคใต้ของอิหร่านเป็นครั้งที่สอง ทั้งที่อยู่ในช่วงเวลาหยุดยิง อ้างทำเพื่อป้องกันตัวเอง-สกัดอิหร่านวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนเจอกองกำลัง IRGC โต้กลับ สอยโดรนมะกันที่โผล่เข้าช่องแคบฮอร์มุซร่วงเรียบ ส่วนการเจรจายุติศึกยังต้องรอคำประกาศอย่างเป็นทางการ ขณะที่ “ทรัมป์” ยื่นคำขาด อิหร่านต้องมอบแร่ยูเรเนียมให้สหรัฐฯเพื่อนำไปทำลายทิ้งในขณะที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาป่าวประกาศอย่างต่อเนื่องว่าใกล้ที่จะบรรลุบันทึกความเข้าใจแนวทางการหย่าศึกกับรัฐบาลอิหร่านนั้น แต่เมื่อวันที่ 26 พ.ค. มีรายงานกองทัพสหรัฐฯเปิดปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีพื้นที่ทางภาคใต้ของประเทศอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการป้องกันตัวเอง และต้องการที่จะทำลายฐานยิงจรวด และเรือเร็วลาดตระเวนของกองทัพอิหร่านที่ยังคงออกปฏิบัติการในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่องสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯเคยปฏิบัติการโจมตีอิหร่านแบบจำกัดวงมาแล้วเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยังคงหยุดยิงกันอยู่ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการป้องกันตัวเอง และตอบโต้ที่อิหร่านได้แสดงท่าทีคุกคามทางการทหาร ครั้งนี้ก็เช่นกันที่ทางกองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) ระบุว่าเป็นการโจมตีเพื่อปกป้องทหารอเมริกัน ทั้งสกัดกั้นไม่ให้เรือลาดตระเวนของอิหร่านมาวางทุ่น ระเบิดในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ แต่มิได้ให้รายละเอียดว่า กองทัพสหรัฐฯถูกโจมตีเช่นไร ถึงต้องตอบโต้กองทัพอิหร่านในครั้งล่าสุดนี้สำนักข่าวของรัฐบาลอิหร่านยืนยันว่า เหตุโจมตีในพื้นที่เมืองบันดาร์ อับบาส ทางภาคใต้ของอิหร่าน สามารถควบคุมไว้ได้ ขณะที่สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานอ้างนายอดัม คลีเมนต์ อดีตนักการทูตและเจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯว่าการโจมตีของกองทัพ สหรัฐฯจะไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการเจรจาหย่าศึก พร้อมมองว่าปฏิบัติการที่เกิดขึ้นอาจเข้าข่ายว่าเป็นภารกิจรวบรวมข้อมูลด้านข่าวกรอง และแสดงสัญลักษณ์ว่ากองทัพสหรัฐฯยังคงอยู่ในภูมิภาคนี้ด้านนายมาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศ สหรัฐฯ กล่าวว่าการเจรจาหาทางหย่าศึกกับอิหร่านยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง กำลังมีการประชุมกันอยู่ในประเทศกาตาร์ ต้องมารอดูกันว่ามีความคืบหน้าอะไรหรือไม่ กระบวนการตอนนี้อยู่ที่เรื่องถ้อยคำที่จะใช้กันในเอกสารเบื้องต้น มีการโต้กันไปมา ดังนั้น จึงต้องใช้เวลาอีก 2-3 วัน ประเด็นสำคัญในตอนนี้ของทางสหรัฐฯคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้ได้ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงผ่านโซเชียลมีเดียว่า แร่ยูเรเนียมที่ถูกเสริมความเข้มข้นของอิหร่านจะต้องถูกส่งมอบมาให้สหรัฐฯในทันที เพื่อนำมาเก็บไว้ในแผ่นดินอเมริกาก่อนนำไปทำลายทิ้ง หรือไม่ก็ควรมีการประสานงานระหว่างกันระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ตกลงหาสถานที่ที่เหมาะสมในการทำลายทิ้ง โดยมีทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เป็นสักขีพยานต่อมาสำนักข่าวในภูมิภาคตะวันออกกลาง ต่างพากันรายงานลำดับเหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นในวันที่ 26 พ.ค. โดยระบุว่ากองทัพสหรัฐฯส่งโดรนลาดตระเวนรุ่น MQ-9 รีพเปอร์ เข้าไปในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อปฏิบัติการยิงทำลายเรือลาดตระเวนของอิหร่าน แต่ต่อมาโดรนรีพเปอร์ได้ถูกระบบต่อต้านอากาศยานของอิหร่านยิงตกไป 3 ลำ ในช่วงที่ปฏิบัติการไปได้ประมาณ 20 นาที ในจำนวนนี้ 2 ลำ ถูกยิงตกโดยกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) อีก 1 ลำ ถูกยิงตกโดยหน่วยต่อต้านอากาศยานกองทัพอิหร่าน กระนั้นทางกองทัพสหรัฐฯ ในตอนนั้นอยู่ในสภาพไม่ทันตั้งตัว และตรวจจับไม่ทันว่าระบบต่อต้านของอิหร่านถูกปล่อยออกมาจากจุดไหน จึงได้ตัดสินใจทิ้งระเบิดโจมตีจุดที่น่าจะเป็นที่ซุกซ่อนระบบอาวุธของอิหร่านในเมืองบันดาร์ อับบาส รวมถึงเกาะเกชม์ และเกาะลารัก ในช่องแคบฮอร์มุซ จากนั้นกองทัพสหรัฐฯยังส่งเรือรบเข้ามาในพื้นที่ช่องแคบอีก เพื่อดำเนินภารกิจทำลายเรือลาดตระเวนของอิหร่าน ก่อนถูกกองทัพอิหร่านยิงใส่ด้วยจรวดต่อต้านเรือรบ จนต้องหันหัวกลับล่าถอยไปด้านอยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ว่า อำนาจทางทหารของประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางจะไม่สามารถเป็นเกราะคุ้มกันให้แก่ฐานทัพสหรัฐฯได้อีกต่อไป และในที่สุดสหรัฐฯจะไม่มีสถานที่ที่ปลอดภัยเหลืออยู่อีกในตะวันออกกลาง อยากเชิญชาติมุสลิมทั้งหมดจับมือเป็นพันธมิตร พร้อมระบุถึงอิสราเอลว่าเป็นมะเร็งร้ายที่สมควรถูกถอนรากถอนโคน ส่วนนายมัซอูด เพเชซกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน ออกแถลงการณ์ขอบคุณกองทัพอิหร่านที่แสดงความเป็นมืออาชีพและยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก กองทัพจำต้องยกระดับโครงสร้างการป้องกันประเทศอย่าง ต่อเนื่อง เพราะศัตรูมีเทคโนโลยีใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา และตอนนี้ชาติต่างๆในภูมิภาครับรู้แล้วว่าการมีกองทัพสหรัฐฯประจำการอยู่ไม่ได้ช่วยให้ประเทศเกิดความมั่นคงอย่างยั่งยืน การพึ่งพาการคุ้มครองจากอเมริกันเป็นเรื่องที่ไม่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงและไร้ประสิทธิภาพอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่