ชื่อ “อู่ตะเภา” ฝังใจผมนานปี...ราวปี? ที่ถือท้ายเรืออวน ออกจากช่องแสมสาร ผ่านกระโจมไฟหินจุฬาฯหูฟังเสียงกระหึ่มจากเครื่องบินบี 42 ของสหรัฐฯ จากสนามบินอู่ตะเภา เหินฟ้าเลี้ยวลำมุ่งหน้าไปทิ้งระเบิดถล่มเวียดนามมีชื่ออู่ตะเภาในใจ แต่ไม่เคยไปถึง จนปีนั้น...ปีที่ชุมนุมพันธมิตร แผลงฤทธิ์ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ผมกับเพื่อน ททท.ก็ให้บังเอิญ!ไปติดอยู่สนามบินอิหร่าน...กว่าจะผ่านดูไบกลับถึงบ้านในคืน “พระจันทร์ยิ้ม”เครื่องการบินไทยพามาลงแผ่นดินไทยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ได้เหยียบอู่ตะเภาเต็มสองเท้าก็ตอนนั้นแต่มโนภาพเก่าๆ...ของผมกำลังพลิกผันกลับด้าน ข่าวอู่ตะเภา...ในวันพรุ่งที่ผมกำลังอ่าน...โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ชื่อย่อไทย สกพอ. ชื่อย่อฝรั่ง EECO มูลค่าโครงการสองแสนเก้าหมื่นล้านบาทบนพื้นที่ 6,500 กว่าไร่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง รองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคนต่อปี ซึ่งติดเงื่อนไขโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอยู่เป็นนาน เคลียร์เงื่อนไขได้แล้วเมื่อ 3 เม.ย.2569 กำลังจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าพลเรือเอกอาภา ชพานนท์ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา บอกเพื่อนนักข่าวของผมว่า ขณะนี้ได้เริ่มก่อสร้างรันเวย์พร้อม ทางขับ (แท็กซี่เวย์) แห่งที่ 2 แล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2571เฟสแรก นอกจากรันเวย์แห่งที่ 2 ยาว 3,500 ม. รับเครื่องบินได้ทุกขนาด มี 60 หลุมจอด ตามแผนยังจะมีอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 รองรับผู้โดยสาร 12 ล้านคนต่อปี ศูนย์ขนส่งและกระจายสินค้า ศูนย์การค้า ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมระดับโลก รวมสนามแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ทั้งหมดมี 6 เฟสช่วงเวลาสัมปทาน 50 ปี ของบริษัทอู่ตะเภาอินเตอร์เนชัลแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เฟส 1 จะแล้วเสร็จปี 2474กองทัพเรือจะส่งมอบการบริหารงานการท่าอากาศยานอู่ตะเภาทั้งหมดให้เอกชนรับสัมปทานภายในระยะเวลาที่กำหนดตามสัญญา แต่กองทัพเรือจะยังดูแลรันเวย์ที่ 1 และอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ใช้เฉพาะภารกิจด้านความมั่นคง แต่ก็พร้อมสนับสนุนภารกิจเชิงพาณิชย์ตามความจำเป็นพลเรือเอกอาภาบอกอีกว่า โครงการ EEC สนามบินอู่ตะเภาเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานหลักช่วยสนับสนุนการเติบโต ทั้งในด้านการรองรับเที่ยวบินพาณิชย์ การขนส่งสินค้า รองรับการขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมเครื่องจักร รวมสินค้าการเกษตรและผลไม้ภาคตะวันออกไปยังตลาดต่างประเทศด้วยทำเลที่เชื่อมต่อท่าเรืออุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม โครงข่ายคมนาคมต่างๆ สนามบินอู่ตะเภาสามารถเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาค สนับสนุนการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพในฐานะศูนย์กลางขับเคลื่อนเมืองการบินแห่งแรกของประเทศ ที่ต้องแข่งขันกับเมืองการบินในประเทศอื่นนั้น พลเรือเอกอาภาบอกว่า จุดแข็งของเราคือทำเลที่ตั้งซึ่งมีความได้เปรียบอย่างมากพื้นที่ EEC เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ สามารถพัฒนาไปเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ครบวงจร “ในระยะยาวผมมองว่า อู่ตะเภาจะแตกต่างจากสนามบินอื่น เป็นทั้งศูนย์กลางด้านการบิน ด้านโลจิสติกส์ ซึ่งจะสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม”ทหารเรือเก่ารุ่นผม ฟังท่านผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภาพูดมาถึงตรงนี้ ก็มโนถึงตัวเอง...นับจากวันที่ฟังเสียงเครื่องบินบี 42 บินไปถล่มญวน วันที่จับพลัดจับผลูจากอิหร่านมาถึงอู่ตะเภาวันนั้น ยังซึมๆเหงาๆไม่มีแสงสีก็ได้แต่มโนเอาตามประสา สนามบินอู่ตะเภาจะมลังเมลืองโอฬารกว่าสนามบินสุวรรณภูมิ ของใหม่วันหน้าต้องดีกว่าของที่สร้างวันก่อน และแน่นอนชีวิตผมคงไม่อยู่ยืนยาวเห็นอู่ตะเภาในวันนั้น.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม