การประกาศสงครามกับ คอร์รัปชัน ของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กลายเป็นหนังคนละม้วนกับความจริงที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย กกร. คณะกรรมการร่วมภาครัฐเอกชน ประชาชนทั่วไทย และต่างชาติ เข้าใจและเข้าถึงเกี่ยวกับ การคอร์รัปชันในวงราชการ ที่เป็นปัญหาเส้นผมบังภูเขาของทุกรัฐบาล เพราะ ฉะนั้นป่วยการที่ รัฐบาลอนุทิน จะพยายามรักษาภาพลักษณ์ ด้วยการสร้างภาพให้เสียเวลา การออกมาปกป้องตัวเองของรัฐบาลชุดนี้เท่ากับเป็นการปกป้องคนผิดและการกระทำความผิด แสวงหาผลประโยชน์อันไม่ชอบด้วยกฎหมายไปโดยอัตโนมัติก็ไม่ต่างจากที่ว่า รัฐบาลพยายามจะบอกประชาชนว่า เศรษฐกิจดี จีดีพีดี การจัดอันดับความน่าเชื่อถือก็ดี ท่ามกลางการตั้งคำถามว่า ดีตรงไหน รวยตรงไหน รัฐบาลใช้วิธีการแก้ปัญหาด้วยเงิน อ้างว่า เป็นการป้องกันผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ ถ้าไม่รีบกู้เงินมาเยียวยาลดผลกระทบจะทำให้เศรษฐกิจประเทศไทย เกิดวิกฤติ เท่ากับเป็นการจับเอาประเทศและประชาชนเป็นตัวประกันล่วงหน้ารัฐบาลไม่ยอมบอกความจริงที่เป็นภาพลบ มุ่งแต่จะสร้างภาพลักษณ์ ก็ไม่ต่างจากมือถือสากปากถือศีล ประเทศไทยต้องแบกรับ ภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่รัฐบาลอ้างว่า จะกู้เงินไปเยียวยาเศรษฐกิจและลดผลกระทบกับประชาชน จนกระทั่งชนเพดานหนี้สาธารณะ รัฐบาลต้องกู้เงินมาใช้จ่ายงบประมาณประจำปี เพิ่มขึ้นทุกปี เพราะรายรับไม่พอกับรายจ่าย งบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นงบประมาณแบบขาดดุลทุกปีอย่างต่อเนื่องตัวเลขหนี้ครัวเรือน การลงทุน เงินเฟ้อ การจ้าง การส่งออกการนำเข้า มีอะไรที่เป็นสัญญาณว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้น ทำไมรัฐบาลไม่บอกกับประชาชนบ้างว่า ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยรั้งท้ายที่สุดในอาเซียน ต่ำกว่า สปป.ลาว ต่ำกว่ากัมพูชา สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภาคภูมิใจ กับตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกที่ร้อยละ 2.8 เท่ากับ ฟิลิปปินส์ แต่ไม่บอกว่า สิงคโปร์ โตร้อยละ 4.6 มาเลเซีย โตที่ร้อยละ 5.4 อินโดนีเซีย โตที่ 7.8 ไทยร่วมครองอันดับบ๊วยกับฟิลิปปินส์ คนไทยจะได้รู้ตัวว่าควรจะเตรียมตัวอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยให้ไปตายเอาดาบหน้าการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยที่รัฐบาลไม่บอกประชาชนให้ครบถ้วน เท่ากับเป็นการหลอกประชาชน และหลอกตัวเอง ทำให้การแก้ปัญหาไม่สะเด็ดน้ำ ที่เป็นอันตรายกว่า ไร้ฝีมืิอ ไม่มี ประสิทธิภาพ และประสบกับความล้มเหลวในการแก้ปัญหาวิกฤติ ประเทศเสียอีกจนกระทั่ง ถึงกระดุมเม็ดสุดท้าย ที่จะต้องกลับไปแก้ปัญหา โดยการ ติดกระดุมเม็ดแรกใหม่ ดังนั้น โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยจึงเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนึกว่าคนไทยจะได้ดูบอลโลกเหมือนคนกัมพูชาอย่างที่ ท่านผู้นำบอกตอนนี้หาทางลงโยนภาระให้ กสทช. กับกรมประชาสัมพันธ์ ไปตายเอาดาบหน้า.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม