หมอยง เผย โควิด-19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 ที่ระบาดในสิงคโปร์ เคยระบาดในไทยแล้วเมื่อปี 2568 ชี้คนไทยส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกัน ความรุนแรงลดลงเท่าโรคทางเดินหายใจทั่วไปศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยา ศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 ที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศสิงคโปร์ว่า สายพันธุ์ NB.1.8.1 เคยระบาดอย่างมากในประเทศไทยเมื่อปี 2568 ช่วงหลังสงกรานต์ปีที่แล้วจนถึงตลอดฤดูฝน และเริ่มมาลดลงปลายปี มาจนถึงขณะนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก ทำไมสิงคโปร์จึงระบาดด้วยสายพันธุ์ NB.1.8.1 เพราะในปัจจุบันทั่วโลกสายพันธุ์ได้แปรเปลี่ยนไปมากแล้ว ดังนั้นสายพันธุ์ของสิงคโปร์จึงไม่น่าจะมีผลกับประเทศไทย เพราะเราเคยระบาดมาแล้ว และได้ผ่านพ้นไปหมดแล้ว สายพันธุ์ที่จะระบาดในปีนี้จึงไม่น่าจะเป็นสายพันธุ์นี้ศ.นพ.ยงกล่าวต่อว่าสำหรับประเทศไทย 2 ปีที่ผ่านมา การระบาดของโรคโควิด-19 จะระบาดหลังสงกรานต์ และจะขึ้นสูงมากในเดือน พ.ค.และ มิ.ย.หลังจากนั้นก็จะเริ่มค่อยๆลดลงในเดือน ส.ค. แต่ในปีนี้เป็นที่ผิดสังเกต อาจจะด้วยอากาศที่ร้อนมาก สงกรานต์ก็เล่นกันปกติ มีประชากรจำนวนมากออกมาเล่นน้ำกัน แต่หลังสงกรานต์กลับไม่พบมีการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 โดยเพิ่งจะเริ่มพบมากในช่วงนี้ และจะมากขึ้นไปอีกโดยเฉพาะเป็นช่วงนักเรียนเปิดเทอม ส่วนยอดผู้ป่วยจะแจ้งเข้ากระทรวงเมื่อมีการเข้าโรงพยาบาล จึงทำให้ตัวเลขต่ำกว่าความเป็นจริงมากๆ สำหรับประเทศไทยคงจะไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะโรคนี้ไม่ได้รุนแรงขึ้น ประชากรไทยเกือบทั้งหมดมีภูมิต้านทานต่อโรคนี้แล้ว จึงทำให้ความรุนแรงของโรคลดลงเหมือนโรคทางเดินหายใจทั่วไป และระบาดตามฤดูกาล ความจำเป็นในการให้วัคซีนก็ลดลงอย่างมาก และมีราคาแพงกว่าวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ถึง 10 เท่า ถ้าใครจะฉีดต้องเสียเงินเอง อาการข้างเคียงของ วัคซีนโรคโควิด-19 ก็มีมากกว่าวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ เห็นได้จากเป็นไข้หลังฉีดมีมากกว่า ดังนั้นความจำเป็นในการฉีดวัคซีนโรคโควิด-19 จึงไม่มี เมื่อเทียบกับวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ที่ยังต้องฉีดอยู่ทุกปี.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่