กลายเป็นประเด็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ที่ทำเอาคนรักปืนทั่วประเทศขำไม่ออก แต่จุกจนพูดไม่ได้ เมื่อภาพของกลางจากการทลายรัง “คลังแสงทุนจีนสีเทา” ถูกแผ่หลาออกมาประจานสายตาชาวโลก ไม่ใช่แค่ปืนสั้นปืนยาวพกเท่ๆ แต่ลามไปถึง “ระเบิด C4” และ...อุปกรณ์เตรียมทำ “คาร์บอมบ์” ครบเซต งานนี้ทำเอา “ใบ ป.4” ในมือคนไทยธรรมดาสั่นพั่บๆ เพราะสะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายปืนเมืองไทย “ขลัง” แค่กับคนจน แต่ “ลื่นปรื๊ด” สำหรับคนมีเงินสีเทา?หากลองกางสถิติและวิถีการขอใบอนุญาตมีปืน (ป.4) ในเมืองไทย จะพบว่านี่คือ “มหากาพย์” ที่ต้องใช้ทั้งความอดทนและสมบัติผู้ดี คนไทยตาสีตาสาจะขอสักกระบอกต้องพิมพ์ลายนิ้วมือเช็กประวัติละเอียดยิบ ต้องมีสมุดบัญชีเงินฝากเล่มหนา ต้องให้ข้าราชการระดับสูงรับรองแถมยังต้องลุ้นกับ “ดุลพินิจ” ของนายทะเบียนที่เอาแน่อะไรไม่ได้ ยิ่งกว่าผลสลากกินแบ่งฯ แต่ตัดภาพมาที่ “ทุนจีนสีเทา” ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า กระบวนการเหล่านี้ดูเหมือนจะกลายเป็น “Data Fast Track” ระดับ 5G ยิ่งกว่าสั่งดีลิเวอรี เพราะเพียงแค่มี “น้ำมันหล่อลื่น” ที่เป็นธนบัตรสีเทาๆหรือเปล่าปุจฉาตั้งข้อสงสัย...เป็นเช่นนี้ จากผลลัพธ์ปลายทางของใบ ป.4 ที่ว่าออกยากแสนยาก จึงถูกประเคนใส่พานมาให้ถึงคฤหาสน์ ทั้งที่บางคนแทบพูดภาษาไทยไม่ได้ด้วยซ้ำ? ที่น่าประชดประชันไปกว่านั้น คือความเห็นจากกูรูคนเล่นปืนที่วิจารณ์สนั่นโซเชียลว่า ของกลางที่ยึดได้จากแก๊งทุนจีนเหล่านี้ คือการแต่งปืนแบบ “ลิเกหลงโรง” เอาอุปกรณ์บีบีกันราคาถูกมาติดปืนจริง หวังแค่ความเท่แต่ยิงจริงศูนย์กระเจิง สะท้อนชัดได้ว่าคนพวกนี้ไม่ได้มี “ใจรัก” ในอาวุธปืนแม้แต่น้อยคาดกันว่า นี่คือ...การสะสมบารมีและเตรียมการ “ก่อเหตุ” ที่รุนแรงกว่าการป้องกันตัวธรรมดา ประเด็นที่เจ็บแสบที่สุดจนต้องขีดเส้นใต้สองเส้น คือการพบ “ระเบิด C4” และเครื่องกระสุนมหาศาล เรื่องนี้เสมือนกับว่าเป็นการตบหน้าหน่วยงานความมั่นคงฉาดใหญ่ เพราะสะท้อนว่าระบบคัดกรองความมั่นคงของไทยนั้นมีไว้เพื่อ “ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง” เท่านั้นหรือ? ทำความเข้าใจจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา ...ทีกับกลุ่มเห็นต่าง แค่โพสต์เฟซบุ๊กหรือชูนิ้วเดียว เจ้าหน้าที่สืบเก่งจับไวราวกับมีตาทิพย์ แต่กับทุนจีนที่ขนระเบิดแรงสูงเข้ามาสะสมในใจกลางเมือง ระบบความมั่นคงกลับเข้าสู่โหมด “ล่องหน” หรือไม่?ชวนให้คิดขึ้นมาทันที ทั้ง...มหาดไทยที่คุมใบอนุญาตปืน และ...กลาโหมที่คุมยุทธภัณฑ์ระเบิดต่างฝ่ายต่าง “มองไม่เห็น” ช้างตัวเบ้อเริ่มที่ยืนอยู่กลางบ้านหรือเปล่า? บทสรุป...“ประเทศไทย” ในวันที่ “ใบ ป.4” มีไว้รีดคนดี? ยิ่งตอกย้ำว่า...เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องปืนผิดมือ แต่เป็นเรื่อง “การทุจริตเชิงสถาบัน” หรือ “ความอยุติธรรมเชิงโครงสร้าง”เสมือนกับว่า...การทุจริตเชิงสถาบันไม่ได้หมายถึงการยื่นเงินสินบนใต้โต๊ะแบบตรงไปตรงมาในระดับปฏิบัติการเท่านั้น แต่หมายถึง “กระบวนการและระบบของหน่วยงานรัฐที่ถูกออกแบบหรือถูกบิดเบือน จนเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนที่มีอำนาจเงิน โดยที่ระบบนั้นยังดูเหมือนทำถูกต้องตามกฎหมาย”เปรียบเทียบได้อย่างนี้หรือไม่ว่า “ใบ ป.4” สำหรับคนไทยคือใบประกาศเกียรติคุณความอดทน แต่สำหรับทุนเทา น่าจะเป็น “บัตรเบ่ง VIP” ที่ใช้ฟอกขาวความเถื่อนให้กลายเป็นความถูกต้องใช่ไหม?“เชิญสมาชิกช่วยสอนจีนเทาแต่งปืน...เห็นตำรวจบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ก่อการร้ายหรืออะไรหรอกเป็นแค่คนชอบปืนเท่านั้น (แต่มี C4 มีถังน้ำมันฉ่ำพร้อมทำคาร์บอมบ์) อีกทั้งบัตรประชาชน ทั้งอาวุธ ทั้งกระสุนนี่ ไล่ไปโดนหมดทั้งมหาดไทยและกลาโหมเลย...เอาเถอะ ก็เข้าใจอะนะ ว่าแต่เห็นคนชอบปืนหลายคนดูภาพปืนที่จีนเทามีแล้วหัวเราะว่านี่เหรอวะคนชอบปืน แต่งปืนไม่เห็นเป็น งั้นรบกวนสมาชิกทุกท่านสอนมวยเจ้าหน้าที่ไทย เอ้ย สอนเทคนิคจีนเทาคนนี้หน่อยว่า ถ้าคนชอบปืนจริง แต่งปืนเป็นจริง มันต้องแต่งยังไงครับ”ข้างต้นนี้ โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กเพจ “thaiarmedforce.com” เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนประเด็นต่อเนื่องเชื่อมโยงหลายทัศนะตั้งข้อสังเกตประเด็น...“อาวุธสงคราม vs ปืนสะสม” ในมุมมองคนเล่นปืน การมี C4 หรือฝักแคระเบิด ไม่ใช่เรื่องของ “คนรักปืน” แต่นี่คือ “ยุทธภัณฑ์” “คนรักปืนจะสะสมปืนที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีกลไกที่ซับซ้อน หรือปืนที่แต่งมาเพื่อความแม่นยำในการกีฬา เช่น ปืน IPSC แต่การมีระเบิดแรงสูงและถังน้ำมันเตรียมไว้ ไม่ได้เรียกว่าแต่งปืน แต่เรียกว่าเตรียมก่อเหตุ”โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ใบอนุญาต (ป.4) คนเล่นปืนตัวจริงมักจะบ่นว่า “คนไทยขอปืนกระบอกเดียวตรวจสอบละเอียดมาก แต่จีนเทามีอาวุธครบมือ?”ข้อวิจารณ์สำคัญ...คนเล่นปืนตั้งคำถามว่าอาวุธเหล่านี้หลุดรอดการตรวจสอบมาได้อย่างไร โดยเฉพาะอาวุธที่ไม่มีทางออกใบอนุญาตให้พลเรือนได้ (ปืนผิดกฎหมาย/อาวุธสงคราม) ซึ่งสะท้อนถึงช่องโหว่ของการบังคับใช้กฎหมายมากกว่าความชอบส่วนตัวอีกประเด็นสำคัญที่ต้องตั้งคำถามดังๆ ก็คือ ใน “วงการปืน” มักจะพบความผิดปกติในโครงการ “ปืนสวัสดิการ” ที่ออกแบบมาเพื่อเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ข้อมูลกลับรั่วไหลไปอยู่ในมือ “นอมินี” หรือกลุ่มทุนที่ใช้ช่องว่างทางกฎหมายกว้านซื้อปืนในราคาถูกและจำนวนมหาศาล...ขณะที่ประชาชนต้องซื้อปืน “หน้าร้าน” ในราคาที่บวกกำไร 200–300% และกล่าวกันว่า...ราคาปืนไทยแพงที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ...นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงใช่หรือไม่?คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม